ที่ศาลอาญา ถ.รัขดาภิเษก เมื่อเวลา 09.30 น.วันนี้ (21 ส.ค.) นายจีระพัฒน์ พันธ์ุทวี อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา น.ส.เพขรรัตน์ สพรั่งผล เลขานุการศาลอาญา พร้อมนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ได้ต้อนรับสื่อมวลชน ที่มาดูงานศาลอาญา
โดยนายจีระพัฒน์ เปิดเผยในการดูงานของสื่อมวลชนว่า ศาลอาญาให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน จึงให้ผู้พิพากษาพิจารณาออกหมายจับ หมายค้นให้สมดุล ซึ่งในช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่รัฐมายื่นขอให้ออกหมายจับหลายครั้ง แต่ศาลอาญาไม่ได้ออกให้ เพราะไม่อยากให้การออกหมายจับไปลิดรอดสิทธิเสรีภาพประชาชน ก็ให้เจ้าหน้าที่รัฐไปออกหมายเรียก ส่วนประเด็นการปล่อยชั่วคราว ที่จะกระทบกับความเขื่อมั่นประชาชน ศาลจึงต้องให้สังคมรู้สึกปลอดภัยด้วย ทั้งนี้จนถึงเดือนก.ค.ที่ผ่านมามีการปล่อยขั่วคราวเพิ่มขึ้น 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ แสดงให้เห็นถึงการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ โดยจะมีการกำหนดเงื่อนไขไม่ให้กระทำผิดซ้ำ ให้มารายงานตัว ไม่ให้เข้าพื้นที่ เพื่อให้สังคมรู้สึกปลอดภัย รวมทั้งคลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตสังคม (Psycho-Social Clinic) คือให้คำปรึกษา แนะนำ และบำบัดฟื้นฟูทางจิตใจและสังคม ข่วงที่ผ่านมาศาลอาญาได้ปล่อยขั่วคราว สำหรับคนจน จำนวน 263 ราย โดยไม่มีเงื่อนไข แต่จะให้สาบานตัวว่าจะมาศาลตามนัด
นายจีระพัฒน์ กล่าวต่อว่า ศาลอาญามีอำนาจครอบคลุมทั่วประเทศ ในคดีอาญาที่ซับซ้อน ผู้กระทำผิดเป็นขบวนการ โดยมี 3 แผนกมารองรับคดีที่ซับซ้อน คือแผนกคดียาเสพติด ที่กระทำเป็นขบวนการยาเสพติดขนาดใหญ่ แผนการซับซ้อน แผนกคดีการค้านมนุษย์ แผนกคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่ผ่านมาสามารถปิดเว็บไซต์ผิดกฏหมาย(เว็บพนันและเว็บลามกอนาจาร ได้ 6 แสนกว่าเว็บไซต์ โดยประสานกับกระทรวงดิจิตัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) แต่กรณีที่ผู้เสียหายร้องขอให้ลบภาพตัวเอง ( take it down) ออกจากเว็บไซด์ลามกอนาจารยังน้อยอยู่เพียง 50 กว่าคำร้องต่อเดือน แต่คิดว่าผู้เสียหายน่าจะมากกว่านี้ ให้สามารถมายื่นคำร้องได้โดยแผนกอาขญากรรมและเทคโนโลยีจะไต่สวนและดำเนินการให้โดยเร็ว ที่ผ่านมาดำเนินการให้ผู้เสียหายแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ สำหรับประเด็นการฟ้องปิดปากประชาชนและสื่อมวลชน ที่“ประธานศาลฎีกา” ได้ออกคำแนะนำสกัดกั้นการฟ้องคดีปิดปากไว้นั้น ถ้าหากในคำฟ้องของโจทก์ มีเนื้อหาขัดเจนว่ายื่นฟ้องโดยไม่สุจริต ศาลอาญาก็สามารถยกฟ้องในขั้นตรวจคำฟ้องได้เลย