เมื่อเวลา 13.00 น วันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระราชวังจันทน์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก สมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย พาผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.พิษณุโลก ทั้ง 5 เขต ประกอบด้วย เขตเลือกตั้งที่ 1 นายจเด็ศ จันทรา เบอร์ 4 เขตเลือกตั้งที่ 2 นายนพพล เหลืองทองนารา เบอร์ 1 เขตเลือกตั้งที่ 3 นายเจนวิทย์ จันทรา เบอร์ 4 เขตเลือกตั้งที่ 4 นางสาวพิมพิชชา ชัยศุภกิจเจริญ เบอร์ 1 เขตเลือกตั้งที่ 5 นายเอกพงษ์ กุลเจริญ เบอร์ 3 สักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ของจังหวัดพิษณุโลกเพื่อขอพรสู้การเลือกตั้ง ให้ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 5 เขตชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน กล่าวว่า มั่นใจในผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย ซึ่งลงพื้นที่ไม่เคยทอดทิ้งพี่น้องประชาชน มาโดยตลอด ทำตามแนวทางนโยบายของพรรคเพื่อไทย ซึ่งนโยบายของพรรคเพื่อไทยก็เป็นที่ถูกใจประชาชนทั่วประเทศแน่นอน เพราะกลั่นกรองจากปัญหาทั้งหลาย และทำงานกันอย่างเคร่งเครียด เมื่อนโยบายดีเป็นจุดแข็งของพรรค แม้ว่าในอดีตที่ผ่านมาเราจะถูกขัดแข้ง ขัดขา ทำงานไม่ได้เต็มเวลาเท่าที่ควร แต่เราก็ไม่ท้อ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ได้เห็นการเมืองหลายๆพรรคที่ผ่านมาในอดีต ก็มีความมั่นใจว่า ประชาชนที่เราไปพบปะเยี่ยมเยียนมีความมั่นใจในพรรคเพื่อไทย และมั่นใจในแคนดิเดดของนายกรัฐมนตรี ที่เปิดตัวออกมา พี่น้องก็มีความมั่นใจ ในผู้สมัครของเรา มีความขยันทำงานในสภาก็ดี การเยี่ยมเยือนพบปะประชาชนร่วมแก้ไขปัญหาก็ดี ทุกอย่างทำดีหมด ก็ไม่มีอะไรที่จะทำให้เราขาดเป็นบางเขตเป็นไปไม่ได้ มีสิทธิ์ทั้งหมดทั้ง 5 เขต โดยเราตั้งเป้าไว้ครบทั้ง 5 คนว่าจะต้องทำให้ประชาชนได้พิจารณาเลือกเข้าไปทำงานทั้ง 5 เขต
ส่วนที่ผู้สื่อข่าวถามว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย จะมาภาคเหนือตอนล่างหรือไม่ ตนมองว่า จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดตาก และจังหวัดสุโขทัย ก็เป็นจังหวัดหลัก ที่จะเสนอให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มาในพื้นที่อย่างแน่นอน ส่วนนโยบายผู้สมัครทั้งหลาย ได้นำเอานโยบายไปนำเสนอ ไปประกาศให้ประชาชนได้รับทราบ แต่ candidat ก็มาสำทับ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเราสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และทำในสิ่งที่เราประกาศไว้ ส่วนนโยบายของพรรคมีทั้งนโยบายเก่าและนโยบายใหม่ แนวทางการคิดคำนวณ เพื่อจะเดินหน้าไปสู่การทำความมั่นคงให้เกิดกับสินค้าเกษตร ผลิตผลของสินค้าเกษตรของพี่น้องประชาชน เรื่องกำไรจากการเพาะปลูกอย่างน้อยไปต้องมี 30% ขึ้นไปผมว่าเป็นจุดพื้นฐานเบื้องต้น เป็นราคาที่จะต้องยืนยันค้ำประกัน ในส่วนด้านราคาเพื่อเป็นรายได้ให้กับประชาชน แต่ราคาเป้าหมายจะต้องสูงกว่านั้น เป็นนโยบายของเราในการเป็นเมืองเกษตร ส่วนนโยบายอื่นๆเช่นเรื่องสุขภาพ เรื่อง 30 บาท เรื่องการป้องกันโรค เรื่องอื่นๆการปราบสแกมเมอร์ ปราบยาเสพติดสำคัญทุกเรื่อง ทำอย่างไรจะทำให้คนไทยอายุยืนยาวนาน ไม่ลำบากยากจน และปัญหาฝุ่น PM 2.5 ปัญหาความแห้งแล้ง น้ำท่วม พรรคเพื่อไทยมีความมั่นใจในนโยบายว่าจะถูกใจประชาชนแน่นอน
สำหรับการเดินสายในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคเหนือตอนล่างเราไม่มีความหนักใจ ใดๆ เราต้องบอกว่าจังหวัดตากเราไม่ได้ผู้แทนในอดีต จึงต้องไปทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากขึ้น ส่วนจังหวัดพิษณุโลกเราเคยได้ ส.ส. 3 เขตแต่จังหวัดพิษณุโลกมี 5 เขต ส่วนในจังหวัดสุโขทัยมี 4 เขตครั้งที่แล้วเราได้ครบทั้ง 4 เขต เมื่อดูแล้วเราได้ผู้แทนใน 3 จังหวัดนี้ 7 ที่นั่ง แต่ทั้งหมดมี 12 เขต ก็ยังขาด 5 เขต ตรงนี้เป็นตัวชี้วัดให้ทางพรรคเราต้องทำงานกันหนักขึ้นเพื่อให้ได้ครบทั้ง 12 เขตต่อไป
พิษณุโลก/ศริตวรรธน์ อัครชินพรรณ