นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า จากที่สำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินการเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ต่อร่างระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ .... ระหว่างวันที่ 15 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 มีผู้ให้ความสนใจร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก รวมมีผู้แสดงความคิดเห็นทั้งสิ้น 1,244,260 ครั้ง

โดยสำนักงานประกันสังคมได้เปิดให้ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่าน 3 ช่องทาง เพื่ออำนวยความสะดวกและเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง ได้แก่
1. ระบบกลางทางกฎหมาย www.law.go.th ซึ่งมีสัดส่วนผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นสูงสุดถึงร้อยละ 56.21
2. เว็บไซต์ของ สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th มีสัดส่วนผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นร้อยละ 36.26
3. มุมรับฟังความคิดเห็น ณ สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ มีสัดส่วนผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นร้อยละ 7.53
สำหรับสัดส่วนผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น พบว่า ผู้ประกันตนมาตรา 33 มีสัดส่วนสูงสุด ร้อยละ 73.74 รองลงมา ได้แก่ ผู้ประกันตนมาตรา 39 ร้อยละ 10.99 ผู้ประกันตนมาตรา 40 ร้อยละ 3.89 นายจ้าง ร้อยละ 1.80 องค์กร/สภา/สมาคม/เครือข่ายต่างๆ ร้อยละ 0.15 ประชาชนทั่วไปหรือผู้สนใจ ร้อยละ 8.88 และอื่นๆ ร้อยละ 0.56 สะท้อนถึงความตื่นตัวและการมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการพัฒนากฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสิทธิและหน้าที่ของผู้ประกันตนและนายจ้าง
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวเพิ่มเติมว่า จากจำนวนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับเป็นจำนวนมาก สำนักงานประกันสังคมให้ความสำคัญกับทุกความคิดเห็นอย่างเท่าเทียม ซึ่งต้องผ่านกระบวนการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อให้ได้ข้อสรุปในแต่ละประเด็นที่สะท้อนเจตนารมณ์ของผู้มีส่วนได้เสียอย่างครบถ้วนแท้จริง เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมิลผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 โดยภายหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการดังกล่าวแล้ว จะนำเสนอรายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นต่อคณะอนุกรรมการปรับปรุงแก้ไขระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ. 2564 คณะกรรมการประกันสังคม ตามลำดับ ภายในเดือนมีนาคม 2569 และเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินงานตามกฎหมายต่อไป