เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน (อบจ.น่าน) มีมติเห็นชอบใช้งบประมาณ 18 ล้านบาท จัดซื้อรถดูดสิ่งโสโครกและฉีดล้างท่อระบายน้ำ 1 คัน เพื่อรองรับภารกิจช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน หลังเผชิญปัญหาน้ำท่วมและดินโคลนอุดตันท่อระบายน้ำในหลายชุมชนอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยฝ่ายบริหารยืนยันมีความคุ้มค่าในระยะยาว เมื่อเทียบกับการเช่ารถจากเอกชนที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากตลอดทั้งปี
แหล่งข่าว เปิดเผยว่า การพิจารณาดังกล่าวเกิดขึ้นในการประชุมสภา อบจ.น่าน สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 โดยมีนายเยี่ยมศักดิ์ เครือทิพย์ ทำหน้าที่ประธานสภา และนายนพรัตน์ ถาวงศ์ นายก อบจ.น่าน เสนอญัตติขอโอนงบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2569 และขออนุมัติใช้จ่ายเงินสะสม เพื่อดำเนินโครงการจัดซื้อรถดูดสิ่งโสโครกและฉีดล้างท่อระบายน้ำ วงเงิน 18,000,000 บาท
ผลการลงมติจากสมาชิกสภา อบจ. จำนวน 24 คน ปรากฏว่า มีมติเห็นชอบ 19 เสียง ไม่เห็นชอบ 3 เสียง (รวมประธานสภา) งดออกเสียง 2 แม้จะมีเสียงคัดค้านจากสมาชิกสภาบางส่วน โดยให้เหตุผลถึงความไม่คุ้มค่าในการใช้งบประมาณ แต่เสียงข้างมากเห็นว่าเป็นความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาด้านสาธารณภัยและระบบระบายน้ำของจังหวัดส่วนจะเป็นใครนั้นต้องรับรองรายงานการประชุมสภาเสียก่อนอีกครั้งหนึ่ง
แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า จังหวัดน่าน มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวมกว่า 100 แห่ง ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลเมือง 1 แห่ง เทศบาลตำบล 18 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 80 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่ยังขาดแคลนอุปกรณ์เฉพาะทางสำหรับดูดโคลนและล้างท่อระบายน้ำ ส่งผลให้ต้องเช่ารถจากภายนอกเป็นประจำ โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณวันละ 30,000–40,000 บาท และต้องดำเนินการซ้ำหลายครั้งตลอดทั้งปี
ทั้งนี้ สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่าน มีแนวโน้มเกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตเทศบาลและพื้นที่สำคัญ เช่น โรงพยาบาล และย่านเศรษฐกิจ ซึ่งหากระบบระบายน้ำไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ จะสร้างความเสียหายทั้งด้านเศรษฐกิจและความเดือดร้อนแก่ประชาชนจำนวนมาก การจัดซื้อรถดูดโคลนไว้ใช้งานเองจึงถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว และสามารถให้บริการได้อย่างทันท่วงที
แหล่งข่าว ย้ำว่า อบจ.น่าน มีอำนาจตามกฎหมายในการให้บริการด้านสาธารณภัยแก่ทุกพื้นที่ในจังหวัด จึงจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจต่อประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ผู้แทนสภาลงมติไม่เห็นชอบ ซึ่งอาจเกิดความสับสนต่อบทบาทและภารกิจของ อบจ.