ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ข่าวเด่น / ไฮไลท์ ย้อนกลับ
5 นายพรานโหด ฆ่าชำแหละถลกหนังเสือ จ่อโดนอีก 1 ข้อหา
14 ม.ค. 2565

5 นายพรานโหด ฆ่าชำแหละถลกหนังเสือ จ่อโดนอีก 1 ข้อหา เหตุนำวัวไปเลี้ยงในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต คุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนผลพิสูจน์พบเสือถูกยิงด้วยลูกซอง 5 นัด จนท.อปพร.ที่ให้ยืมถูกดำเนินคดีด้วย ฐานให้การสนับสนุน 

 จากกรณีที่ 5 นายพรานใจโหด ตั้งแคมป์ ขุดหลุมดักเสือโคร่ง นำวัวมาเป็นเหยื่อล่อให้ออกจากป่ามากินเป็นอาหาร แล้วใช้อาวุธปืนยิงเสือ 2 ตัว เสียชีวิต แล้วนำมาแร่เนื้อถลกเอาหนัง ขณะพนักพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ กำลังเข้าจับกุม แต่กลุ่มนายพรานเกิดไหวตัวทันวิ่งหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด เหตุเกิดที่บริเวณป่าห้วยปิล๊อก หมู่ 4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และป่าสงวนแห่งชาติเขาช้างเผือก ช่วงวันที่ 8-11 มกราคม 2565

ต่อมาช่วงบ่ายวันที่ 13 ม.ค.นายประสาท แดงเถิน ผู้ใหญ่บ้านบ้านปิล๊อกคี่ หมู่ 4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ ได้ประสานมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอนำตัวกลุ่มนายพรานเข้ามอบตัวโดยขอเข้ามอบตัวที่ สภ.ทองผาภูมิ แทน สภ.ปิล๊อก ท้องที่เกิดเหตุ โดยผู้ต้องหาที่นายประสาท แดงเภิน นำมามอบตัวครั้งแรกมีด้วยกัน 4 คน ประกอบด้วย 

1.นายกูกือ ยินดี ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย(บุคคลบนพื้นที่สูง บัตรสีชมพู) อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55/พ หมู่ 4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ 
2.นายจอแห่ง  พนารักษ์ อายุ 38 ปี (ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย(บุคคลบนพื้นที่สูง บัตรสีชมพู)อยู่บ้านเลขที่ 39/พ หมู่ 4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

3.นายศุภชัย เจริญทรัพย์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91/พ หมู่ 4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และ 4.นายรัชชานนท์ เจริญทรัพย์ อายุ 30 ปี เป็นน้องชายของนายศุภชัย เจริญทรัพย์  โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้ฆ่าเสือเพราะมีออเดอร์ เป็นเพียงต้องการกำจัดเสือที่มากินวัวของพวกตนเท่านั้น

ซึ่งจากจำนวนของผู้ต้องหาที่เข้ามอบตัวครั้งแรกจำนวน 4 คนนั้น เจ้าหน้าที่อุทยานฯชุดจับกุมแจ้งว่าผู้ร่วมก่อเหตุมีทั้ง 5 คนไม่ใช่ 4 คน ตามที่ผู้ใหญ่บ้านนำมามอบตัว ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมทั้งเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯจึงทำการซักถามโดยละเอียดด้วยการแยกสอบปากคำ สุดท้ายก็ยอมรับสารภาพว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 1 คน คือโชเอ ไม่มีนามสกุล อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29/ซ หมู่ 4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จากการประสานงานของแต่ละฝ่ายเพื่อกดดันผู้ต้องหาสุดท้ายเวลาประมาณ 20.30 น.ผู้นำในพื้นที่จึงนำพานายโชเอ เดินทางมามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ และเบื้องต้นนายโชเอ อ้างว่า ตนได้ไปนอนค้างคืนกับกลุ่มผู้ต้องหาที่เข้ามอบตัวก่อนหน้านี้ 4 คน 1 คืน แต่เป็นการไปนอนเพื่อเฝ้าฝูงวัวที่เลี้ยงเอาไว้ เช้าวันรุ่งขึ้นก็เดินทางกลับบ้านพัก โดยตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์การฆ่าเสือโคร่งทั้ง 2 ตัวแต่อย่างใด

 วันนี้ 14 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการให้ปากคำของผู้ต้องหาบางราย รวมทั้งนายโชเอ ที่เข้ามอบตัวเป็นคนที่ 5 นั้น พบว่าได้นำฝูงวัวเข้าไปเลี้ยงในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนั้นเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จะเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ปิล๊อก เพื่อแจ้งความเนินคดีกระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2562 มาตรา 21 ในข้อหาฐาน นำ หรือปล่อยวัว เข้าไปในอุทยานแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต เนื่องจากการปล่อยวัวหรือนำวัวเข้าไปเลี้ยงในเขตอุทยานแห่งชาติ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศในเขตอุทยานแห่งชาติอย่างรุนแรง มีความผิด ตามมาตรา 48 วรรค 2 บทลงโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนกรณีที่ผู้ต้องให้การว่าอาวุธปืนลูกซอง 5 นัด ยี่ห้อวินเชสเตอร์ หมายเลขประจำปืน 1526415 ที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ยืมมาจากนาย บุญถิ่น จันทร์เขต เจ้าหน้าที่ อปพร.โดยยืมมาเอาไว้เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น ซึ่งกรณีนี้หากผลพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจ ออกมาว่า เสือโคร่งที่เสียชีวิตทั้ง 2 ตัว ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกกระบอกดังกล่าว โดยไม่ใช่ถูกยิงจากปืนแก๊ปตามที่กลุ่มผู้ต้องหากล่าวอ้าง นายบุญถิ่น จันทร์เขต เจ้าหน้าที่ อปพร.จะต้องถูกดำเนินคดี ฐาน เป็นผู้กระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวก หรือสนับสนุน ระวางโทษ 2 ใน 3 ของความผิดที่ได้สนับสนุน

ทีมข่าวกาญจนบุรี

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16-31 มกราคม 2565
อปท.เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
10 ม.ค. 2565
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ทีเส็บ” เป็นหน่วยงานที่เน้นการจัดอีเวนต์ทางธุรกิจของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านภูมิปัญญาและโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการบริการที่แข็งแกร่ง และวิธีการใหม่ๆ ในการร่วมสร้าง...
หนังสือในเครือ
สุดยอดผู้นำท้องถิ่นแห่งปี 2558