กรมชลประทาน เดินหน้างานซ่อมแซม ฟื้นฟูอาคารและระบบชลประทานในพื้นที่จังหวัดสงขลา หลังได้รับการจัดสรรงบกลางกว่า 821 ล้านบาท จำนวน 66 รายการ มุ่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฝนในช่วงฤดูฝน โดยให้ความสำคัญกับคลองระบายน้ำ ร.1 จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นระบบระบายน้ำสำคัญของพื้นที่หาดใหญ่
นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อดำเนินโครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารและระบบชลประทานในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ จำนวน 66 รายการนั้น สำนักงบประมาณได้อนุมัติให้กรมชลประทานเบิกจ่ายงบประมาณจำนวน 821,147,100 บาท เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการดังกล่าว
ภายหลังได้รับการจัดสรรงบประมาณ กรมชลประทานได้เร่งวางแผนและเตรียมความพร้อมการดำเนินงานให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด โดยมอบหมายหน่วยงานในพื้นที่เร่งจัดทำแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมด้านแบบก่อสร้าง รายละเอียดขอบเขตงาน (TOR) และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้สามารถเข้าสู่ขั้นตอนการก่อสร้างและซ่อมแซมได้โดยเร็ว ทั้งนี้ ทุกขั้นตอนจะดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอย่างถูกต้อง โปร่งใส คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
สำหรับจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการบริหารจัดการน้ำของภาคใต้ กรมชลประทานได้เตรียมแผนดำเนินโครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบชลประทานหลายรายการ อาทิ
ฝายท่าไทรพร้อมระบบส่งน้ำ
อาคารป้องกันตลิ่งคลองนาทวี กม11+300
คันกั้นน้ำพร้อมชุดลอกตะกอนดินฝ่ายทับช้าง 2
คันกั้นน้ำพร้อมอาคารปะกอบคลองเพนียด
อ่างเก็บน้ำบ้านเหนือคลองพร้อมระบบส่งน้ำ
คันคลองส่งน้ำ 1R 2R 2R RMC กม.2+518
ระบบส่งน้ำฝายบ้านเขารูปช้าง (ปชด.)
คลองส่งน้ำ LMC กม.8+530
ฝายเก่าร้าง
คันกั้นน้ำพร้อมอาคารประกอบคลองราไมล์
อาคารป้องกันตลิ่งฝายคลองสะพานหิน
ฝายบ้านลุ่ม (ปชด.)
ฝายช้างไห้(ปชด.)
คลองระบายน้ำ ร.1 และอาคารประกอบ
กำแพงกันดินคลองหวะ
ขณะนี้โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง โดยมีการเตรียมความพร้อมด้านเอกสารและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง และคาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาได้ในเดือนสิงหาคม 2569 จากนั้นจะเร่งดำเนินงานตามแผน เพื่อให้ระบบชลประทานสามารถกลับมารองรับการระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเต็มศักยภาพตามเป้าหมาย
อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กรมชลประทานให้ความสำคัญกับการ “วางแผนให้พร้อม เดินหน้าให้เร็ว ดำเนินงานอย่างเป็นระบบ” โดยจะติดตามความก้าวหน้าของทุกโครงการอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง การลงนามสัญญา การก่อสร้างและซ่อมแซม ตลอดจนการส่งมอบงาน เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประสิทธิภาพและสามารถฟื้นฟูระบบชลประทานได้ตามเป้าหมาย พร้อมรองรับสถานการณ์ฝนและน้ำหลากในพื้นที่ภาคใต้ กรมชลประทานจะเร่งดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนและกรอบเวลาที่กำหนด โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส คุ้มค่า และประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำที่ได้รับความเสียหายได้รับการฟื้นฟูโดยเร็ว และสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ในระยะยาว