สาวดีกรีปิญญาโท ผู้หลงใหลขนมไทยตระกูลทอง ชวนเพื่อนรักทำขนมไทยโบราณตำหรับชาววังขายแป็นรายได้เสริม ได้ทั้งกำไรและความสุขที่เคยฝันไว้แต่เด็กว่าถ้ามีโอกาสจะขายขนมไทยตระกูลทอง
แม้ว่าจะเรียนจนจบระดับปริญญาโท และได้ทำงานในวิชาที่ร่ำเรียนมา แต่ความฝันและความตั้งใจของผึ้ง หรือ คุณจิราภัทร์ เครือไชย ที่เคยฝันก็ยังมีอยู่ในใจตลอดมาจนกระทั่งทนความเรียกร้องใจตัวเองไม่ไหวจึงตัดสินใจใช้เวลาว่างที่พอมี ชวน สุณัฏธิณี ทองโบราณ หรือตุ๋ม เพื่อนรักมาร่วมกันทำขนม ทองเอก เสน่ห์จันทร์ และ ดาราทอง ขนมไทย ที่รูปลักษณ์เฉพาะตัวรสชาติอร่อย ที่สำคัญทำยากหาทานยาก และยังถือว่าเป็นขนมมงคลที่มักใช้ในโอกาสและวาระสำคัญๆ

และด้วยรูปลักษณ์และรสชติที่โดดเด่น รวมถึงความพิถีพิถันในการทำจึงเป็นที่สะดุดตากับผู้ที่เห็นและเคยทานก็มักจะติกอกติดใจทานแล้วอยากทานอีก อย่างเสน่ห์จันทร์ เป็นขนมที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก ต้นจันทน์ ที่ผลสีเหลืองทองและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว คนโบราณจึงจดจำลักษณะผลของลูกจันทร์มาทำเป็นขนม โดยได้มีการผสมผงลูกจันทร์ลงไปเพื่อให้มีกลิ่นหอม ส่วนคำว่าเสน่ห์มีความหมายเป็นที่รัก มีเมตตามหานิยมเป็นที่รักใคร่ใครเห็นใครรัก เป็นขนมที่ใช้ในงานมงคล ส่วนทองเอก เป็นขนมในตระกูลทองที่ถือว่าเป็นที่สุดของขนมมงคล ซึ่งเอกแปลว่าหนึ่ง หรือชั้นหนึ่ง เป็นขนมชั้นสูงที่ใช้ในงานฉลองยศถาบรรดาศักดิ์ มีความหมายโดดเด่น และความเจริญรุ่งเรือง จุดเด่นมีความพิเศษที่ปิดทองเปลวไว้ที่ด้านบน เพื่อเน้นความหรูหราและเป็นสิริมงคล อีกขนมหนึ่งที่เป็นขนมที่มีความโดดเด่นทั้งรูปลักษณ์ที่สวยงามมีขั้นตอนที่ทำยากที่สุดในบรรดาขนมตะกูลทอง และปัจจุบันเป็นขนมที่มีราคราแพงที่สุด เพราะขั้นตอนการทำนานถึง 8 ชั่วโมง นับแต่การนวดแป้ง กวาดเมล็ดแตงโม ซึ่งทุกขั้นตอนจะต้องทำด้วยมือล้วนๆ เพราะฉนั้น ดาราทองจึงเป็นขนมไทยตระกูลทองที่ทำยากขั้นตอนมากมายและหาทานยากที่สุด ถึงแม้จะเป็นขนมในยุค ร.9 แต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นการประดิษฐ์ขึ้น โดยคุณหญิงเจือ นครราชเสนี ซึ่งเป็นขนมที่ได้รางวัลชนะเลิศในการประกวดขนมไทยในงานฉลองรัฐธรรมนูญ ความหมายของดาราทอง มาจากรูปทรงที่เหมือนดาวมีฐานเป็นมงกุฏ สื่อถึงความมีชื่อเสียง ความสง่างาม จุดเด่นความยากอยู่ที่การทำฐานที่ต้องนำเมล็ดแตงโมมากวาดในกระทะน้ำเชื่อมจนขึ้นเป็นหนามสีขาว ซึ่งใช้เวลากวาดนาน8 ชั่วโมง แล้วนำมาประกอบกับตัวขนม เป็นงานที่ต้องอาศัยความเพียรสูงมากที่สุดกว่าขนมไทยทุกชนิด ที่สำคัญขนมทั้งสามชนิดนี้ ยังได้รับการขนานนามว่า ไตรภาคีแห่งความรุ่งเรือง
แม้ว่าทั้งสามชนิดจะเป็นขนมตระกูลทองที่หาทานยาก แต่ด้วยความฝันของผึ้ง จิราภัทร์ เครือไชย ทำให้วันนี้หลายคนมีโอกาสที่จะได้ทานขนมตระกูลทองไม่ต้องวันสำคัญในราคาที่ไม่แพงในราคาเริ่มที่ 12 บาทต่อชิ้น นอกจากขนมตระกูลทองแล้ว ที่นี่เค้ายังมี อะลัว สุดอร่อยรูปลักษณ์สีสันขวนกินไว้ให้ทานอีกหนึ่งอย่าง ใครต้องการรับไปวางในคาเฟ่ เพื่อเพิ่มความหรูหราก็สามารถติดต่อได้ที่ ผึ้ง 061-645 4241 และที่ ตุ๋ม 081- 758 9556 บ้านทองโบราณ ท้ายวัดหลวงปรีชากูล อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ขอบอกช่วงนี้นี้ออร์เดอร์เยอะมากรอบละหลายร้อยชิ้นโทร.เลยข้าเดี๋ยวจะต้องรอนาน
ธนปกรณ์ วิศวามิตร / ปราจีนบุรี
081-2863615