สคบ. รุกรับฟังความเห็น 9 จังหวัดใหญ่ทั่วไทย ปฏิรูปกฎหมายเช่าซื้อรถยนต์-จักรยานยนต์ มุ่งสร้างความเป็นธรรมยุคดิจิทัล
วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเวทีสาธารณะระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน
เพื่อศึกษาวิจัยและแก้ไขปัญหาการเช่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถจักรยานไฟฟ้า มุ่งเน้นการบูรณาการกลไกกำกับดูแลระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างความเป็นธรรมและแก้ไขข้อร้องเรียน
อย่างยั่งยืน
นายฐิตินันท์ สิงหา รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) เกี่ยวกับการเช่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์
และรถจักรยานไฟฟ้า ภายใต้โครงการศึกษาวิจัยปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภค ณ โรงแรม ทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ สมาคมและผู้ประกอบธุรกิจด้านการเช่าซื้อ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่กรุงเทพมหานครเข้าร่วมกว่า 180 คน
นายฐิตินันท์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจการเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้ขยายตัวอย่างกว้างขวาง ทั้งในรูปแบบการเช่าซื้อทั่วไปและผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งก่อให้เกิดข้อพิพาทระหว่าง
ผู้ให้บริการกับผู้บริโภคในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขในสัญญาที่ขาดความเป็นธรรม อัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บเกินกว่ากฎหมายกำหนด ปัญหาการทวงถามหนี้ ตลอดจนกระบวนการขายทอดตลาดที่ขาดความโปร่งใส แม้ที่ผ่านมาจะมีหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย และ สคบ. เข้ามากำกับดูแลในมิติต่าง ๆ แต่ยังคงขาดกลไกการบูรณาการที่ครอบคลุมทุกด้านอย่างเป็นระบบ ด้วยเหตุนี้ สคบ. จึงได้ดำเนินโครงการศึกษาวิจัยเชิงลึกและจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะใน 9 จังหวัดยุทธศาสตร์
ทั่วประเทศ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ พิษณุโลก ชลบุรี อุดรธานี นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี และภูเก็ต เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและศึกษาวิเคราะห์ปัญหาจากพื้นที่จริง นำมาจัดทำข้อเสนอแนะ
แนวทางแก้ไขที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ข้อมูลที่ได้รับจะถูกนำไปใช้ประกอบการจัดประชุม
เชิงปฏิบัติการและการสนทนากลุ่มย่อย เพื่อพัฒนามาตรการคุ้มครองผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งนี้ ข้อมูลและข้อเสนอแนะทั้งหมดจะนำไปสู่การปรับปรุงกฎหมายและประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ให้มีความเหมาะสม ครอบคลุม และสามารถบังคับใช้ได้จริง เพื่อให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจ ตลอดจนสร้างมาตรฐานการดำเนินธุรกิจเช่าซื้อที่เป็นธรรมแก่ผู้บริโภคทุกกลุ่มอย่าง
เป็นรูปธรรมสืบไป