ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
เกษตรนำไทย ย้อนกลับ
กรมชลประทานจ้างงานเกษตรกร94,000คน
12 พ.ค. 2564

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า โครงการจ้างแรงงานชลประทาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ประจําปีงบประมาณ 2564 เป้าหมายจ้างแรงงาน 94,000 คน วงเงินจ้างแรงงาน 5,662.33 ล้านบาท ระยะเวลาการจ้างแรงงานอยู่ระหว่าง 3 – 8 เดือน  ปัจจุบันจ้างแรงงานแล้ว 63,088 คน คิดเป็น 67.11% วงเงินจ้างแรงงานวงเงินจ้างแรงงาน 1,745.22 ล้านบาท คิดเป็น  30.82 % ของวงเงินงบประมาณของโครงการ  วงเงินจ้าง แรงงานอยู่ระหว่าง 22,000 – 60,000 บาท/คน

ทั้งนี้ โครงการจ้างแรงงานของกรมชลประทาน  ไม่สามารถจ้างงานได้ตามเป้าหมาย และยังจ้างงานปริมาณต่ำกว่าปี 2563 โดยปี 2563 มีการจ้างงาน 91,159 คน สูงกว่าเป้าหมาย 3% จากเป้าหมายที่วางไว้ที่จำนวน 88,838 คน แม้จะสามารถจ้างงานได้สูงกว่าเป้า แต่งบประมาณจ้าง อยู่ที่  2,713 ล้านบาทหรือ 60% ของงบประมาณที่ตั้งไว้ 4,498 ล้านบาท  

ปีนี้จำนวนเกษตรกร ที่เข้ามาสมัครเข้าร่วมโครงการจ้างงานเกษตรกร เพื่อทำหน้าที่ซ่อมแซม บำรุงรักษา ขุดลอก ปรับปรุง งานชลประทาน โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องจากพระราชดำริ งานก่อสร้างแหล่งน้ำ และระบบน้ำเพื่อชุมชน แก้มลิง และการจัดการคุณภาพน้ำ มีจำนวนน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะในภาคกลาง ซึ่งอาจเกิดจากเกษตรกรกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโควิด-19 จึงไม่สมัครร่วมทำงานกับกรมชลประทาน 

“อยากให้เกษตรกรที่ตกงาน หรือ ถูกเลิกจ้าง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด ที่ต้องกลับภูมิลำเนา ลองมาร่วมทำงานกับกรมชลประทาน ซึ่งในแต่ละสำนักงานกรมชลประทานที่ตั้งอยู่ทั่วประเทศ จะมีรายได้ แบ่งเบาภาระของครอบครัวได้ เพราะสัญญาจ้างของกรมชลประทาน มีระยะเวลา 3-8 เดือน ที่ผ่านมามีรายได้เฉลี่ยคนละ 27,663 บาท ซึ่งถือว่าไม่น้อย ส่วนการทำงานของกรมชลประทานก็คำนึงถึงมาตรการทางสาธารณสุข เพื่อความปลอดภัยของเกษตรกร”

นายประพิศ กล่าวว่า สำหรับผลการจ้างแรงงานมากที่สุด 3 ลำดับ ได้แก่ 1.จังหวัดอุบลราชธานีจำนวน 4,673 คน วงเงินจ้างแรงงาน 176.49  ล้านบาท 2. จังหวัดสกลนคร จำนวน 3,635 คน วงเงินจ้างแรงงาน 103.90 ล้านบาท และ 3. จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 3,625 คน วงเงินจ้างแรงงาน 114.42 ล้านบาท

 

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16-30 กันยายน 2564
อปท.เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
15 ก.ย. 2564
ว่ากันว่า การเบิกจ่ายเงินของภาครัฐหรืองบประมาณแผ่นดินนั้น กระเป๋าเงินใบใหญ่อยู่ที่ “กรมบัญชีกลาง” โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลต้องใส่ใจเป็นพิเศษในห้วงวิกฤติโควิด-19 และห้วงวิกฤติเศรษฐกิจ เพราะจะมีทั้งเงินในงบประมาณและนอกงบประมาณที่จะต้องเบิกจ่ายให้เป็นไปตาม...
หนังสือในเครือ
สุดยอดผู้นำท้องถิ่นแห่งปี 2558