ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
การเมือง / การปกครอง ย้อนกลับ
แกนนำพรรคเพื่อไทย เสนอให้เชิญผู้สังเกตการณ์ต่างประเทศ เข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งประเทศไทย และแสดงความเป็นห่วงเรื่องการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม
05 พ.ย. 2561
ประเด็นการปลดล๊อกพรรคการเมืองวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ เป็นหัวข้อหลักที่มีการแลกเปลี่ยนกันในเวทีเสวนาวิชาการหัวข้อ “การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม สถานการณ์ในสังคมไทย” จัดโดยเครือข่ายประชาชนที่ต้องการการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม และมีผลในทางปฏฺบัติ (FFFE) ร่วมกับเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง และคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาธรรมศาสตร์
 
ก่อนการเสวนา นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นถึงการปลดล็อคพรรคการเมืองวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ว่า เป็นเรื่องที่ช้าไปมาก เพราะพรรคการเมืองควรได้ทำกิจกรรมหลายอย่าง ทั้งการทำนโยบายและการฟังความเห็นของประชาชน และที่ล่าช้าอาจมีส่วนเพื่อรอให้พรรคพลังประชารัฐและพรรคการเมืองอื่นที่จะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เตรียมความพร้อม
 
นายจาตุรนต์ ยังเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นไปตามกรอบเวลาที่วางไว้ เว้นแต่ว่าพรรคที่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ไม่พร้อม ก็อาจทำให้การเลือกตั้งเลื่อนได้ หากเลื่อนจริงก็เชื่อว่าจะเกิดผลเสียต่อ คสช.เอง แต่ขณะนี้กังวลเรื่องความเสรีและเป็นธรรมากกว่า เพราะยังไม่มีความแน่นอนว่าจะปลดล๊อกให้มากน้อยเพียงใด และ คสช. ควรปล่อยให้ กกต. ทำหน้าที่โดยอิสระ ซึ่งการหารือกับพรรคการเมืองครั้งนี้ หาก กกต. เป็นผู้เชิญในฐานะเจ้าภาพ พรรคเพื่อไทยจะเข้าร่วมด้วย แต่หากเชิญโดย คสช. พรรคเพื่อไทยขอปฏิเสธ เพราะการเลือกตั้งไม่ใช่หน้าที่ของ คสช. พร้อมเสนอให้เชิญองค์กรต่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งด้วย แต่รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกลับไม่เห็นความสำคัญเรื่องนี้ ส่วนการปรับโครงสร้างของพรรคเพื่อไทย นายจาตุรนต์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเรื่องนี้
 
รองศาสตราจารย์ โคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล  การเลือกตั้งครั้งนี้ขอให้เป็นการเลือกตั้งที่เสรี ไม่มีบรรยากาศความหวาดกลัว ที่สำคัญจะต้องเป็นธรรม พร้อมฝากความหวังไว้ที่ กกต. ว่าจะต้องมีบทบาทในการเลือกตั้งแล้ว อีกบทบาทจะต้องจับตาอำนาจรัฐที่จะต้องไม่เอาเปรียบในการเลือกตั้ง และขอให้มีองค์กรต่างๆ ตามมาตรา 35 ของกฎหมาย กกต. (เช็ค) เข้ามาช่วยงาน กกต .อย่างแท้จริง พร้อมขอให้เร่งทำความเข้าใจกฎหมาย 3 ฉบับ ประกอบด้วย กฎหมาย กกต. กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. และกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ให้ประชาชนเข้าใจ และเร่งใช้ศูนย์ กกต. ที่มีอยู่ 7,500 ศูนย์ ทำความเข้าใจให้ประชาชนตื่นตัวกับการเลือกตั้ง รวมถึงขอให้รัฐบาลยกเลิกรายการของ คสช. เปลี่ยนเป็นรายการให้ กกต. ทำความเข้าใจกับประชาชนภายหลังพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งประกาศใช้
 
นายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำก่อตั้งพรรคเกียน สะท้อนมุมมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นธรรมตั้งแต่กฎหมายพรรคการเมืองแล้ว โดยเฉพาะการจัดตั้งพรรคการเมือง ทั้งเรื่องเงินทุนประเดิม จำนวนสมาชิก การจัดตั้งสาขาพรรค สกัดกั้นผู้จัดตั้งพรรครายเล็ก ไม่เป็นธรรม ผู้เล่นรายเล็กเกิดไม่ได้ ไม่มีทางเลือกใหม่ๆ
 
นายเมธา ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการ กกต. ด้านกิจการการมีส่วนร่วม ขณะนี้ กกต. เร่งสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้มีส่วนร่วมกับการเลือกตั้งไว้แล้ว และในทุกๆ ด้านก็มีการเตรียมการไว้พร้อม หากพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งประกาศใช้ ก็สามารถดำเนินการได้ทันที ขณะเดียวกันมีองค์กรเอกชนถึง 164 องค์กรที่พร้อมจะตรวจสอบการเลือกตั้ง ซึ่ง กกต. ดำเนินการพูดคุยและแบ่งเขตให้ตรวจสอบการเลือกตั้งไว้แล้ว รวมถึงความพร้อมในการทำสำนวนหากมีการทุจริตได้ทันที
หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1ุุ6-30 กันยายน พ.ศ.2561
เศรษฐกิจกับมุมมอง CEO ดูทั้งหมด
09 ก.พ. 2560
รายงานข่าวแจ้งว่า กระทรวงยุติธรรม ของประเทศสหรัฐอเมริกา เผยแพร่รายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2559 บริษัท Bio-Rad ยอมรับข้อเสนอจ่ายค่าปรับเป็นเงิน 55 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อจะได้ไม่ต้องรัฐโทษทางอาญาและแพ่ง ในคดีจ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่รัฐในหลายประเทศรว...
หนังสือในเครือ
สุดยอดผู้นำท้องถิ่นแห่งปี 2558