ปักกิ่ง, 2 ก.ย. (ซินหัว) -- คำประกาศร่วมจากกระทรวงการคลังและสำนักบริหารการจัดเก็บภาษีแห่งรัฐของจีนระบุว่าจีนเริ่มต้นจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราร้อยละ 20 จากเงินปันผลและเงินโบนัสที่บุคคลชาวต่างชาติได้รับจากบริษัทผู้ประกอบการที่ลงทุนโดยต่างประเทศ ตั้งแต่วันอังคาร (1 ก.ย.) เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นการยุติมาตรการยกเว้นภาษีดังกล่าวที่บังคับใช้ในปี 1994 เพื่อส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและนโยบายเปิดประเทศของจีน
หลิวอี๋ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการคลังสาธารณะและการจัดเก็บภาษีแห่งประเทศจีน สังกัดมหาวิทยาลัยปักกิ่ง กล่าวว่ามาตรการยกเว้นภาษีข้างต้นที่ใช้มานานกว่า 30 ปี เคยมีบทบาทเชิงบวกในการดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศระหว่างการพัฒนาระยะหนึ่ง ทว่าปัจจุบันที่จีนเร่งสร้างเศรษฐกิจตลาดสังคมนิยมมาตรฐานสูง บรรดานักลงทุนชาวต่างชาติให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโดยรวมมากขึ้น ทั้งหลักนิติธรรม ขนาดตลาด และสิ่งอำนวยความสะดวกที่สนับสนุนภาคอุตสาหกรรม
หลี่ซวี่หง รองประธานสถาบันการบัญชีแห่งชาติปักกิ่ง กล่าวว่าโดยทั่วไปเมื่อเศรษฐกิจพัฒนาระดับหนึ่งแล้วมักจะไม่พึ่งพามาตรการจูงใจทางภาษีเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศอีก แต่หันไปให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมตลาดที่มีเสถียรภาพอันดีและเป็นธรรม โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เอื้อต่อการรักษาความเป็นธรรมและความเป็นเอกภาพของระบบภาษี สร้างสภาพแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้นสำหรับการลงทุนจากต่างประเทศ อุดช่องโหว่ทางภาษี และผลักดันการสร้างตลาดระดับชาติที่เป็นหนึ่งเดียวกัน
หลี่ระบุว่าภาระภาษีที่แท้จริงสำหรับผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดาชาวต่างชาติในบริษัทผู้ประกอบการที่ลงทุนโดยต่างประเทศจะไม่เพิ่มขึ้น พร้อมอธิบายว่าประเทศขนาดใหญ่ในทวีปยุโรปและอเมริกาใช้ระบบจัดเก็บภาษีเงินได้ในต่างประเทศ นั่นหมายถึงการจัดเก็บภาษีเงินได้จากผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศในทุกแหล่งรายได้ รวมถึงเงินปันผลจากจีน ซึ่งมาตรการยกเว้นภาษีเดิมของจีนช่วยให้ชาวต่างชาติที่ได้รับเงินปันผลปลอดภาษีในจีนยังต้องจ่ายภาษีจำนวนเท่ากันให้ประเทศที่พำนักอยู่ ส่งผลให้ไม่มีการลดหย่อนภาษีที่แท้จริง
ทั้งนี้ หลี่ชี้ว่าการยกเลิกมาตรการยกเว้นภาษีดังกล่าว ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ชำระในจีนสามารถนำไปหักภาษีที่ต้องชำระในประเทศบ้านเกิด ซึ่งทำให้ภาระภาษีที่แท้จริงจะไม่เพิ่มขึ้น