ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
การเมือง / การปกครอง ย้อนกลับ
ธนาธร ลุยหาดใหญ่ ขอโอกาส ปชน. ลั่นหากเลือกพรรคอื่น ได้ภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลแน่
22 ม.ค. 2569

ธนาธร ลุยหาดใหญ่ ชูนโยบายสร้างหัวเมืองใหม่ 15 แห่ง ขอโอกาสประชาชน กาส้ม 2 ใบถล่มทลาย ตั้งรัฐบาลประชาชนด้วยกัน ชี้กาพรรคอื่น ได้ภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลแน่

เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2569 ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน พร้อมกับ นายรอมฎอน ปันจอร์ เพื่อช่วยช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครในจ.สงขลา และแลกเปลี่ยนความเห็นกับภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่

ในช่วงเช้านายธนาธร ได้มาแลกเปลี่ยนความเห็นกับกลุ่มประกอบการในพื้นที่ถึงแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการฟื้นฟูพื้นที่หาดใหญ่หลังประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ที่ผ่านมา ซึ่งนายธนาธร หารือถึงแนวทางการจัดการน้ำในพื้นที่ รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการ เพื่อให้กลับมาลงทุนในหาดใหญ่ และเสนอให้การฟื้นฟูหาดใหญ่ทำควบคู่กับการออกแบบเมืองหาดใหญ่ใหม่

นายธนาธร นำเสนอนโยบายสร้างหัวเมืองใหม่ 15 เมืองเพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในภูมิภาค นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอนโยบายเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการ SMEs อย่าง สินเชื่อสร้างตัว หวยใบเสร็จ และตลาดเปิดดิจิทัล (OCN หรือ Open Commerce Network แพลตฟอร์มระบบเปิด) ที่จะช่วยอุดหนุน SMEs ไทยด้วยระบบการค้าเสรี เป็นต้น

ในช่วงบ่าย นายธนาธร ได้เดินทางมาในงาน “ปลุกพลังสงขลาเมืองสีส้ม” เพื่อพูดคุยกับสมาชิกพรรคสู้ศึกเลือกตั้งในครั้งนี้ โดยนายธนาธรได้พูดถึงสถิติการเลือกตั้งที่ผ่านมา ในสงขลา ครั้งก่อนถึงแม้จะแพ้ สส.เขต แต่คะแนนแบบบัญชีรายชื่อของพรรคก้าวไกลมาเป็นอันดับ 1 ในหลายเขต ซึ่งตนหวังว่าเลือกตั้งนี้จะเปลี่ยนใจชาวหาดใหญ่ให้กาพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบได้

นายธนาธร กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนจะทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นได้อีกครั้ง โดยจะจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ ตนมั่นใจเพราะประชาชนเห็นถึงความตั้งใจของพรรคประชาชน อย่างเรื่องประกันสังคมก้าวหน้า ที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเข้าไปจัดการพอร์ตการลงทุนใหม่ ปี 2568 ผลตอบแทนการลงทุนขึ้นมาที่ 5.8% จากปกติ ได้เพียง 3% มาตลอด 10 ปี

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องค่าไฟแพงที่มี นายวรภพ วิริยะโรจน์ และนายศุภโชติ ไชยสัจ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนทั้งสองท่าน ที่ต่อสู้จนถูกฟ้องจากกลุ่มทุนพลังงานแต่ก็ไม่หวั่นไหว

เหตุผลต่อมาคือ ความพร้อมในทีมของบริหารรัฐบาลประขาชนที่ได้รับการยอมรับจากแวดวงต่างๆ และพร้อมเข้ามาทำงานให้กับประชาชน

เหตุผลสุดท้ายคือ เรื่องการเมือง ที่รอบนี้ไม่มี สว.มาร่วมโหวตนายกฯแล้ว โดยครั้งสุดท้ายที่เสียงของประชาชนมีความหมาย คือ 15 ปีที่แล้ว ที่ผลการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลไปในทิศทางเดียวกัน

หากจะให้ผลเลือกตั้งกำหนดโฉมหน้ารัฐบาลได้จริง พรรคประชาชนต้องชนะพรรคอันดับ 2 อย่างขาดลอย การเลือกตั้งครั้งนี้จึงมีอนาคตไทยเป็นเดิมพัน หากเลือกพรรคอื่นจะได้ภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่หากประชาชนไม่อยากได้นายกฯคนเดิม ทางออกคือเลือกพรรคประชาชน

นายธนาธร กล่าวว่า ขอพลังจากทุกคนช่วยเป็นปากเป็นเสียง เดินทางไปพร้อมกับพรรค คำสัญญาที่พรรคให้ทุกคนได้ในวันนี้ คือหากเป็นรัฐบาลจะไม่มีทุจริต คอร์รัปชั่น และหากประชาชนเชื่อว่าต้องการส่งต่อสังคมที่ดีกว่านี้ให้กับลูกหลาน ก็ขอให้เดินทางไปพร้อมกับพรรคประชาชน

จากนั้น นายธนาธร ให้สัมภาษณ์ว่า กระแสการตอบรับจากประชาชน ได้รับการต้อนรับอย่างดี แม้ก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกลจะไม่ได้ชนะ สส. เขต แต่สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ก็มีหลายเขตที่พรรคก้าวไกลได้รับเลือกเป็นอันดับ 1

ดังนั้น ขอโอกาสจากประชาชน กาให้พรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ ให้พวกเขาได้เข้าไปรับใช้ ดูแลประชาชน ไปเป็นปาก เป็นเสียงให้คนหาดใหญ่ ให้คนสงขลา เพื่อไปโหวตให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ได้เป็นนายกฯ

สำหรับหาดใหญ่ สงขลานั้น ในระยะแรก 2-3 เดือนนี้ ตนเห็นว่าประเด็นฟื้นฟูหาดใหญ่หลังน้ำท่วมยังเป็นประเด็นสำคัญ รัฐบาลต้องช่วยเหลือเยียวยาอย่างรวดเร็ว หลังจากพูดคุยกับผู้ประกอบการหลายรายเห็นตรงกันว่า เรื่องเยียวยาและมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ยังไม่ถึงมือประชาชน อยากส่งข้อความนี้ถึงรัฐบาลด้วย

แม้พรรคประชาชนจะอยู่ในฐานะฝ่ายค้าน แต่อยากใช้โอกาสนี้ เร่งผลักดันมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ให้ถึงมือประชาชนโดยด่วน อยากให้นายกฯ และรัฐมนตรีช่วยผลักดันโครงการที่จะดูแล ฟื้นฟูหาดใหญ่ ไม่เช่นนั้น ผู้ประกอบการจะล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมาก นำไปสู่การเลิกกิจการ และการเลิกจ้างตามมา

ขณะที่ระยะกลาง จำเป็นต้องฟื้นฟูความมั่นใจว่า ฤดูฝนที่จะมาถึงรอบนี้ น้ำจะไม่ท่วมอีก มาตรการการติดตามน้ำ การบริหารจัดการน้ำ รวมถึงมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมั่นใจมากขึ้น

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16 - 31 ธันวาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
02 ธ.ค. 2568
ต้องยอมรับว่า การปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยที่มั่นคง หัวใจสำคัญด้านหนึ่งต้อง มาจากฐานราก หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ การปกครอง ส่วนท้องถิ่นต้องเข้มแข็ง ซึ่งประเทศไทยเราเอง ก็พัฒนาขึ้นมาเป็นลำดับโดยเฉพาะเมื่อรัฐธรรมนูญ 2540 เปิดศักราชใหม่ให้กับการกระจายอำนาจลงสู่...