วันที่ 1 เมษายน 2568 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติปรับเพิ่มค่าตอบแทนครูและบริหารจัดการของโรงเรียนเอกชนในระบบและนอกระบบที่สอนศาสนาอิสลามใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ โดยปรับเพิ่มอัตราค่าตอบแทนครูสอนศาสนา ดังนี้
1. ครูสอนศาสนาในศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) จากอัตราปัจจุบัน 3,000 บาท/คน/เดือน เป็น 3,500 บาท/คน/เดือน
2. โต๊ะครูหรือผู้ช่วยโต๊ะครูในสถาบันศึกษาปอเนาะจากอัตราปัจจุบัน 2,000 บาท/คน/เดือน เป็นโต๊ะครู 4,000 บาท/คน/เดือน และผู้ช่วยโต๊ะครู 3,500 บาท/คน/เดือน เนื่องจากภาระงานของโต๊ะครูมากกว่าผู้ช่วยโต๊ะครูในการดูแลและบริหารจัดการสถาบันศึกษาปอเนาะ
3. ครูสอนศาสนาในโรงเรียนเอกชนในระบบที่สอนศาสนาอิสลามจากอัตราปัจจุบัน 2,000 บาท/คน/เดือน เป็น 3,500 บาท/คน/เดือน
4. ครูสอนศาสนาในโรงเรียนเอกชนนอกระบบที่สอนศาสนาอิสลามอย่างเดียว จากอัตราปัจจุบัน 2,000 บาท/คน/เดือน เป็น 3,500 บาท/คน/เดือน
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังอนุมัติปรับเพิ่มจำนวนครูสอนศาสนาที่ได้รับเงินอุดหนุน โดยเพิ่มการจัดสรรค่าตอบแทนให้กับผู้สอนในตาดีกาที่มีจำนวนนักเรียนไม่เกิน 180 คน จาก 4 คน เป็น 6 คน เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนผู้สอนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - ปีที่ 6 จำนวน 6 คน ตามหลักสูตรอิสลามศึกษาฟัรฎูอีนประจำมัสยิดระดับอิสลามศึกษาตอนต้น (อิบติดาอียะฮฺ) พุทธศักราช 2559/ฮิจเราะฮฺศักราช 1437 จำนวน 6 ชั้นปี ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอบในตาดีกา และจัดสรรค่าตอบแทนให้กับผู้สอนในตาดีกาที่มีจำนวนนักเรียน 181 คนขึ้นไป ในอัตราส่วนผู้สอน 1 คน ต่อนักเรียน 30 คน ทั้งนี้ ไม่เกิน 12 คนต่อศูนย์เพื่อให้เป็นไปตามอัตราส่วนจำนวนครูต่อจำนวนนักเรียนตามระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ว่าด้วยการกำหนดจำนวนครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชนในระบบ พ.ศ. 2551 ประกาศ ณ วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2551
รวมถึงจัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อเป็นค่าตอบแทนโต๊ะครูและผู้ช่วยโต๊ะครูรวมทั้งค่าบริหารจัดการสถาบันศึกษาปอเนาะให้กับสถาบันศึกษาปอเนาะที่มีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า 25 คน ซึ่งปัจจุบันเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับเงินอุดหนุน เพื่อให้เกิดความเสมอภาคแก่สถาบันศึกษาปอเนาะทุกแห่ง และเพิ่มการจัดสรรค่าตอบแทนครูในโรงเรียนเอกชนในระบบที่สอนศาสนาอิสลามที่มีนักเรียน 121 คนขึ้นไป จากเดิมจัดสรรให้ครู 4 คน เป็น 6 คน เพื่อให้เสมอภาคและเท่าเทียมกับจำนวนครูสอนศาสนาที่ได้รับเงินอุดหนุนในตาดีกา
คณะรัฐมนตรียังปรับเพิ่มอัตราค่าบริหารจัดการโรงเรียน ประกอบด้วย ตาดีกา จากอัตราปัจจุบัน 2,000 บาท/แห่ง/เดือน ปรับเป็น 3,000 บาท/แห่ง/เดือน สถานศึกษาปอเนาะ จากอัตราปัจจุบัน 1,000 บาท/แห่ง/เดือน ปรับเป็น 3,000 บาท/แห่ง/เดือน และโรงเรียนเอกชนนอกระบบที่สอนศาสนาอิสลามอย่างเดียว จากอัตราปัจจุบัน 1,000 บาท/แห่ง/เดือน ปรับเป็น 3,000 บาท/แห่ง/เดือน ทั้งนี้ เพื่อให้โรงเรียนเอกชนที่สอนศาสนาทุกแห่งได้รับค่าบริหารจัดการที่เสมอภาคและเท่าเทียมกัน ประกอบกับโรงเรียนดังกล่าวมีภาระงานที่เพิ่มขึ้น เช่น การติดตามตรวจสอบเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวัน การจัดทำข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนผ่านระบบสารสนเทศของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) การจัดทำหลักฐานการจบหลักสูตร รวมทั้งการจัดทำข้อสอบ ทำให้ค่าบริหารจัดการต้องปรับเพิ่มขึ้นให้สอดคล้องตามค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
นายอนุกูลกล่าวว่าการจัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อเป็นค่าตอบแทนครูและค่าบริหารจัดการให้กับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามทุกแห่งที่จัดตั้งถูกต้องตามกฎหมายใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา (เฉพาะอำเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย) เนื่องจากปัจจุบันโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาบางประเภทในจังหวัดสตูลและสงขลา (เฉพาะอำเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย) ยังไม่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อเป็นค่าตอบแทนครูและค่าบริหารจัดการเช่นเดียวกับเงินอุดหนุนค่าตอบแทนผู้สอนในตาดีกา และค่าบริหารจัดการมัสยิดที่ให้กับตาดีกาใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีลักษณะพิเศษมีความละเอียดอ่อนได้รับความเป็นธรรมอย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนที่จะเสริมความมั่นคงในเขตพื้นที่ดังกล่าวให้เกิดสันติสุขและสมานฉันท์
ทั้งนี้ การปรับเพิ่มค่าตอบแทนครูและค่าบริหารจัดการของโรงเรียนเอกชนในระบบและนอกระบบที่สอนศาสนาอิสลามใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ จะต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น รวมทั้งสิ้นปีละ 169.95 ล้านบาท