ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ท้องถิ่นไทย ย้อนกลับ
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 9 พรรคชั้นนำ เปิดนโยบายมัดใจคนพิการ บนเวที สแกนนโยบายพรรคการเมืองด้านคนพิการ
07 ก.พ. 2569

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 9 พรรคชั้นนำ เปิดนโยบายมัดใจคนพิการ บนเวที สแกนนโยบายพรรคการเมืองด้านคนพิการ คำสัญญาหรือแค่ลวงคะแนน ต่างรับปากหากได้จัดตั้งรัฐบาล พร้อมผลักดันร่างกฏหมายเพื่อคนพิการ

ที่ ช้ัน 2 อาคารบรรยายรวม 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ได้จัดให้มีการเสวนา ใน เวที สแกนนโยบายพรรคการเมืองด้านคนพิการ คำสัญญาหรือแค่ลวงคะแนน โดยมีผู้แทนจาก 9 พรรคการเมือง เข้าร่วมเปิดนโยบายด้านคนพิการอย่างพร้อมเพรียง

โดยเวทีดังกล่าว สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ได้แบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ข้อเสนอเชิงนโยบายจากผู้แทนคนพิการ 6 ประเภท, การนำเสนอนโยบายที่ขับเคลื่อนให้กับคนพิการ และช่วงสุดท้ายการประชันนโยบายคนพิการ ซึ่งในช่วงที่ 2 ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ทั้ง 9 พรรคการเมือง เปิดนโยบายเด็ดมามัดใจคนพิการ ก่อนที่จะดำเนินการเลือกตั้งในช่วงสุดสัปดาห์นี้ มี ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ เลขาธิการมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เป็นผู้เชิญตัวแทนพรรคการเมือง ได้แก่ คุณพีรวิชญ์ ขันติศุข ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เผยว่า ทางพรรคมีนโยบาย 3 เสาหลักเพื่อคนพิการ ในเรื่องของการปรับสวัสดิการคนพิการเทียบเท่าสากล พร้อมเพิ่มนโยบายส่งเสริมการผลิตอุปกรณ์เพื่อคนพิการในประเทศไทย ตลอดจนเพิ่มงบรายหัวในการรักษาพยาบาลคนพิการ รวมทั้งสร้าง Job Matching Platform จับคู่คนพิการกับงานที่ใช่ และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน หรือ ตึกราชการ ตามหลัก Universal Design ด้วยตอนนี้เรามีร่างพรบ.Universal Design แล้ว ครม.เปิดเมื่อไหร่ พร้อมยื่นทันที โดยจะดึงคนพิการเข้ามามีร่วมในคณะทำงาน เพื่อให้การตัดสินใจ หรือการออกแบบตรงกับความต้องการ และผู้พิการสามารถใช้งานได้จริง

ด้านคุณปทิตตา ไชยปาน ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นผู้พิการทางสายตาทราบดีถึงปัญหาของคนพิการ พรรคพร้อมเพิ่มเบี้ยคนพิการเป็น 1,600 บาท/เดือน อายุต่ำกว่า 18 ปี ได้ 2,000 บาท ในส่วนของการจ้างงาน เตรียมที่จะส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐจ้างงานคนพิการ ตามโควต้าที่กฎหมายกำหนด ปัจจุบันพบว่ามีกว่า13,000 อัตรา พร้อมจูงใจภาคเอกชนให้รับคนพิการเข้าทำงานเต็มโควต้า ส่วนกลไกสำคัญที่จะทำให้กฎหมายคนพิการสามารถบังคับใช้ได้ คือ กฎหมายนั้นๆจะต้องถูกเขียนออกมาให้เข้าใจง่าย มีการประชาสัมพันธ์ออกไปในวงกว้าง และจะต้องมีการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้เกิดขึ้นกับสังคมร่วมด้วย

ส่วนคุณชยพล เจียงกะรัต หัวหน้าทีมยุทธศาสตร์พรรคไทยก้าวใหม่ เผยว่า เราพร้อมใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์เข้ามายกระดับระบบขนส่งสาธารณะ รถเมล์ หรือ รถไฟฟ้า มีระบบสื่อสารอัจฉริยะสามารถบอกสายรถ จุดจอด หรือนำทางไปยังที่นั่งได้ รวมทั้งพื้นที่สาธารณะ ก็จะเต็มไปด้วยนวัตกรรมช่วยนำทาง และอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับคนพิการ ในส่วนของการจัดการศึกษาให้คนพิการสามารถเรียน และมีงานทำนั้น พบว่าสัดส่วนของผู้พิการในปัจจุบันไม่ได้อยู่ในช่วงของวัยเรียน จะอยู่ในช่วงของวัยทำงาน ผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นทางพรรคจึงเน้นไปในส่วนของการศึกษานอกระบบส่งเสริมให้สร้างครูคนพิการสอนคนพิการด้วยกันเอง ตลอดจนโน้มน้าวให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอัพสกิล-รีสกิลให้กับคนพิการ เพื่อให้เห็นถึงศักยภาพ นำไปสู่การจ้างงานต่อไป

ขณะเดียวกันในเรื่องของการจ้างงาน ดร.อนุสรี ทับสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ได้มีการประกาศเป็นครั้งแรกว่า ทางพรรคจะปรับกฎหมายโควตาจ้างงานคนพิการจาก 100 ต่อ 1 คน เป็น 50 ต่อ 1 คนให้ได้ นอกจากสิ่งสำคัญที่จะต้องแก้ไขระบบแล้ว ภาครัฐจะต้องโน้มน้าวใจเอกชนให้หันมาจ้างงานคนพิการ โดยมีแรงจูงใจในเรื่องของการลดหย่อนภาษี พร้อมสนับสนุนการปรับสถานที่ทำงานให้รองรับคนพิการ ตลอดจนช่วยภาคเอกชนในการจับคู่งานให้เหมาะสมกับความพิการแต่ละประเภท ไม่ใช่ให้เอกชนเดินเอง หรือคนพิการไปหาสมัครงานเอง ซึ่งขอยืนยันว่า แม้จะได้เข้าไปทำหน้าที่ในรัฐบาลหรือไม่ ก็จะขอเดินหน้าให้ถึงที่สุด เพราะนโยบายนี้เป็นนโยบายที่ให้โอกาสกับทุกชีวิตของผู้พิการ

ด้านคุณอรรถพล ศรีชิษณุวรานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เผยว่า พรรคประชาชนพร้อมปรับเบี้ยคนพิการเป็น 1,200 บาท และคนที่มีความพิการรุนแรงเป็น 2,000 บาท รวมทั้งส่งเสริมให้มีธนาคารอุปกรณ์ ให้คนพิการสามารถเข้าถึงกายอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ และส่งเสริมการใช้สิทธิ กองทุนผู้พึ่งพิง จ้างผู้ช่วยคนพิการ เพื่อชีวิต อิสระ ตลอดจนสร้างระบบดูแลผู้สูงอายุ และผู้พึ่งพิงในระยะยาว โดยเราเชื่อว่าหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายของคนพิการ คือ จุดเริ่มต้นต้องชัดเจน และพร้อมลงมือทำอย่างจริงจัง การดึงคนพิการเข้ามาร่วมทำ ร่วมสะท้อนปัญหา ร่วมวางแนวทาง รวมทั้งดึงคนในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมก็จะทำให้การเดินหน้านโยบายในมิติของคนพิการไปสู่ความสำเร็จได้ นี่คือเจตจำนงของเรา

ต่อมาโฆษกพรรคไทยสร้างไทย โดยคุณปริเยศ อังกูรกิตติ กล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทย มีนโยบาย 5 เรื่องสำหรับคนพิการ เราสนับสนุนให้กองทุนส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นกองทุนอิสระ เพราะปัจจุบันคนพิการเข้าถึงยากมาก พบว่าเข้าถึงเพียง 20% ซึ่งกองทุนมีมูลค่าถึงหมื่นล้าน ในส่วนของการจ้างงานเราจะไม่เรียกร้องเอกชน เพราะทุกวันนี้หน่วยงานรัฐจ้างงานคนพิการแค่ 20% จาก 15,000 อัตรา นั่นเท่ากับว่าจ้างจริงเพียง 3,000 คน หากไทยสร้างไทยเข้าไปเป็นรัฐบาล และได้ดูแลกระทรวงใดก็ตาม เตรียมจ้างงานเต็มโควต้า 100% ตลอดจนสนับสนุนการแก้พรบ.การศึกษา ให้คนพิการสามารถเรียนรวมได้จริง พร้อมทั้งยกเลิกการจำกัดชั่วโมงของ PA หรือผู้ช่วยคนพิการ พบว่าปัจจุบันมีจำนวน 1,000 คน ซึ่งได้ค่าตอบแทนแค่ 60 บาท/ชั่วโมง 5 เรื่องนี้ ไทยสร้างไทย เชื่อมั่นว่าจะทำได้จริง และพร้อมเข้าไปผลักดันนโยบายเพื่อคนพิการ

ขณะที่คุณพงศพัศ กตคุณวิสิทธิ์ผู้สมัคร ส.ส. กทม.เขตธนบุรี พรรคกล้าธรรม เผยว่า เราเพิ่มแล้วเบี้ยคนพิการเป็น 1,000 บาทจ่ออยู่ประตูหน้าบ้านท่าน และเรามีความพร้อมที่จะเปลี่ยนบทบาทรัฐ จากผู้แจก เป็นผู้ออกแบบ เปลี่ยนบทบาทคนพิการจาก ผู้รับ เป็นพลเมืองผู้มีสิทธิ์ และมีประสิทธิภาพ โดยใช้ 3 เสาหลักทำงานในส่วนนี้ รัฐจะเป็นผู้กำกับระบบว่าจะทำอย่างไรให้คนพิการเข้าถึงตลาดแรงงาน เป็นตัวกลางในการจับคู่แมทชิ่งกับภาคเอกชน รวมทั้งหาผู้ประกันความเสี่ยงในการทำงาน เพื่อเป็นการให้คุณค่ากับคนพิการ ซึ่งงานคือหัวใจสำคัญ สำหรับผู้พิการกว่า 1.2 ล้าน พบว่าปัจจุบันมีการจ้างงานไม่ถึง 40% ด้วยซ้ำ พรรคพร้อมส่งเสริมให้คนพิการมีคุณค่ามีงานทำ และแสดงศักยภาพ ไม่ใช่รอแค่เพียงเบี้ยคนพิการ




ด้านคุณส่งศักดิ์ ฉัตรชูสกุล กรรมการบริหารพรรคเศรษฐกิจ กล่าวว่า รูปธรรมที่ชัดเจนที่สุดที่คนพิการจะได้รับ หากพรรคเศรษฐกิจได้เข้าไปเป็นรัฐบาล คือ นโยบาย คอรัปชั่น เท่ากับ ประหาร เราควรที่จะหันมาปฏิรูปขบวนการยุติธรรมทั้งระบบนี่คือหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหา ความล่าช้า ความซ้ำซ้อน ความไม่โปร่งใสต่างๆ ของกองทุนส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ก็จะหมดไป คนพิการก็จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ในเรื่องของการจ้างงานเราเตรียมที่จะจัดทำบัญชีทักษะแห่งชาติ เพื่อให้เรารู้ว่าเราขาดอะไร จะต้องเติมอะไร และเรามีความสามารถอะไรที่จะไปอยู่ในฟันเฟืองของโครงสร้างการเปลี่ยนแปลงประเทศ ซึ่งพรรคของเราขอย้ำว่า เราไม่ใช่ที่รวมตัวของนักการเมือง แต่ 99% คือคนไทยที่มีหัวใจทำเพื่อบ้านเมือง และพี่น้องประชาชน



ปิดท้ายที่ นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจ เผยว่า เราทำนโยบายออกมาให้ทุกคนเสมอภาคเท่าเทียมกันไม่แบ่งแยก นโยบายเด็ก สตรี หรือผู้สูงอายุ แต่เราจะให้แต้มต่อ หรือ พลัสแทน คนพิการก็เช่นกัน ที่ผ่านมาเราได้มีการปรับแก้กฎระเบียบ หรือหลักเกณฑ์ ของกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพ ร่วมกับอบจ.ให้ครอบคลุมการดูแลคนพิการ และปัจจุบันจะเพิ่มการเข้าถึงให้มากขึ้น เตรียมผลักดันไปสู่กองทุนในระดับจังหวัด นี่คือจุดเชื่อมโยงกับทางข้อเสนอที่ทุกท่านได้กล่าวไว้ในช่วงแรกของเวทีนี้ ส่วนในเรื่องของการศึกษา เราก็มีพลัสให้คนพิการ ต้องมีโอกาสเรียนรู้ในทุกที่ โดยเฉพาะระบบออนไลน์ เราพร้อมสนับสนุนอินเตอร์เน็ตฟรี และส่งเสริมให้หน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆ  รวมทั้งภาคเอกชนจัดทำหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการแรงงาน เมื่อเรียนจนจบหลักสูตร ก็สามารถใช้วุฒิบัตรสมัครเข้าทำงานได้ตรงตามกับความต้องการ ตลอดจนส่งเสริมให้คนพิการได้มีโอกาสเรียนรู้ และเข้าถึงการใช้งาน AI อย่างเท่าเทียม ที่สำคัญคือฟรี นี่คือสิ่งที่พรรคเตรียมจะทำในก้าวต่อไป

ทั้งนี้สิ่งหนึ่งที่ผู้แทนจากทั้ง 9 พรรคการเมือง รับปากพร้อมที่จะทำ และเร่งผลักดัน คือ แก้ไขกฎหมายเพื่อคนพิการ นอกจากนี้ก็ยังมีข้อเสนอเชิงนโยบายทั้ง 10 ประเด็น ตามมติสมัชชาคนพิการแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้พิการทั่วประเทศ รอคอยที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลง โดยทุกพรรคการเมืองให้ความสำคัญ และมีนโยบายคนพิการที่เตรียมจะเดินหน้าต่อ ซึ่งก็ต้องรอลุ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ พรรคใดจะได้เข้าไปจัดตั้งรัฐบาล และนโยบายคนพิการจะเกิดขึ้นได้จริงไหม หรือจะเป็นแค่เพียงวาจาลวงคะแนน

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1 - 15 กุมภาพันธ์ 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
03 ก.พ. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 469 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จะว่าไปแล้ว เราน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในหลายด้านอยู่มิใช่น้อย โดยเฉพาะกับตัวของนักการเมืองที่ขันอาสาเข้ามารับใช้ประชาชน เพราะหากลองส่อ...