ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
เศรษฐกิจชุมชน ย้อนกลับ
เศรษฐกิจชายแดน ตัวเลขลงทุน 10 ปีไม่คึกคัก เขตศก.พิเศษลงทุนแค่ 5 หมื่นล้าน
02 ม.ค. 2569

การพัฒนา “เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน” ซึ่งรัฐบาลเริ่มผลักดันมาตั้งแต่ปี 2558 เพื่อใช้เป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดนและเชื่อมโยงการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุดตัวเลขการลงทุนตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี สะท้อนภาพการขับเคลื่อนที่ยังไม่คึกคักเท่าที่คาดหวัง

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานว่า ณ เดือนกันยายน 2568 การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 10 พื้นที่ ได้แก่ ตาก สระแก้ว มุกดาหาร ตราด สงขลา หนองคาย นครพนม กาญจนบุรี นราธิวาส และเชียงราย มีมูลค่าการลงทุนรวมทั้งจากภาคเอกชนและการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม 55,198 ล้านบาท ตลอดช่วงปี 2558–2568

หากพิจารณาเฉพาะโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และมีการลงทุนจริง พบว่ามีจำนวน 92 โครงการ วงเงินรวม 26,471.96 ล้านบาท โดย 5 เขตเศรษฐกิจที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด ได้แก่

  • สงขลา 19 โครงการ วงเงิน 9,273.35 ล้านบาท
  • สระแก้ว 11 โครงการ วงเงิน 8,403 ล้านบาท
  • ตาก 34 โครงการ วงเงิน 3,430.56 ล้านบาท
  • มุกดาหาร 5 โครงการ วงเงิน 2,095.50 ล้านบาท
  • หนองคาย 5 โครงการ วงเงิน 2,001.46 ล้านบาท

ด้านการลงทุนจากต่างชาติ มีนักลงทุนเข้ามาขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 45 โครงการ วงเงิน 5,775 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากญี่ปุ่น การร่วมทุนไทย–ญี่ปุ่น มาเลเซีย ไต้หวัน ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ อินเดีย จีน และการร่วมทุนไทย–จีน เนเธอร์แลนด์ สิงคโปร์ และเมียนมา โดยกระจุกตัวในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูป พลาสติก อาหารสัตว์ ยานยนต์ เครื่องจักรและชิ้นส่วน อุปกรณ์ก่อสร้าง โรงพยาบาล และถุงมือยางทางการแพทย์

ขณะเดียวกัน การลงทุนของภาคเอกชนในพื้นที่พัฒนาที่เป็นที่ดินราชพัสดุในเขตเศรษฐกิจพิเศษตราด กาญจนบุรี และนครพนม มีมูลค่า 5,106.02 ล้านบาท ส่วนการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมของเขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้วและสงขลารวม 5,731.21 ล้านบาท ขณะที่การใช้สิทธิประโยชน์ด้านศุลกากรมี 13 โครงการ วงเงิน 510 ล้านบาท

ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สศช. ระบุว่ามีโครงการรวม 151 โครงการ ครอบคลุมคมนาคม ด่านพรมแดน ระบบสาธารณูปโภค และนิคมอุตสาหกรรม โดยมีความก้าวหน้าเฉลี่ยราว 90% แม้หลายโครงการสำคัญในจังหวัดหลักอย่าง สงขลา ตราด สระแก้ว และตาก จะแล้วเสร็จและทยอยเปิดใช้งาน แต่ภาพรวมยังสะท้อนว่า “การลงทุนเอกชน” ไม่ได้ขยายตัวในอัตราที่สอดคล้องกับเม็ดเงินและเวลาที่ภาครัฐทุ่มลงไป

ทั้งนี้ ตัวเลขการลงทุนกว่า 5.5 หมื่นล้านบาทในรอบ 10 ปี กลายเป็นโจทย์สำคัญสำหรับนโยบายเศรษฐกิจชายแดนในระยะต่อไป ว่าจะสามารถยกระดับจากพื้นที่รองรับการผลิตขั้นต้น ไปสู่ฐานเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มและดึงดูดการลงทุนขนาดใหญ่ได้มากเพียงใด เพราะยังถือว่าเป็นการลงทุนที่ไม่มากนักเมื่อเทียบกับการลงทุนภาพรวมของทั้งประเทศ

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1 - 16ธันวาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
02 ธ.ค. 2568
ต้องยอมรับว่า การปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยที่มั่นคง หัวใจสำคัญด้านหนึ่งต้อง มาจากฐานราก หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ การปกครอง ส่วนท้องถิ่นต้องเข้มแข็ง ซึ่งประเทศไทยเราเอง ก็พัฒนาขึ้นมาเป็นลำดับโดยเฉพาะเมื่อรัฐธรรมนูญ 2540 เปิดศักราชใหม่ให้กับการกระจายอำนาจลงสู่...