ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ข่าวเด่น / ไฮไลท์ ย้อนกลับ
สมาคมฯครูจี้"ประเสริฐ"เลิกสัญญาเงินกู้17ข้อ/ปลดล็อกหนี้ครูทั่วประเทศ
17 ส.ค. 2569

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมาทางสมาคมพัฒนาครูไทย นำโดยนายปรีชา เมืองพรหม นายกสมาคมฯได้มีหนังสือเชิญประชุมร่วม 3 ฝ่าย ในการเสวนา เรื่องโครงการพัฒนาครูสู่ชีวิตใหม่ มีผู้เข้าร่วมประชุม ตัวแทนสมาคมพัฒนาครูไทย 4 ภูมิภาค และกระทรวงศึกษาธิการซึ่งรัฐมนตรีว่าการฯนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้มอบหมายให้ นายอาทิตย์ จำปาถิ่น (ผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา) รักษาการได้ร่วมเสวนา และรับเรื่อง ปัญหาต่างๆของครูทั้งหมดทุกเรื่อง สาระสำคัญคือปัญหาหนี้สินครูซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วน

เพราะก่อนหน้านี้ธนาคารออมสินกำลังเร่งฟ้องครูโดยเฉพาะคนค้ำโครงการ ชพค.7 ซึ่ง แต่ไม่ฟ้องผู้กู้ ยึดทรัพย์คนค้ำ ทั้งๆที่สกสค.และธนาคารออมสิน เปิดให้ครูมีหนี้ 2 ทาง ทั้งโครงการพัฒนาชีวิตครูซึ่งให้ครูกู้อยู่ ในปี 2555 และปี 2555 ก็เปิดโครงกร ชพค. 7 ให้ครูกู้อีกทางหนึ่ง เป็นหนี้ 2 ทาง ใช้สัญญา 17 ข้อ เป็นสัญญาไม่เป็นธรรม ครูจึงเรียกร้องขอคืนเงิน ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากรัฐบาล ถือเป็นครั้งแรกในรอบ16ปีที่รัฐมนตรีฯประเสริฐให้ความสำคัญและ เปิดโอกาส ให้องค์กรครู เข้าพบและจัดประชุมเพื่อจัดตั้งกรรมการร่วม 3 ฝ่าย แก้ไขปัญหาให้เสร็จ

โดยมีลำดับการติดตามการแก้ไขอย่างต่อเนื่องดังนี้  

วันที่ 21 เมษายน 2569 สมาคมพัฒนาครูไทย มีการประชุมเพื่อรับฟังปัญหา เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โครงการ ชพค.7 ณ ห้องวชิราวุธ โดย ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ร่วมรับฟังเป็นครั้งแรกจากสมาคมพัฒนาครูไทย ประเด็นสำคัญเรียกร้องให้ท่านรัฐมนตรีฯ เพื่อแต่งตั้งกรรมการร่วม3 ฝ่าย มี สกสค.กระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ธนาคารออมสินและ สมาคมพัฒนาครูไทย สมาคมได้  โดยรัฐมนตรีฯรับทราบและพร้อมสนับสนุน โดยมอบหมาย ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการรับผิดชอบ ต่อมาวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องราชวัลลภ เป็นการประชุมร่วม 3 ฝ่าย มีเลขา กค.ศ ประธานที่ประชุม แต่ผู้รับผิดชอบไม่มีอำนาจตัดสินใจ ก็ตั้งกรรมการร่วม 3 ฝ่าย ก็ยังไม่สำเร็จ สมาคมก็ทำหนังสือขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการฯทราบเพื่อดำเนินการต่อเนื่อง

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้เลขา สพฐ. นัดผู้แทนทั้ง 3 ฝ่ายร่วมประชุมเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการร่วม 3ฝ่าย สมาคมได้นำเสนอ ตัวแทนครูเพื่อเป็นกรรมการฝ่ายตัวแทนครูร่วม 3 ฝ่ายระดับประเทศ 9 คน เสนอตัวแทน ฝ่ายกระทรวงและธนาคารออมสิน เพื่อให้ สพฐ.แต่งตั้งและกลุ่มครูที่จะนำร่องแก้ไขปัญหา แต่ก็ต้องยกเลิกไป เพราะไม่ตรงตาม พ.ร.บ.ที่รองรับการแก้ไขปัญหาหนี้สินตามแนวโครงการพัฒนาชีวิครู ปรับเปลี่ยนเป็นโครงการ “พัฒนาครูสู่ชีวิต

ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 สมาคมพัฒนาครูไทย ได้มีหนังสือถึงท่านรัฐมนตรีว่ากาฯร เป็นประธานเปิดการประชุม ณ.อาคารหอประชุม คุรุสภา โดยมอบหมาย ให้รักษาการ สกสค.เป็นประธาน วาระสำคัญของสมาคมฯคือเตรียมให้สมาชิกสมาคมพัฒนาครูไทย และผู้กู้โครงการ ชพค.ทั่วประเทศ เตรียมสัญญา 17 ข้อ คิดเป็นเงินทั้งหมดตามสัญญา และเงินที่ส่งมาแล้วเท่าไหร่ ยังคงเหลือเท่าไหร่ เพื่อยื่นฟ้องธนาคารออมสิน และ สกสค. ต่อศาลว่าสัญญา 17 ข้อ ที่ใช้เป็นหลักประกัน การกู้โครงการ ชพค.7 ไม่เป็นธรรม และให้สมาชิกขอคืนเงินตั้งแต่ต้น แจ้งครูทั่วประเทศให้เตรียมพร้อม กันที่ธนาคารออมสิน และสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้ฟ้องสัญญาไม่เป็นธรรม โดยให้ กรรมการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ตั้งแต่ยุคปี 2553-2554 ร่วมกันรับผิดชอบ ที่ประชุมมีมติรับหลักการที่สมาคมฯ เสนอ โดยจะมีการนัดประชุมทั้ง3ฝ่ายอีกครั้งในวันที่ 24 หรือ 25 สิงหาคม สิงหาคม 2569 หรือวันที่เหมาะสม

นายกสมาคมฯกล่าวเพิ่มเติมว่าสมาคมพัฒนาครูไทย ได้นำเสนอแนวปฏิบัติ 10 ข้อ ดังนี้

ข้อ 1) ขอยกเลิกสัญญา 17 ข้อของโครงการ ช.พ.ค. 7 ที่ไม่เป็นธรรม โดยให้มีกรรมการร่วม การปรับโครงสร้างหนี้ทั้งระบบอย่างสร้างสรรค์

2) ขอให้ตั้งคณะกรรมการร่วม 3 ฝ่ายเพื่อพิจารณา รวมหนี้ในทุกสถาบันไว้ที่ธนาคารออมสินเพียงแห่งเดียวในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4-1 ประมาณ 400 งวด อายุ 99 ปี รวมไว้ที่ธนาคารออมสินเพียงแห่งเดียว มีประกันชีวิต ประกันหลักทรัพย์เสียชีวิตแล้วได้รับทรัพย์สินส่วนที่เหลือคืนทั้งหมด

3) เมื่อแต่ละกลุ่ม กู้ครบ 12 เดือนสมาคมจะขอเงินปันผลร้อยละ 1 คืนกลุ่มที่ดี เพื่อบริหารคืนให้ผู้กู้ 10 ส่วน บริหารให้กรรมการ 3 ฝ่ายระดับจังหวัด 8 ส่วนและระดับประเทศ 7 ส่วน เป็น 10:8:7 ) บริหารให้เกิดธนาคารเพื่อการศึกษา

4.) ไม่เอาเครดิตบูโรและระเบียบการหักเงินเดือน ร้อยละ 70 /30 มาคิด เพื่อแก้หนี้ได้ได้ทุกคนให้หักเงินเดือนคงเหลือ พอใช้จ่ายร้อยละ 5 ร้อยละ 10ร้อยละ 15 ร้อยละ20 ร้อยละ 25 ร้อยละ 30 จนถึงร้อยละ 50 ตามลำดับเฉพาะราย วัตถุประสงค์ในการกู้เพื่อประกอบอาชีพที่ยั่งยืน โดยเฉพาะทำการเกษตรหรือกิจกรรมเพิ่มรายได้

5) เมื่อรวมหนี้สินทั้งหมดไว้ที่ธนาคารออมสิน ถือว่าเป็นหนี้สินหลังเกษียณอายุ เมื่อครบ 1 เดือน หรือ 3 เดือน จะคัดเลือกกลุ่มเข้าร่วมแก้หนี้หลังเกษียณกับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ตามเกณฑ์ของกองทุน เพื่อลดดอกเบี้ยและพัฒนากลุ่มให้มีรายได้ยั่งยืน ร่วมกับชมรมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแห่งประเทศไทย ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์สมเพราะสมาชิกจังหวัดละ 50 คนขึ้นไป จะได้เครื่องมือประมาณ 500,000 บาท ในการสร้างรายได้ เช่นโรงงานทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ร่วมกับบริษัทของครู เป็นต้น โดยการทำงานร่วมกันของกรรมการ 3 ฝ่าย

6) เพื่อป้องกันมรดกหนี้ เสนอให้ทำประกันชีวิตหมู่ โดยหักจากเงินเดือนทุกเดือนกรณีเสียชีวิตคือหมดหนี้ ทำให้บุตรหลานและคนค้ำ ไม่เดือดร้อน ( สมาชิกทุกกลุ่มทุกคนมีหนังสือยินยอมให้หักเงินออมเดือนละ 1,500 บาทฝากกองทุนเพื่อการศึกษา สำหรับการประกันชีวิตประกันหลักทรัพย์ ในการกู้เงินปรับโครงสร้างหนี้ หากสมาชิกคนใดหักส่งธนาคารออมสินไม่ได้กลุ่มนั้นมีหนังสือยินยอมให้หักเงินออมกลุ่มอำเภอหรือกลุ่มใหญ่จังหวัดนั้นได้ทันที โดยไม่ให้เสียเครดิต และสมาชิกในกลุ่มนั้นจะต้องหาเงินมาคืนกลุ่มภายในหนึ่งเดือน

7.) ใช้หลักทรัพย์ทางการเงินโครงการ ช.พ.ค. และบำเหน็จตกทอด ค้ำประกันเงินกู้ เพราะหลังจากสมาชิก ช.พ.ค. เสียชีวิตจะได้รับเงินคืน 900,000บาท และ เงินบำเหน็จตกทอดประมาณ 500,000 -1,000,000 บาท เป็นหลักค้ำประกัน รวมประมาณ 1,900,000 บาท เมื่อผู้กู้เสียชีวิตทายาทจะได้รับเงินบำเหน็จตกทอดเต็มจำนวน

8) จัดตั้งกองทุนพัฒนาครูไทยที่ธนาคารออมสิน เขตดุสิต กทม.ประกันชีวิตประกันหลักทรัพย์โครงการพัฒนาครูสู่ชีวิตใหม่ ออมเงินทุกเดือน เป็นกองทุนหมุนเวียน สนับสนุนการแก้ปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบ ดังรายชื่อดังนี้

8.1 การหักบัญชีการกู้เงินโครงการพัฒนาครูสู่ชีวิตใหม่โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กรรมการร่วม 3 ฝ่าย มี กระทรวงศึกษาธิการ นำโดย สกสค.จังหวัด สมาคมพัฒนาครูไทยและธนาคารออมสิน .สกสค.เป็นประธานในแต่ละจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหักเงินกู้สมาชิกแต่ละกลุ่ม ส่งให้ธนาคารออมสิน

8.2 โครงการสร้างรายได้ เช่น (1.)โครงการสร้างรายได้ ร่วมกับ สกสค.เช่น โรงเรียนนักคิด (2) ประเทศแห่งการเรียนรู้ (3) โรงเรียนกรตลาด โดยใช้ โครงการโรงเรียนนักเรียนต้นแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ให้มีตลาดนักเรียน ผู้ปกครองครู แลกเปลี่ยนเรียนรู้ภูมิปัญญาสู่อาชีพ (4) รวมกับองค์กรอื่นในการสร้างรายได้ให้สมาชิก เป็นต้น

9) ในส่วนเงิน ช.พ.ค.และช.พ.ส. และเงินบำเหน็จตกทอด ขอให้เป็นมรดกแก่ลูกหลานหรือทายาทห้ามเจ้าหนี้ตามยึดทรัพย์ ขอให้ธนาคารออมสินหยุดการยึดอายัดทรัพย์ครูต่อไปทุกกรณี เพราะที่ประชุมร่วม 3ฝ่าย รับเรื่องโครงการพัฒนาครูสู่ชีวิตใหม่ เป็นโครงการร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วยฝ่าย 1.ฝ่ายครูบุคลากรทางการศึกษา ผู้กู้ 2.ฝ่ายธนาคารผู้ให้เงินกู้ 3.ฝ่ายกระทรวงศึกษาธิการ โดยสกสค.และหน่วยงานที่มีครู เป็นหน่วยงานกำกับตาม พ.ร.บ.สภาครูและบุคคลากรทางการศึกษา ปี 2546 และรัฐมนตรีมอบหมาย ในอำนาจโดยอาศัยกฎหมาย พ.ร.บ.สภาครูและบุคคลากรทางการศึกษา

มาตรา 6 มาตรา 62 มาตรา 64 (1) ,(2) ,(3) ,(4) (5)มาตรา 67 วรรคสอง มาตรา 73 มาตรา 74

10) เรียน ท่านสมใจ วิเศษทักษิณรักษาการเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. อาศัยหนังสือที่รัฐมนตรีมอบอำนาจเป็นประธานการประชุมดังกล่าวนายอาทิตย์ จำปาทิน ผู้เชียวชาญ สกสค.ผู้รับมอบจากท่าน รับหลักการที่จะตั้งกรรมการร่วม 3 ฝ่าย ในวันที่ 24หรือ 25 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.30 น.ถึงเวลา 12.30 น.หรือตามที่ท่านเห็นเหมาะสม ดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการร่วม 3 ฝ่ายระดับประเทศและระดับจังหวัด เพื่อสำรวจหนี้สินใหม่แก้ไขปัญหาวิกฤติไปพร้อมกัน ซึ่งได้รายงานการประชุม เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ไปพร้อมดำเนินการแล้ว

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16-31 สิงหาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
30 ก.ค. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 481 หนี้ ที่ถือได้ว่า หนี้สาธารณะ เป็นเรื่องหนึ่งที่สังคมไทยพูดถึง และห่วงใยกันมาตลอด เพราะหนี้มีมากก็หมายถึง เครดิตของประเทศก็จะลดลง กล่าวกันว่า ปัญหา หนี้สาธารณะ คือภาวะที่รัฐบาลมีหนี้สินสะสมจาก การกู้ยืมเงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงป...