ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ท้องถิ่นไทย ย้อนกลับ
กาญจนบุรี - ปธ.กมธ.แก้ปัญหาภัยแล้งฯ แนะรัฐบาลแก้ปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำ
20 มี.ค. 2568

 

 ใช้โมเดลปราบปรามหมูเถื่อน หลังพบทะลักมาจากเขมร-ลาว วันละนับพันพ่วง

วันนี้ 20 มี.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย เขต 4 ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง อันเนื่องมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญ กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่น่าสงสารเกษตรกรมากที่สุด โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เกษตรกรผู้ปลูกข้าว และข้าวโพด ตามลำดับ เนื่องจากราคาเริ่มตกต่ำ สำหรับราคาอ้อยตกลงมาบ้างแต่ยังไม่เสียหายมากนัก ส่วนเกษตรกรด้านการเลี้ยงหมูราคาดีขึ้นมากและต้องชื่นชมรัฐบาล เพราะว่าในห้วง 1 ปีที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการปราบหมู่เถื่อนอย่างจริงจังและเข้มข้น เมื่อไม่มีหมู่เถื่อนทำให้ราคาดีขึ้นเนื่องจากปริมาณของหมูนั้นน้อยลงปัจจุบันหมู่เป็นราคาอยู่ที่ประมาณ 71-72 บาท ส่วนผู้เลี้ยงไก่มีราคาที่ดีขึ้นเช่นกัน

แต่ต้องยอมรับความจริงว่าเกษตรกรชาวไทยส่วนใหญ่นิยมปลูกข้าวมาเป็นอันดับ 1 มันสำปะหลังอันดับ 2 และข้าวโพดเป็นอันดับ 3 ซึ่งราคาผลผลิตพืชเกษตรหลักทั้ง 3 ชนิดนี้ไม่ค่อยดีนักเพราะมันล้นตลาด โดยเฉพาะมันสำปะหลังอดีตราคาอยู่ที่ตันละประมาณ 3,000 บาท แต่ขณะนี้ราคาลดลงเหลืออยู่แค่ประมาณตันละ 1,300 บาท เท่านั้น ที่สำคัญปัจจุบันเราส่งออกไปประเทศจีนไม่ได้แต่ผลผลิตที่ออกมายังคงมีเท่าเดิม

และที่เลวร้ายที่สุดคือล่าสุด ผมได้มีข้อมูลจากพ่อค้าว่ามีการลักลอบนำมันสำปะหลังทั้งถูกและผิดกฏหมายจากกประเทศกำพูชาและลาวเข้ามาในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันละไม่ต่ำกว่า 1,000 พ่วง และนี่คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคามันสำปะหลังตกต่ำอยู่ในปัจจุบันนี้ เพราะการลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศถือว่าเป็นการซ้ำเติมเกษตรกร ผู้ปลูกมันสำปะหลังโดยแท้จริง

ทุกวันนี้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังต้องแยกออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือเกษตรกรที่ปลูกเองจะมีต้นทุนตกอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาทต่อ 1 ไร่ หรือต่อ 1 ตัน แต่ค่าจ้างแรงงานต่อคนตกอยู่ที่ประมาณวันละ 350-400 บาท ซึ่งในต่างจังหวัดนั้นแรงงานหายากมากเพราะคนไทยไม่นิยมทำงานใช้แรงงานประเภทนี้

ส่วนค่าจ้างแรงงานปลูกมันสำปะหลังในประเทศลาวและกัมพูชา รวมถึงพม่า ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของเราอยู่ที่วันละประมาณ 100 บาทเท่านั้นเอง เมื่อต้นทุนการผลิตของประเทศเพื่อนบ้านต่ำ จึงมีการลักลอบนำเข้ามาขายที่ประเทศไทยเพราะได้ราคาที่สูงกว่า และส่วนใหญ่เป็นการลักลอบนำเข้ามาโดยผิดกฎหมายทั้งสิ้น

 

บอกได้เลยว่าไม่มีนักธุรกิจรายใดที่ลงทุนไปแล้วไม่หวังผลกำไร ทั้งหมดต้องการกำไรจากการลงทุนให้มากที่สุดด้วยกันทั้งสิ้น ส่วนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในประเทศก็ต้องการขายถึงแม้ว่าจะขาดทุนก็ตามเพราะมันเก็บเอาไว้ขายในปีต่อไปไม่ได้ ด้วยเหตุผลนี้ผมจึงมีความรู้สึกสงสารเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังมากที่สุด 

ที่สำคัญต้องมาถูกนำมันสำปะหลังเถื่อนเข้ามาตีตลาดซ้ำเติมอีก พูดแบบชาวบ้านเรียกว่าถ้าเอาศพไปวัดหรือป่าช้าแล้วต้องเผาหรือฝังเท่านั้น เพราะมันไม่มีทางเลือก อนาคตหากรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่เข้าไปดูแลหรือให้ความช่วยเหลือ เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังก็คงจะอยู่ลำบาก การที่พรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล อยากให้ใช้โมเดลการปราบปรามในลักษณะเดียวกันกับการปราบหมูเถื่อน ซึ่งปัจจุบันราคาหมูค่อนข้างดีมากๆ  หากสามารถปราบปรามผู้ลักลอบนำมันสำปะหลังผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศได้สำเร็จ เชื่อได้เลยว่าเกษตรกรชาวไทยจะมีกำไรและลืมตาอ้าปากได้อย่างแน่นอน
   ////////////////////////////////////////////////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา  ไหลวารินทร์

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1 - 15 เมษายน 2568
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
03 เม.ย. 2568
หากเราจะโฟกัส หรือมองหาคนหนุ่มไฟแรงในยุคสมัยนี้แล้ว หนึ่งในคนหนุ่มเหล่านั้น ชื่อของ “ธนันท์วรุตม์ ลิ้มทรงพรต” หรือ “คุณแม็ก” ย่อมมีอยู่อย่างแน่นอน เพราะการเติบโตของเขาไม่ธรรมดา เพราะถึงปัจจุบัน เขามีเครือข่ายธุรกิจแตกแขนงออกไปอย่างมากมา...