ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ย้อนกลับ
กทม.ปรับแผนวัคซีน ให้กลุ่มสูงวัยตกขบวนหมอพร้อมจองใหม่กับรพ.ขนาดใหญ่
15 มิ.ย. 2564

พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯกทม.เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการการบริหารจัดการการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 10/2564 โดยสืบเนื่องจากสถานการณ์วัคซีนของประเทศไทยที่ได้รับจากบริษัทผู้ผลิตวัคซีนคลาดเคลื่อนจากที่คาดหมาย ส่งผลให้กทม.ได้รับจัดสรรวัคซีนไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ ที่ประชุมคณะอนุกรรมการการบริหารจัดการการให้วัคซีนฯ จึงมีมติเห็นชอบตามมติการประชุมของที่ประชุมคณะทำงานด้านการให้บริการวัคซีน ฝึกอบรม และกำกับติดตาม ซึ่งได้มีการประชุมไปเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยให้จัดลำดับความสำคัญของการได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในรอบระยะเดือน มิ.ย. 64 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นวัคซีน AstraZeneca โดยมีลำดับ ดังนี้

1. ผู้ที่เคยได้รับการฉีดวัคซีน AstraZeneca  เข็มที่ 1

2. ผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคซึ่งได้จองรับวัคซีนในโรงพยาบาลต่างๆ และโรงพยาบาลได้นำรายชื่อเข้าสู่ระบบ MOPH -IC เรียบร้อยแล้ว

3. บุคลากรทางการแพทย์ที่เหลือตกค้างยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน

4. ประชาชนทั่วไปจองเข้ารับการฉีดวัคซีนที่หน่วยความร่วมมือฯ ทั้ง 25หน่วย ตามโครงการไทยร่วมใจ “กรุงเทพฯ ปลอดภัย” ที่ได้ลงทะเบียนไว้แล้ว

5. นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะอนุกรรมการการบริหารจัดการการให้วัคซีนฯ พิจารณาเห็นว่า ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงหากได้รับเชื้อโควิด-19  จึงควรได้รับการฉีดวัคซีนเป็นลำดับต้นๆ แต่เนื่องจากผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยยังไม่ได้จองเข้ารับการฉีดวัคซีนในระบบหมอพร้อมซึ่งปิดรับการจองไปแล้วนั้น  ที่ประชุมจึงมีมติให้โรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งในส่วนของกรุงเทพมหานคร กองทัพ ตำรวจ มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ที่ร่วมให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 รวมกว่า 100 แห่ง ทั่วกรุงเทพฯ เปิดรับจองการเข้ารับการฉีดวัคซีนเฉพาะในส่วนของผู้สูงอายุ  และให้จัดลำดับก่อน-หลัง ตามวัน เวลา ที่ยื่นแสดงความประสงค์รับการฉีดวัคซีน

ส่วนกำหนดเข้ารับการฉีดวัคซีนนั้น โรงพยาบาลจะเป็นผู้นัดหมายและแจ้งให้ผู้แสดงความประสงค์ทราบต่อไป

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16-30 กันยายน 2564
อปท.เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
15 ก.ย. 2564
ว่ากันว่า การเบิกจ่ายเงินของภาครัฐหรืองบประมาณแผ่นดินนั้น กระเป๋าเงินใบใหญ่อยู่ที่ “กรมบัญชีกลาง” โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลต้องใส่ใจเป็นพิเศษในห้วงวิกฤติโควิด-19 และห้วงวิกฤติเศรษฐกิจ เพราะจะมีทั้งเงินในงบประมาณและนอกงบประมาณที่จะต้องเบิกจ่ายให้เป็นไปตาม...
หนังสือในเครือ
สุดยอดผู้นำท้องถิ่นแห่งปี 2558