นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) และ นพ.วิชาญ ปาวัน ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด-19
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 กรณีท่าขี้เหล็กนั้น หากไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมภายใน 14 วัน จะถือว่ากลับสู่สถานการณ์ปกติ โดย จ.พะเยาและพิจิตร ครบกำหนด 14 วัน เข้าสู่สถานการณ์ปกติแล้วเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา จ.เชียงรายและราชบุรี ครบกำหนดวันนี้ 16 ธ.ค. จ.สิงห์บุรี วันที่ 18 ธ.ค., จ.เชียงใหม่ วันที่ 19 ธ.ค. และ กทม. วันที่ 20 ธ.ค.
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า ขณะที่กรณีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิด-19 จากการทำงานใน ASQ กทม. จากการสำรวจสิ่งแวดล้อมใน ASQ พบเชื้อโควิด-19 บนลูกบิดประตู จึงขอให้ผู้ประกอบการต่าง ๆ ทั้งโรงแรม ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมต่าง ๆ นอกจากพื้นผิวด้วย
ด้าน นพ.วิชาญ กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ของไทย ภาพรวมยังเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้ากักกันตามระบบ ยังไม่มีติดเชื้อในประเทศเพิ่ม และไม่มีจังหวัดใดที่พบกลุ่มก้อนการระบาด ทุกพื้นที่มีความปลอดภัย ปีใหม่สามารถท่องเที่ยวและจัดกิจกรรมได้ แต่ขอให้คงมาตรการเว้นระยะห่าง ใส่หน้ากาก และล้างมือ เพื่อป้องกันตนเอง และสร้างความมั่นใจให้ประเทศไทยปลอดภัยจากโควิด-19
นพ.วิชาญ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีผู้ป่วยโควิด-19 ที่เกี่ยวข้องกับท่าขี้เหล็ก วันนี้มีรายงานเพิ่มเติม 3 ราย ตรวจพบใน LQ เชียงราย ยอดสะสมรวมเป็น 67 ราย แบ่งเป็นติดเชื้อภายหลังเข้า LQ 48 ราย ลักลอบเข้ามา 17 ราย และติดเชื้อในประเทศ 2 ราย ทั้ง 7จังหวัดที่มีผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับท่าขี้เหล็กนับว่าปลอดภัยแล้ว เนื่องจากผู้ป่วยรายใหม่เป็นการพบเฉพาะในระบบกักกัน โดยผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
"สำหรับเชียงรายมีผู้เดินทางกลับมาจากท่าขี้เหล็กเข้าสู่ระบบกักกัน 248 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 35 ราย รักษาหายแล้ว 20 ราย มีการค้นหาเชิงรุกเพิ่มเติมเพื่อสร้างความมั่นใจพื้นที่ โดยตรวจแล็บ 26,360 ตัวอย่าง ไม่พบเชื้อทั้งหมด ขอย้ำว่าคนเดินทางกลับมาจาก 7 จังหวัด ไม่ต้องกักตัว เนื่องจากไม่มีความเสี่ยง ไปเรียนและทำงานได้ตามปกติ ทั้งนี้ โรงเรียนหรือสถานประกอบการบางแห่งที่ให้นักเรียน ครู หรือพนักงานที่กลับมาจากเชียงรายและเชียงใหม่กักตัว เป็นมาตรการที่เกินความจำเป็น ขอให้ทบทวน เนื่องจาก สธ.ไม่ได้มีคำแนะนำ หากสงสัยสอบถามสายด่วนกรมควบคุม 1422" นพ.วิชาญกล่าว