ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
คุณภาพชีวิต ย้อนกลับ
DPU เปิดเวที CAPSTONE ผนึกภาคสังคม–ธุรกิจ ขับเคลื่อนการเรียนรู้โจทย์จริงภายใต้ธีม Sustainability เสริมศักยภาพนักศึกษา
28 ม.ค. 2569

DPU เปิดเวที CAPSTONE ผนึกภาคสังคม–ธุรกิจ ขับเคลื่อนการเรียนรู้โจทย์จริงภายใต้ธีม Sustainability เสริมศักยภาพนักศึกษา บ่มเพาะทักษะสิ่งแวดล้อม ธุรกิจ รับมือภัยไซเบอร์ เตรียมพร้อมสู่โลกการทำงานจริง

 

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดกิจกรรม “Capstone Project” ภายใต้ธีม “Sustainability” เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษา ก่อนก้าวสู่การฝึกงานและการทำงานในอนาคต โดยนำความรู้จากห้องเรียนมาลองแก้ปัญหาจริงจากโจทย์ของผู้ประกอบการและองค์กรภายนอก ผ่านการพัฒนาแนวคิด แผนธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยมี นางสาวเกล็ดทราย อินทรพล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดพันธมิตร มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยในการเปิดงาน มีคณาจารย์และนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง ณ ห้องประชุมสัจจา เกตุทัต

 

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นตลอดทั้งวัน โดยได้รับเกียรติจากพันธมิตรภายนอกทั้งภาคสังคมและภาคธุรกิจ เข้าร่วมบรรยาย ถ่ายทอดประสบการณ์จริงและมอบโจทย์การทำงานให้กับนักศึกษา นำโดย มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งมี นาวาโท สวพัศ สถิตย์เสถียร กรรมการมูลนิธิฯ ร่วมบรรยายให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ควบคู่กับมุมมองเชิงสังคมและความยั่งยืน พร้อมด้วย ศ.สพ.ญ.ดร. นันทริกา ชันซื่อ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประธานอนุกรรมการฝ่ายวิชาการและส่งเสริมมูลนิธิฯ และ นายสรรเพชญ ศรีสวัสดิ์ อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ที่ร่วมสะท้อนภาพการต่อยอดทรัพยากรไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ควบคู่กับการปลูกฝังและสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้แก่คนรุ่นใหม่

 

ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจได้ร่วมแบ่งปันโจทย์และมุมมองจากโลกการทำงานจริง โดยมีผู้แทนจาก บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ได้แก่ นายณัฐพงศ์ ชาญอภิชัยกิจ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด Seaweed & Snack ถ่ายทอดแนวคิดด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาดยุคใหม่ รวมถึง นายรัชเดช สุขสิน Head of Operations — Product & Service Academy จาก Central Department Store Group ที่นำเสนอประสบการณ์ด้านการพัฒนาบริการและการเชื่อมโยงธุรกิจกับชุมชน และ นางสาวสินีนาฏ คำวงค์ปิน Deputy CEO/Chief Business Development Officer (CBO) บริษัท เบย์ คอมพิวติ้ง จำกัด (มหาชน) – Baycoms ร่วมสะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนธุรกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

CAPSTONE DPU ปลุกศักยภาพนักศึกษาจากโจทย์จริง

นางสาวเกล็ดทราย อินทรพล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดพันธมิตร มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยกำลังมุ่งเน้นการขับเคลื่อนแนวคิด “Potentialigence” ซึ่งเป็นระบบการพัฒนาทักษะนักศึกษาอย่างเข้มข้นตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ถึงปีที่ 3 เพื่อให้นักศึกษาได้ค้นพบศักยภาพ ความถนัด และความสนใจของตนเองอย่างถ่องแท้ ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่การฝึกงานในชั้นปีที่ 4 อย่างมืออาชีพและมั่นใจ โดยกลไกสำคัญคือการเปิดพื้นที่ให้องค์กรภายนอก ทั้งภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ และมูลนิธิชั้นนำ เข้ามามีส่วนร่วมในการแบ่งปันประสบการณ์และถ่ายทอดโจทย์จากโลกการทำงานจริงสู่ห้องเรียน เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกฝนผ่านบริบททางธุรกิจที่มีความท้าทายและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

หัวใจสำคัญของโครงการ Capstone Project ในปีนี้ มหาวิทยาลัยได้กำหนดธีมหลักภายใต้เรื่อง “Sustainability” หรือความยั่งยืน ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ที่โลกธุรกิจยุคใหม่ให้ความสำคัญอย่างสูงสุด โดย DPU ได้คัดเลือกพาร์ทเนอร์เชิงกลยุทธ์ที่มีความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาและพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนในหลากหลายมิติ อาทิ องค์กรด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลที่นำประเด็นสิ่งแวดล้อมมาสร้างเป็นโจทย์เชิงสร้างสรรค์ ภาคธุรกิจรีเทลที่ทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อยกระดับสินค้าท้องถิ่น องค์กรเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นความปลอดภัยในโลกดิจิทัล รวมถึงความร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง “เถ้าแก่น้อย” (Taokaenoi) ที่มาร่วมถ่ายทอดโจทย์ด้านนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ธุรกิจอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้นักศึกษาได้ร่วมออกแบบแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมควบคู่ไปกับการเติบโตทางการตลาดในระดับสากล

นางสาวเกล็ดทราย กล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยเชื่อมั่นในพลังของคนเจเนอเรชัน Z (Gen Z) ที่มีมุมมองและไอเดียที่แปลกใหม่ ซึ่งสามารถสร้างคุณค่าและนำไปต่อยอดให้แก่ภาคธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม การทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์จะช่วยให้นักศึกษาได้ฝึกคิดแบบผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Mindset) ฝึกการคิดนอกกรอบ และพัฒนาผลงานให้มีความสมบูรณ์พร้อมสำหรับการแข่งขันในระดับสากล โดยโครงการนี้ไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อตัวนักศึกษาและองค์กรที่เข้าร่วมเท่านั้น แต่ยังมุ่งหวังให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสามารถกลับไปตอบโจทย์การพัฒนาชุมชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

           กิจกรรม Capstone ครั้งนี้ เปิดโอกาสให้นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ภาคการศึกษาที่ 2 จากทุกคณะและวิทยาลัยเข้าร่วมมากกว่า 1,000 คน โดยดำเนินโครงการเป็นระยะเวลาประมาณ 5 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2569 ผ่านกระบวนการเรียนรู้จากโจทย์จริงของผู้ประกอบการ ตั้งแต่การรับโจทย์ พัฒนาแนวคิด นำเสนอผลงาน และต่อยอดเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ ทั้งนี้ ในรอบนำเสนอผลงานสุดท้าย ผู้ประกอบการจะเข้ามาร่วมรับชมและให้ข้อเสนอแนะโดยตรง เพื่อสะท้อนว่าผลงานของนักศึกษาสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงและนำไปต่อยอดได้ในระดับใด

 

นางสาวเกล็ดทราย กล่าวเพิ่มเติมว่า จากกระบวนการเรียนรู้ตลอดการดำเนินโครงการ มหาวิทยาลัยมองว่านักศึกษามีศักยภาพหลากหลายระดับ บางกลุ่มสามารถพัฒนาผลงานจนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์และมีการซื้อขายจริง ขณะที่บางกลุ่มมีแนวคิดที่องค์กรสามารถนำไปต่อยอด หรือมีผลงานที่อยู่ในระดับเกือบสมบูรณ์ ซึ่งทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่างาน Capstone เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงจากโจทย์จริงไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ และยังช่วยให้นักศึกษาเข้าใจภาพรวมของโลกการทำงานมากขึ้น เมื่อก้าวสู่ช่วงฝึกงาน นักศึกษาจะปรับตัวและทำงานร่วมกับองค์กรได้รวดเร็วขึ้น เนื่องจากมีประสบการณ์ทำงานกับภาคธุรกิจและผ่านการเรียนรู้จากสถานการณ์จริงมาแล้ว

 

 

  • เปิดโจทย์อนุรักษ์ต้องสื่อสารทันยุคเปิดพื้นที่คนรุ่นใหม่ฟื้นฟูทะเลไทย

 

นาวาโท สวพัศ สถิตย์เสถียร รองประธานมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย เปิดเผยถึงการร่วมโปรเจกต์ DPU Capstone กับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ว่า มูลนิธิฯ มุ่งหวังสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารด้านการอนุรักษ์ให้ทันสมัยและเข้าถึงบริบทสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืน

 

 

โจทย์หลักที่มอบให้นักศึกษา เน้นการนำความคิดสร้างสรรค์มาประยุกต์ใช้ในมิติที่เข้าถึงง่าย อาทิ การปรับภาพลักษณ์ วิธีการเล่าเรื่อง และการสร้างการมีส่วนร่วมที่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมผู้คนได้จริง มากกว่าการลงลึกเพียงรายละเอียดทางเทคนิค โดยมูลนิธิฯ เตรียมนำผลงานที่ได้ไปต่อยอดใช้จริงในกิจกรรม “โรดโชว์” พื้นที่จังหวัดชายทะเลทั่วประเทศ เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ในวงกว้าง

 

 

นาวาโท สวพัศ ระบุว่า ปัจจุบันการอนุรักษ์กลายเป็น “เมกะเทรนด์” ที่แทรกซึมอยู่ในทุกอุตสาหกรรม คนรุ่นใหม่มีศักยภาพสูงในการใช้นวัตกรรมดิจิทัล และมีทัศนคติการใช้ชีวิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากกว่ายุคก่อน ซึ่งถือเป็นพลังสำคัญในการช่วย “พยุงและฟื้นฟู” ระบบนิเวศทางทะเลท่ามกลางวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ

 

 

ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกในการสร้างพันธมิตรเชิงโครงสร้าง หากเยาวชนเหล่านี้เติบโตไปเป็นผู้บริหารที่มีหัวใจอนุรักษ์ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในระดับองค์กรและสังคม ทั้งนี้ มูลนิธิฯ พร้อมขยายผลความร่วมมือกับภาคการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยให้คงอยู่สืบไป

 

  • เซ็นทรัล ย้ำความยั่งยืนต้องทำได้จริง! ดันไอเดีย Upcycle คนรุ่นใหม่สู่ตลาดรีเทล

 

นายรัชเดช สุขสิน Head of Operations — Product & Service Academy จาก Central Department Store Group เปิดเผยถึงทิศทางด้านความยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักของกลุ่มเซ็นทรัล โดยเน้นย้ำว่าความยั่งยืนที่แท้จริงต้องไม่ได้เป็นเพียงการรักษาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ต้องสามารถขับเคลื่อนมิติทางสังคมและเศรษฐกิจไปพร้อมกัน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับชุมชนเพื่อสร้างอาชีพ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการยกระดับทักษะของช่างฝีมือ (Artisan) ให้สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องราวและเติบโตได้ในเชิงธุรกิจอย่างมั่นคง

ในด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ นายรัชเดชมองว่าปัจจุบันแค่การ “Recycle” อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด แต่ควรยกระดับไปสู่แนวคิด “Upcycle” ที่เป็นการเปลี่ยนวัสดุไร้ค่าให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่า มีความทันสมัย และมีความเป็นแฟชั่นที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ขณะเดียวกันในโลกของรีเทล สินค้าจะเติบโตได้อย่างยั่งยืนจำเป็นต้องสร้างยอดขายได้จริง จึงสนับสนุนให้นักศึกษาประยุกต์ใช้กลยุทธ์ “Sales Animation” หรือการสร้างกิจกรรมเชิงประสบการณ์ เช่น การจัดเวิร์กช็อปและกิจกรรมอินเทอร์แอ็กทีฟ เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างลูกค้ากับสินค้าผ่านเรื่องราวของความยั่งยืน

ทั้งนี้ การร่วมมือกับนักศึกษาในโครงการ DPU Capstone Project ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้องค์กรได้เห็นมุมมองใหม่ๆ และต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพในการพัฒนาสู่การวางจำหน่ายจริงในตลาดรีเทลระดับประเทศและนานาชาติ ขณะเดียวกันนักศึกษาจะได้เรียนรู้การทำงานในสเกลธุรกิจจริง ซึ่งถือเป็นการเสริมสร้างโปรไฟล์และทักษะที่จำเป็นต่อการเติบโตในสายอาชีพต่อไปในอนาคต โดยความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

 

  • องค์กรเทคโนโลยีรุกโจทย์ Cybersecurity ดึงนักศึกษา DPU แก้ Painpoint ต้นทุนป้องกันความปลอดภัยไซเบอร์ไทย

 

นางสาวสินีนาฎ คำวงค์ปิน Deputy CEO/Chief Business Development Officer (CBO) เปิดเผยถึงการนำเสนอโจทย์ในโครงการ DPU Capstone Project ภายใต้แนวคิด Smart & Sustainable Business โดยชูประเด็น "Cybersecurity" เป็นแกนหลักสำคัญในการออกแบบแนวคิดธุรกิจ 

เนื่องจากเล็งเห็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทยที่ผู้คนเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่จำนวนมากยังขาดความรู้เท่าทันต่อภัยคุกคามไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงและซับซ้อน องค์กรจึงต้องการเห็นนวัตกรรมหรือบริการป้องกันภัยที่กลุ่ม SME และสตาร์ทอัพสามารถเข้าถึงได้จริง ทั้งในด้านราคาและคุณสมบัติในการป้องกันภัยไซเบอร์ได้จริง

 

โดยโจทย์นี้เปิดกว้างให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพอย่างสร้างสรรค์ ทั้งในรูปแบบผลิตภัณฑ์ บริการ หรือแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น ระบบแจ้งเตือนภัยสำหรับธุรกิจออนไลน์และอีคอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยง รวมถึงต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจ SME / E-commerce / Digital Service เป็นต้น

ทั้งนี้ นางสาวสินีนาฏ ได้เน้นย้ำว่า หากพบไอเดียหรือ Innovation ใหม่ๆ ที่มีศักยภาพและตอบโจทย์ตลาดได้ องค์กรมีความตั้งใจที่จะเข้ามาร่วมลงทุนและพัฒนาต่อยอดร่วมกับนักศึกษาเพื่อให้เกิดผลสำเร็จในเชิงธุรกิจจริง ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่คนรุ่นใหม่จะได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการโครงการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในระดับองค์กรชั้นนำ

 

นอกจากนี้ นางสาวสินีนาฏ ยังมองว่าโครงการ Capstone Project เป็นเครื่องมือสำคัญในการลดช่องว่างระหว่างโลกการศึกษากับโลกธุรกิจจริง ช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในตลาดแรงงานปัจจุบัน เปรียบเสมือน "ทางลัด" ที่ช่วยให้ผู้เรียนปรับตัวได้รวดเร็วขึ้นก่อนก้าวสู่การทำงานจริง โดยองค์กรไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่ไอเดียที่แปลกใหม่ แต่ให้ความสำคัญกับ "กระบวนการคิด" ตั้งแต่การรีเสิร์ช การตั้งคำถาม ไปจนถึงการออกแบบโมเดลที่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนต่อทั้งภาคธุรกิจและสังคมโดยรวม

ความคาดหวังสำคัญอีกประการหนึ่งคือการสร้างความตระหนักรู้ (Awareness) และความรับผิดชอบต่อสังคมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะการใช้โซเชียลมีเดียอย่างรู้เท่าทันและการสื่อสารที่มีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานบุคลากรในสังคมไทยให้มีคุณภาพและใช้เทคโนโลยีอย่างมีคุณค่าแท้จริง โดยทางองค์กรเตรียมติดตามผลลัพธ์ของโครงการในช่วงการนำเสนอผลงานเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อพิจารณาการขยายผลความร่วมมือที่สร้างประโยชน์ต่อทั้งวงการวิชาการและภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมสืบไป ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงโครงการส่งเสริมการศึกษาเท่านั้น แต่เป็นก้าวสำคัญของการสร้างความมั่นคงปลอดภัยในโลกดิจิทัลให้แก่ประเทศไทย ผ่านพลังสร้างสรรค์ของนักศึกษารุ่นใหม่ที่จะเติบโตไปเป็นกำลังหลักของชาติ ท่ามกลางยุคสมัยที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกย่างก้าวของการดำเนินชีวิตและธุรกิจในปัจจุบัน

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 16 - 31 ธันวาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
02 ธ.ค. 2568
ต้องยอมรับว่า การปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยที่มั่นคง หัวใจสำคัญด้านหนึ่งต้อง มาจากฐานราก หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ การปกครอง ส่วนท้องถิ่นต้องเข้มแข็ง ซึ่งประเทศไทยเราเอง ก็พัฒนาขึ้นมาเป็นลำดับโดยเฉพาะเมื่อรัฐธรรมนูญ 2540 เปิดศักราชใหม่ให้กับการกระจายอำนาจลงสู่...