ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ข่าวเด่น / ไฮไลท์ ย้อนกลับ
นาโนเทคชูนวัตกรรมสีลดความร้อน/สารเคลือบป้องกันฝุ่นแก้วิกฤติร้อน
18 เม.ย. 2569

ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการนาโนเทค สวทช. ระบุว่า นาโนเทคให้ความสำคัญกับการพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์ประเทศ โดยเฉพาะการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาปรับใช้เพื่อสร้างทางเลือกให้กับภาคธุรกิจและประชาชนในช่วงที่ต้องเผชิญอากาศร้อนจัด ซึ่งปัจจุบันมุ่งเน้นกลุ่ม Water and Environment Solutions ครอบคลุมการจัดการน้ำ อากาศ และการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อหนุนเป้าหมายความยั่งยืน

ดร.พิศิษฐ์ คำหน่อแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยวัสดุผสมและกระบวนการนาโน (HMNP) นาโนเทค สวทช. ให้ข้อมูลว่า ในช่วงเดือนเมษายนที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นจากเครื่องปรับอากาศและต้นทุนเชื้อเพลิงที่ผันผวน เทคโนโลยีเคลือบนาโน (Nanocoating) สามารถช่วยลดภาระระบบไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ

สีและสารเคลือบภายนอกลดความร้อน: ออกแบบให้สะท้อนรังสีอาทิตย์และคายความร้อนได้ดี ช่วยลดอุณหภูมิพื้นผิวอาคารได้สูงสุด 3-4 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ทั่วไป และช่วยลดการใช้ไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศได้สูงสุด 15% เหมาะสำหรับอาคารที่มีภาระการทำความเย็นสูง

เซลล์แสงอาทิตย์เพอรอฟสไกต์ (Perovskite Solar Cells): เทคโนโลยีฟิล์มบางรุ่นใหม่ น้ำหนักเบา กึ่งโปร่งแสง และโค้งงอได้ สามารถติดตั้งบนกระจกอาคารหรืออุปกรณ์พกพา และพัฒนาเป็น เซลล์แสงอาทิตย์แบบแทนเด็ม (Tandem Solar Cells) ร่วมกับซิลิกอนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟ อย่างไรก็ตามยังต้องเร่งพัฒนาความเสถียรต่อสภาพแวดล้อมเพื่อการใช้เชิงพาณิชย์

น้ำยาเคลือบผิวเซลล์แสงอาทิตย์ป้องกันการเกาะฝุ่น (Anti-Dust Nano Coating): ลดการสะสมของฝุ่นที่เป็นสาเหตุให้กำลังผลิตไฟลดลง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ย 5% และสูงสุดถึง 30% ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ช่วยลดต้นทุนการทำความสะอาดและประหยัดน้ำในโซลาร์ฟาร์ม

ภายใต้โครงการ Nanocoating Solutions for Energy-Resilient Government Infrastructure ทีมวิจัยได้นำนวัตกรรมสีลดความร้อนและสารเคลือบป้องกันฝุ่นไปทดสอบภาคสนามในหน่วยงานภาครัฐที่มีการใช้พลังงานสูง โดยสารเคลือบป้องกันฝุ่นได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบริษัท นาโน โค๊ตติ้ง เทค จำกัด สตาร์ทอัปในเครือ สวทช. เรียบร้อยแล้ว

คาดการณ์ว่าหากมีการติดตั้งเทคโนโลยีสารเคลือบป้องกันฝุ่นในระดับ 20% ของกำลังการผลิตโซลาร์เซลล์ในไทยภายในปี 2573 (ราว 2.5 กิกะวัตต์) จะช่วยเพิ่มการผลิตไฟฟ้าได้ 197.1 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 700-800 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 90,000 ตันต่อปี

นวัตกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนพลังงานของรัฐและประชาชน แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานด้วยองค์ความรู้ของไทย ตอบโจทย์ทั้งมิติเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันประเทศสู่ Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1 - 15 เมษายน 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
03 ก.พ. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 469 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จะว่าไปแล้ว เราน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในหลายด้านอยู่มิใช่น้อย โดยเฉพาะกับตัวของนักการเมืองที่ขันอาสาเข้ามารับใช้ประชาชน เพราะหากลองส่อ...