ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
เศรษฐกิจเพื่อนบ้าน AEC+3 ย้อนกลับ
“ศุภชัย” แนะภาครัฐสร้างโอกาสเอื้อเอกชนเข้าลงทุนสร้างเสถียรภาพศก.ระยะยาว
14 มิ.ย. 2560

     นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) กล่าวในงานสัมมนา National Director Conference 2017 "Steering Governance in a changing world" ว่า ตลอดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้มีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้สามารถเติบโตไปได้เพียงฝ่ายเดียว โดยรัฐบาลมีค่าใช้จ่ายรายปีถึง 15-20% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนหดตัวทุกปี ทำให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะสั้นเท่านั้น และไม่ได้เป็นการส่งเสริมให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพที่ดี หรือเกิดการแข่งขันได้ในระยะยาว ซึ่งรัฐบาลควรเร่งหารือกับภาคเอกชนอย่างชัดเจน และหากภาคเอกชนมีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศก็ต้องเริ่มลงทุน โดยไม่ต้องรอให้รัฐบาลลงทุนก่อน

     "รัฐบาลได้ทำงานอย่างเต็มที่ และผมเห็นใจรัฐบาลมาก โดยรัฐบาลได้เตรียมลงทุนทุกที่ บางที่ช้า เนื่องจากระบบราชการที่ล่าช้า ก็ต้องยอมช้า แต่อย่างน้อยรัฐบาลได้มีการเริ่มต้นที่จะลงทุนทางด้านรถไฟฟ้า รวมถึงโครงการการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจ พิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ที่ถือว่าเป็นโครงการที่สำคัญมาก ทำให้ประเทศไทยสามารถเติบโตจากการลงทุนของเอกชน และต่างประเทศ แต่ก็ต้องคำนึงถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลก็คงจะเข้ามาดูในทุกๆ เรื่อง" นายศุภชัย กล่าว

    ถึงแม้ปัจจุบันนโยบายดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่ต่ำแต่การลงทุนของภาคเอกชนไม่ได้เกิดขึ้น โดยรัฐบาลเป็นผู้ลงทุนเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งสามารถจะก่อหนี้จากการกู้เพิ่มขึ้นได้ ประกอบกับหนี้ภาคครัวเรือนในปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วง หากรัฐบาลเข้าไปพยุงเศรษฐกิจหรือเข้าไปช่วยเหลือให้มีการใช้จ่ายของภาคประชาชนและเอกชนมากขึ้นก็อาจจะเป็นการช่วยได้ในชั่วคราวเท่านั้น สิ่งที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการต่อไปก็เป็นสิ่งที่น่าจะดำเนินการอยู่แล้ว คือ การสร้างโอกาสของการลงทุนให้มีวิธีการที่ง่ายขึ้น เช่น การแก้ไขปัญหาของการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จาก 3 เดือน เป็น 3 วัน เป็นต้น

นอกจากนี้การลงทุนของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการรถไฟรางคู่ไทย-จีน หากจะมีการใช้มาตรการเร่งการลงทุนในขณะนี้ก็เป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยต้องการให้มีการเริ่มต้นเร็วจากผลประโยชน์ที่จะเข้ามาอย่างมาก ซึ่งการตัดสินใจเร็วบางครั้งก็มีความจำเป็น อย่างไรก็ตามการจะใช้มาตรา 44 ในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ก็ให้เป็นเรื่องของรัฐบาล

     สำหรับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ มองว่าอาจจะส่งผลกระทบให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก รวมถึงวิกฤตเศรษฐกิจเอเชียด้วย แม้ว่าปัจจุบันสภาวะเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ อย่าง เศรษฐกิจสหรัฐฯ และตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ดูดีขึ้น รวมถึงจีนก็อยู่ระหว่างการปรับตัว ซึ่งในเอเชียต้องกลับมาดูว่าอะไรที่จะเป็นตัวแปรที่จะเข้ามาหยุดปัญหาเหล่านี้ได้ อย่างเช่น ในอดีตที่เกิดเรื่องของความผัวผวนของค่าเงินหยวนของจีน อย่างไรก็ตามความผัวผวนของค่าเงินในปัจจุบันนี้ มองว่ามาจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก ทั้งการดำเนินนโยบายมาตรการผ่อนคลายในเชิงปริมาณการเงิน (QE) ซึ่งไม่มี Governance สำหรับโลกที่จะเข้ามาช่วยเอเชียเลย ส่งผลให้เงินไหลเข้าออก โดยที่ไม่ได้แคร์ว่าประเทศในเอเชียจะได้รับผลกระทบอย่างไร จึงเป็นสิ่งที่เอเชียจะต้องมีการหารือกันอย่างมาก เพื่อนำไปสู่นโยบายที่มีร่วมกัน และป้องกันผลกระทบจากภายนอกให้น้อยลง

     "ปัจจุบันไทยเราถือว่ามีภูมิคุ้มกันที่ดีอย่างมาก จากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จากค่าเงินบาทที่มีเสถียรภาพ เงินสำรองในประเทศที่อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาก การจ้างงานต่ำกว่า 1% แต่ปัญหาต่อไปในอนาคตคนที่ไล่ตามเรา หรือจะขึ้นแซงเรา จะทำให้เรามีความสามารถในการแข่งขันอ่อนลงไปหรือไม่ เช่น ในอีก 20 ปีข้างหน้า อินโดนีเซีย อินเดีย จีน ฟิลิปปินส์ ที่จะมีอัตราการเติบโตขึ้นมามาก ขณะที่ไทยมีการเติบโตที่ต่ำลงไปตามการคาดการณ์ของสภาพัฒน์ จึงเป็นสิ่งที่เราต้องกลับมาดูตัวเองอย่างมาก และเป็นเหตุผลที่ไทยควรจะเร่งการลงทุน เช่น EEC ให้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อให้เป็นตัวกระตุ้นอัตราการเติบโตของประเทศ ซึ่งมองว่ายังมีการเติบโตที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่โตราว 5-6%" นายศุภชัย กล่าว

 

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1ุุ6-30 กันยายน พ.ศ.2561
เศรษฐกิจกับมุมมอง CEO ดูทั้งหมด
09 ก.พ. 2560
รายงานข่าวแจ้งว่า กระทรวงยุติธรรม ของประเทศสหรัฐอเมริกา เผยแพร่รายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2559 บริษัท Bio-Rad ยอมรับข้อเสนอจ่ายค่าปรับเป็นเงิน 55 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อจะได้ไม่ต้องรัฐโทษทางอาญาและแพ่ง ในคดีจ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่รัฐในหลายประเทศรว...
หนังสือในเครือ
สุดยอดผู้นำท้องถิ่นแห่งปี 2558