ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ก.พ.69 ที่ผ่านมา นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด ที่ กษ 1205/ว959 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เรื่อง กำชับการตรวจสอบการถือครองที่ดินในในเขตปฏิรูปที่ดินโดยมิชอบด้ายกฎหมาย
เนื้อหาระบุว่า ตามที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) มีภารกิจหลักในการปรับปรุงเกี่ยวกับสิทธิและการถือครองที่ดินเพื่อเกษตรกรรม รวมถึงการจัดที่ดินให้แก่เกษตรกรผู้ไม่มีที่ดินเป็นของตนเองหรือมีที่ดินเล็กน้อยไม่เพียงพอแก่การครองชีพ ทั้งนี้เกษตรกรผู้ได้รับการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยการให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน พ.ศ.2535 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2540 (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2564 และ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2566 นั้น
ส.ป.ก.ขอเรียนว่าเพื่อให้การใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายจึงขอให้จังหวัดพิจารณามอบหมายสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (ส.ป.ก.จังหวัด) ตรวจสอบการถือครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินหากพบเกษตรกรผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือมีบุคคลอื่นเข้ามาครอบครองทำประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ ส.ป.ก.จังหวัดพิจารณาดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด
ทั้งนี้ ให้ ส.ป.ก.จังหวัด รายงานผลการปฏิบัติงานปัญหาอุปสรรค แนวทางการแก้ไข และข้อเสนอแนะต่อ ส.ป.ก. เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปี พ.ศ.2559 ขณะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ได้ลงนามคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 36/2559 ให้อำนาจแก่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ในการจัดการปัญหาการครอบครองและรุกที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในขณะนั้น ได้สั่งการให้ ส.ป.ก. เร่งดำเนินการยึดคืนพื้นที่เป้าหมาย 4.3 แสนไร่ ใน 25 จังหวัด ซึ่งจังหวัดกาญจนบุรี เป็น 1 ใน 25 จังหวัด ที่ต้องดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าว
และในขณะนั้น นายวัชรินทร์ วากะมะนนท์ ปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม จ.กาญจนบุรี ได้เปิดเผยข้อมูลแผนดำเนินงานตามคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 36/2559 ว่า จังหวัดกาญจนบุรีมีพื้นที่เป้าหมาย 14 แปลง ใน 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ไทรโยค อ.เลาขวัญ อ.พนมทวน และ อ.ด่านมะขามเตี้ย รวม 15,000 ไร่ โดยเฉพาะ อ.ด่านมะขามเตี้ย มีกลุ่มนายทุนครอบครองเกิน 500 ไร่มากที่สุด
โดย ส.ป.ก.กาญจนบุรี ได้เริ่มต้นด้วยการนำร่องยึดคืนที่ดินในเขต อ.ไทรโยค เป็นอันดับแรก จำนวน 2 แปลง แปลงแรกมีพื้นที่จำนวน 931-0-83 ไร่ แปลงที่ 2 เนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ ทั้ง 2 แปลง ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี โดย สปก.กาญจนบุรี ได้ยึดคืนกลับมา และจัดสรรให้เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองแล้วทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า
สำหรับจังหวัดกาญจนบุรี มีพื้นที่ 12,176,976 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ จำนวน 5,014,428.25 ไร่ พื้นที่อุทยาน จำนวน 4,062,150.96 ไร่ พื้นที่ราชพัสดุตาม พรก.2481 ประมาณ 3,000,000 ไร่ พื้นที่เพิกถอนเป็นเขตอุทยานแห่งชาต เนื้อที่ประมาณ 343,750 ไร่ พื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน(ส.ป.ก.) ประมาณ 772,064 ไร่

พื้นที่เพิกถอนสำหรับให้ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนฯ ที่อำเภอศรีสวัสดิ์ เนื้อที่ประมาณ 772,064 ไร่ เป็นที่ดินส่วนที่ผ่านการพิสูจน์สิทธิ์ที่กรมธนารักษ์เห็นชอบสามารถออกเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินได้ เนื้อที่ประมาณ 71,051 ไร่ เป็นที่ดินที่ประชาชนที่มีเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน (โฉนดที่ดิน)เนื้อที่ประมาณ 59,345 ไร่
พื้นที่ราชพัสดุในความดูแลของทหาร ประมาณ 1,672,728 ไร่ พื้นที่เอกสารสิทธิ์ จำนวน 1,687,027 ไร่ เป็นพื้นที่โฉนดที่ดิน (น.ส.4) จำนวน 1,103,946 ไร่ พื้นที่ น.ส.3 ก. จำนวน 283,334 ไร่ พื้นที่ น.ส.3 จำนวน 299,747 ไร่
ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่อุทยานแห่งชาติ จะต้องให้กรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ แจ้งยอดจำนวนพื้นที่ให้ชักดเจนอีกครั้ง ส่วนพื้นที่นิคมสหกรณ์ทองผาภูมิและสังขละบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 366,906 ไร่ บางส่วนทับซ้อนอยู่ในพื้นที่ป่าไม้และอุทยานแห่งชาติ ส่วนพื้นที่ชลประทาน ทับช้อนอยู่ในพื้นที่ราชพัสดุ ที่ยังไม่ทราบจำนวนพื้นที่แน่ชัด
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์ รายงาน