วันที่ 13 ก.พ.69 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองพิจารณาวินิจฉัย กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดทำบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง อาจทำให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับในการใช้สิทธิของผู้เลือกตั้งได้ อันทำให้การเลือกตั้ง สส.ที่ผ่านมาเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่และการออกระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 ข้อ 129 วรรคสอง ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. 2561 มาตรา 84 และมาตรา 86 หรือไม่
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า จากที่มีประชาชน ผู้รู้ นักวิชาการ นักการเมือง และสื่อมวลชน ได้ออกมาวิพากษ์เกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งของ กกต. อย่างมาก อาจเป็นผลให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและกฎหมายได้ เนื่องจากบัตรเลือกตั้ง สส.ทั้ง 2 แบบ มีบาร์โค้ดอยู่ภายในบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจเชื่อมโยงไปถึงต้นขั้ว ซึ่งมีข้อมูลผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ทำให้การออกเสียงเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศไม่เป็นความลับ
นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้รัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติไว้ในมาตรา 85 ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ขณะเดียวกัน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 มาตรา 84 และมาตรา 96 บัญญัติไว้ว่า การออกเสียงลงคะแนนให้กระทําได้โดยวิธีการลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้ง
โดยคณะกรรมการอาจกําหนดให้มีการออกเสียงลงคะแนนโดยวิธีอื่นก็ได้ หากการออกเสียงลงคะแนน โดยวิธีนั้นสามารถป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกกว่าการออกเสียง ลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้งและมีค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่า และวิธีการนั้นเป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ รวมทั้งห้ามมิให้ผู้ใดจงใจทําเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตโดยวิธีใดไว้ที่บัตรเลือกตั้ง
นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า แต่ปรากฏว่า กกต.ได้จัดทำบัตรเลือกตั้ง สส.ที่มีบาร์โค้ดที่บุคคลอื่นอาจล่วงรู้ได้ และการออกระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 มาเพื่ออนุมัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายดังกล่าวข้างต้นแล้ว แต่ทว่าระเบียบดังกล่าวในข้อ 129 กลับระบุว่า “คณะกรรมการอาจกำหนดให้มีรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ ในบัตรเลือกตั้ง”
ซึ่งการออกระเบียบข้อดังกล่าว อาจทำให้บุคคลอื่นล่วงรู้การออกเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ อันทำให้การออกเสียงของผู้เลือกตั้งไม่เป็นความลับ ระเบียบข้อดังกล่าวจึงอาจมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายได้ ตนเห็นว่าผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 213 มาตรา 231 (2) ประกอบมาตรา 23 (2) แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน 2560 สามารถเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญและปกครองเพื่อพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชักช้าได้ จึงนำความมาร้องเพื่อหาข้อยุติดังกล่าวต่อไป