ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
สื่อสาร - คมนาคม ย้อนกลับ
กสท แตกสายพันธมิตร จับมือ มจธ. ร่วมพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล 4.0
16 เม.ย. 2561

โดยเมื่อไม่นานมานี้  ที่ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 อาคารศูนย์บริการลูกค้า กสท. โทรคมนาคม หรือ CAT สำนักงานใหญ่ ถ.แจ้งวัฒนะ ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT โดยมี รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ พ.อ. สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท โทรคมนาคม หรือ CAT ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการ และมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีเป็นมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มุ่งเน้นภารกิจด้านงานวิจัยที่มีคุณค่าและมีความหมาย สร้างนวัตกรรมที่นำไปสู่การพัฒนาประเทศ และการผลิตบัณฑิตที่เก่งและดีมีคุณภาพสู่สังคม และความร่วมมือกับ CAT ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมชั้นนำของประเทศในครั้งนี เป็นความร่วมมือที่นำเอาจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมาร่วมกันขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0 และสอดรับกับนโยบาย SIGMA

โดยในส่วนของ I (Infrastructure) โครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลได้กระจายให้ครอบคลุมทั่วประเทศและช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงดิจิทัล และ M (Manpower) หมายถึงกำลังคนในการสนับสนุนการดำเนินงานขับเคลื่อนสู่ความเป็นดิจิทัลของประเทศ จะเห็นว่าการขยายโครงข่ายให้คลอบคลุมทั่วประเทศเพื่อเพิ่มโอกาส (ความเท่าเทียม) ในการเข้าถึงจะต้องมีความพร้อมทั้งอุปกรณ์ และกำลังคน โดย มจธ. มีความพร้อมทั้งในส่วนขององค์ความรู้และบุคลากรในการสนับสนุนความร่วมมือทางด้านวิชาการ งานวิจัยด้านเทคโนโลยีดิจิทัล

และที่สำคัญคือ มจธ.ได้รับการรับรองจาก สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ให้เป็นองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพด้านโทรคมนาคมแห่งแรกและยังเป็นแห่งเดียวของประเทศในปัจจุบัน และอยู่ในระหว่างการยื่นขอมาตรฐานอุตสาหกรรม (ISO17024) ในการรับรองผู้มีทักษะฝีมือในระดับมืออาชีพ (Professionals) ด้านเครือข่ายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) และด้านรับส่งคลื่นวิทยุ (Radio Base Station) ความร่วมมือในครั้งนี้จะสามารถพัฒนานักศึกษา วิศวกร ผู้ชำนาญการเข้าสู่อุตสาหกรรมที่สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นรากฐานสำคัญของนวัตกรรมและดิจิทัลเทคโนโลยี ตลอดจนเชื่อมโยงการเรียนการสอน และการสร้างบุคลากรระดับมืออาชีพให้พร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมบริการดิจิทัลและนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมขยายฐานความร่วมมือของภาคการศึกษาและผู้ประกอบการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ด้าน พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ CAT เปิดเผยว่า "ปี 2561 รัฐบาลได้เดินหน้านำเทคโนโลยีดิจิทัลและการสื่อสารมาใช้ในการขับเคลื่อนประเทศ โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานทั้งจากภาครัฐและเอกชน เร่งดำเนินการนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการทำงานให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยน และพร้อมที่จะพัฒนาไปสู่ความเป็นดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ CAT จึงใช้โอกาสนี้นำความสามารถในบริหารจัดการโครงข่ายดิจิทัลและสื่อสารโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มาช่วยผลักดันการดำเนินงานของ มจธ. เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาบุคลากรในสายอาชีพเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ซึ่งในจากความร่วมมือนี้ถือเป็นหนึ่งในนโยบายที่ CAT พร้อมจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0 เพื่อช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศได้ในอนาคต"

นอกจากนี้ พ.อ.สรรพชัย ยังเปิดเผผยด้วยว่า ขณะนี้ฝ่ายบริหารกสทฯได้หารืออย่างต่อเนื่องกับบมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) เพื่อร่างสัญญาเช่าอุปกรณ์ไอที โครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรัคเจอร์) คลื่น 1800 และ 850 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 8,000 สถานีฐาน ทันทีที่กสทฯได้รับส่งมอบอุปกรณ์ทั้งหมดจากดีแทคภายใต้สัญญาสัมปทานตามเงื่อนไขสร้าง-โอน-บริการ (บีทีโอ) โดยขณะนี้ ขั้นตอนการหารือในเรื่องอัตราค่าเช่าทั้งหมดได้ข้อสรุปร่วมกันในเบื้องต้นแล้ว เหลือเพียงเทอมในการชำระ และระยะยาวเวลาในการเช่า ว่าจะมีลักษณะใด

โดยความเห็นส่วนตัวคาดว่า สัญญาร่วมกับดีแทคจะนำวาระเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ (บอร์ด) ในเดือนเม.ย. หลังจากนั้นจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการมาตร 43 แห่งพ.ร.บ.ร่วมทุนในกลางเดือนพ.ค. และจากนั้นนำหนังสือสัญญาในสำนักงานคณะกรรมการอัยการสูงสุดเป็นผู้ตรวจสอบ ซึ่งสุดท้ายแล้วคาดว่าในเดือนก.ค. กสทฯและดีแทคจะสามารถลงนามในสัญญาดังกล่าวได้ ก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทานกับดีแทคในวันที่ 16 ก.ย.2561 นั้น

และหลังจากนั้นกสทฯก็จะเริ่มขั้นตอนการเจรจากับกลุ่มทรูฯในการทำสัญญาเช่าอุปกรณ์เช่นเดียวกันอีกครั้ง ซึ่งจะเกิดขึ้นภายหลังสัญญากับดีแทคอีก 2-3 เดือน ดังนั้น หากตามแผนงานการให้เอกชนมาเช่าอุปกรณ์ไอที และโครงสร้างพื้นฐาน จะช่วยทำให้ผลประกอบการของกสทฯในปีนี้จะพลิกกลับมามีกำไรไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท และมีราบได้รวม 52,000 ล้านบาท จากปี 2560 ขาดทุนสุทธิมากถึง 2,400 ล้านบาท

การเตรียมความพร้อมดังกล่าวก็เพื่อทำให้องค์กรมีความแข่งแกร่งในระยะยาว และสามารถอยู่รอดได้ในช่วงการเปลี่ยนเทคโนโลยี (ดิจิทัล ทรานฟอร์เมชั่น) โดยนอกจากการเป็นพันธมิตรกับเอกชนเพื่อหารายได้เข้าองค์กรให้ยั่งยืน ในเรื่องของโครงสร้างภายในกสทฯเองก็ต้อง มีการปรับตัวในด้านบุคลากร และกาาเสริมสร้างพัฒนาพนักงานให้มีทักษะด้านไอทีดิจิทัลให้เพิ่มมากขึ้น พ.อ.สรรพชัย กล่าว

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1ุุ6-30 กันยายน พ.ศ.2561
เศรษฐกิจกับมุมมอง CEO ดูทั้งหมด
09 ก.พ. 2560
รายงานข่าวแจ้งว่า กระทรวงยุติธรรม ของประเทศสหรัฐอเมริกา เผยแพร่รายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2559 บริษัท Bio-Rad ยอมรับข้อเสนอจ่ายค่าปรับเป็นเงิน 55 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อจะได้ไม่ต้องรัฐโทษทางอาญาและแพ่ง ในคดีจ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่รัฐในหลายประเทศรว...
หนังสือในเครือ
สุดยอดผู้นำท้องถิ่นแห่งปี 2558