ครม.เห็นชอบร่างแผนงานความร่วมมือไทย–IEA ปี 2569–2570 หนุนความมั่นคงพลังงาน–เร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดแผนงานความร่วมมือฉบับนี้ เป็นการต่อยอดจากความร่วมมือเดิม โดยมุ่งเสริมสร้างศักยภาพด้านพลังงานของประเทศไทยในระยะ 2 ปี ครอบคลุมประเด็นสำคัญ
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างแผนงานความร่วมมือระหว่างกระทรวงพลังงานแห่งราชอาณาจักรไทย กับ International Energy Agency (IEA) ประจำปี ค.ศ. 2026–2027 (พ.ศ. 2569–2570) ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ
พร้อมอนุมัติให้ปลัดกระทรวงพลังงาน หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ลงนามในแผนงานดังกล่าว ระหว่างวันที่ 17–18 กุมภาพันธ์ 2569 ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส
รองโฆษกฯ กล่าวว่า แผนงานความร่วมมือฉบับนี้เป็นการต่อยอดจากความร่วมมือเดิม โดยมุ่งเสริมสร้างศักยภาพด้านพลังงานของประเทศไทยในระยะ 2 ปี ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแลกเปลี่ยนข้อมูลและสถิติพลังงานตามมาตรฐานสากล การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน การส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนานโยบายและแบบจำลองพลังงาน การขยายพลังงานหมุนเวียน ระบบไฟฟ้าและดิจิทัล รวมถึงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีพลังงานคาร์บอนต่ำ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
นอกจากนี้ ยังครอบคลุมความร่วมมือระดับภูมิภาคและระดับโลก อาทิ การจัดทำรายงานทิศทางพลังงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การทบทวนความมั่นคงด้านพลังงานของอาเซียน การแลกเปลี่ยนบุคลากร การฝึกอบรม และการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านพลังงานของไทยอย่างต่อเนื่อง
รองโฆษกฯ ระบุว่า แผนงานความร่วมมือดังกล่าวเป็นกรอบความร่วมมือเชิงนโยบายและวิชาการ ไม่ก่อให้เกิดพันธกรณีผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เป็นการสร้างภาระผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป โดยกระทรวงพลังงานได้จัดสรรงบประมาณรองรับการดำเนินกิจกรรมไว้แล้ว
ทั้งนี้ ความร่วมมือไทย–IEA จะช่วยยกระดับการบริหารจัดการภาคพลังงานของประเทศ สนับสนุนการจัดทำนโยบายพลังงานที่สอดคล้องกับทิศทางโลก เสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนของประเทศไทย