ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
วิถีพุทธ / วิถีธรรม ย้อนกลับ
จัดหนักอธิบดีDSI ใช้กม.กับ “คดีธัมมชโย”ได้แค่นี้
13 มี.ค. 2560

          ในภายหลังจากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงผลปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อจับกุมพระธัมมชโย เมื่อวันที่ 16 ก.พ. รวม 23 วัน ซึ่งในวันนี้ได้ขอให้เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีประสานกับทางวัดเพื่อเข้าตรวจค้นอย่างละเอียดทั้งโซนเอ โซนบีและอาคารบุญรักษาซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่สงสัยว่าผู้ต้องหาอาจหลบซ่อนอยู่ ต่อมาในการตรวจค้นครั้งสุดท้ายก็ยังไม่พบตัวพระธัมมชโยเช่นเดิม และจัดให้พระธัมมชโยเป็นผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับ

          ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะถอนกำลังบางส่วนแต่ยังมีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตามประตูต่างๆ และยังมีจุดสกัดเช่นเดิม ขณะที่ทางวัดรับว่าจะยุติการชุมนุมบริเวณตลาดกลางและนำสิ่งกีดขวางออกจากประตูวัด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะพิจารณาว่าวัดดำเนินการตามที่ระบุไว้หรือไม่ หากสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติก็จะเสนอให้ยกเลิกการประกาศพื้นที่ควบคุม ตามที่ได้เสนอไปก่อนหน้านั้น

         อย่างไรก็ตาม ทางวัดและศิษย์วัดพระธรรมกาย จะยุติการชุมนุม ทั้งพื้นที่ตลาดกลางคลองหลวง และพื้นที่วัดพระธรรมกาย โดย พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (11 มี.ค.) จะไม่เห็นภาพศิษย์นั่งสวดมนต์กีดกันเจ้าหน้าที่ตามประตูต่างๆ และจะเปิดให้พระสงฆ์ที่เป็นพระของวัดพระธรรมกายและพระวัดอื่น รวมทั้งศิษย์เข้ามาประกอบศาสนกิจได้ตามปกติ พร้อมเคลียร์พื้นที่ต่างๆ ให้เข้าสู่สภาวะปกติ แต่ยังคงตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ทหารไว้อยู่ เพื่อป้องกันมือที่ 3 เข้ามาก่อเหตุ เรื่องจากทางการข่าวพบการแทรกซึมของบุคคลไม่ประสงค์ดี.

          ".....กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอไปดำเนินการจับพระไชยบูลย์ สุทธิผล ตามหมายจับและหมายค้นของศาลอาญา ทั้งยังมีอำนาจพิเศษตามคำสั่งของหัวหน้าคณะ คสช. ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2557 ให้บริเวณวัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมที่เจ้าพนักงานสามารถป้องกันให้บุคคลเข้าออกพื้นที่ควบคุมและมีอำนาจกระทำการอื่นใดเพื่อจับพระไชยบูลย์ให้ได้

          .....ตลอดเวลา 23 วัน ปรากฎว่าดีเอสไอไม่ได้ดำเนินการใดๆ ให้เป็นไปตามอำนาจที่มีอยู่ตามกฎหมาย กลับปฏิบัติตามที่บุคคลที่อยู่ในบริเวณวัดพระธรรมกายต้องการ จะเข้าไปค้นในวัดหรืออาคารใดก็ต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลเหล่านั้น ถ้าบุคคลเหล่านั้นไม่ให้ความยินยอมดีเอสไอก็ไม่ได้กระทำการตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ตามกฎหมายเลย มีบุคคลจำนวนมากที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานซึ่งเป็นการกระทำผิดซึ่งหน้า เจ้าพนักงานสามารถจับกุมได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ แต่ก็ไม่ได้จับเพื่อดำเนินคดีเลย จึงเป็นการปฏิบัติการที่อ่อนปวกเปียกอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปเช่นนั้นได้

.....ในที่สุดดีเอสไอก็ยุติการตรวจค้น โดยอ้างว่าพระไชยบูลย์มีหมายจับของศาลอาญา เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ต้องดำเนินการจับกุมตามอำนาจหน้าที่ต่อไป จนกว่าคดีจะขาดอายุความ

.....สรุปได้ว่าการปฏิบัติการของดีเอสไอในครั้งนี้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ข้ออ้างที่ว่าพระไชยบูลย์มีหมายจับของศาลอาญา เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ต้องดำเนินการจับกุมตามอำนาจหน้าที่ต่อไป จนกว่าคดีจะขาดอายุความ ถ้ามีความคิดเช่นนี้ดีเอสไอก็ไม่จำเป็นต้องไปดำเนินการให้เสียเวลาถึง 23 วัน เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยทั้งตำรวจและทหารต้องทนลำบากอดหลับอดนอนโดยไร้ประโยชน์และเสียเงินไปอีกมากมาย

.....ท่านอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษสมควรที่ต้องพิจารณาว่า การปฏิบัติงานที่ล้มเหลวดังกล่าวผู้ใดต้องรับผิดชอบและผู้ที่ต้องรับผิดชอบมีความรู้ความสามารถสมควรที่จะดำรงอยู่ในตำแหน่งอีกหรือไม่ครับ"

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1 - 15 กุมภาพันธ์ 2562
เศรษฐกิจกับมุมมอง CEO ดูทั้งหมด
05 ก.พ. 2562
“พิชัย” วอน “แบงค์ชาติ” ปรับการทำงานเพื่อฟื้นเศรษฐกิจไทย แนะ เปลี่ยนเป็นกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนแทนอัตราเงินเฟ้อ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน ประธานคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า ตามที่ได้เคยออกมาคัดค้านการขึ้นอัตราดอ...
หนังสือในเครือ
สุดยอดผู้นำท้องถิ่นแห่งปี 2558