บางกอกเคเบิ้ล ต่อยอดความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน สนับสนุนพลังงานสะอาดเพื่อภาคการศึกษา มอบระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่ “โรงเรียนสวนลุมพินี” โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาขนาดกำลังการผลิตรวม 118 กิโลวัตต์พีก (kWp) ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้กว่า 55% เพิ่มโอกาสกระจายงบพัฒนาการเรียนการสอน ควบคู่ส่งเสริมแนวคิดเยาวชนด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในระยะยาว
นายพงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) ผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย กล่าวว่า จากวิสัยทัศน์ของบางกอกเคเบิ้ลที่มุ่งมั่นเชื่อมต่ออนาคตที่สะอาดและยั่งยืนให้กับทุกคน บริษัทจึงมุ่งมั่นดำเนินโครงการด้านพลังงานสะอาดเพื่อภาคส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ได้ดำเนินโครงการ “Power to Learn: เชื่อมต่อพลังงานสะอาด สร้างโอกาสแห่งการเรียนรู้ให้เยาวชนไทย” ด้วยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์) บนหลังคาเรียน ให้แก่โรงเรียนสวนลุมพินี โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดในสถานศึกษา ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน
“เราเชื่อว่าพลังงานสะอาดและการศึกษา คือรากฐานสำคัญของสังคมในระยะยาว โครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับโรงเรียน แต่ยังช่วยเพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน และปลูกฝังการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้จากโครงสร้างพื้นฐานจริง เพื่อเติบโตเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ และตระหนักถึงความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต” นายพงศภัค กล่าว
โครงการดังกล่าวเป็นการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาอาคารเรียน ขนาดกำลังการผลิตรวม 118 กิโลวัตต์พีก (kWp) ดำเนินการโดยบริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ION Energy) ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบและติดตั้งระบบพลังงาน ไปจนถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับบริหารจัดการพลังงาน้ำ ในเครือบางกอกเคเบิ้ล เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และเสถียรภาพของระบบในระยะยาว โครงการนี้มีมูลค่าการสนับสนุนรวมทั้งสิ้น 1,780,000 บาท โดยภายหลังการติดตั้ง ION Energy ได้ดำเนินการติดตามผลการผลิตไฟฟ้าอย่างใกล้ชิดผ่านแอปพลิเคชัน “ION ENERGY” ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทั้งปริมาณพลังงานที่ผลิตได้ มูลค่าการประหยัดค่าไฟฟ้า รวมถึงผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม จากผลการดำเนินงานในช่วง 1 เดือนแรก ระบบสามารถช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าได้มากกว่า 55% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 45,000 บาทต่อเดือน พร้อมทั้งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ราว 4.12 ตันต่อเดือน เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้มากกว่า 300 ต้นต่อเดือน
ด้าน นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร ในฐานะต้นสังกัดของโรงเรียนสวนลุมพินี กล่าวว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการพัฒนาสถานศึกษาควบคู่ไปกับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด โดยมองว่าโครงการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในโรงเรียนสวนลุมพินี ไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของสถานศึกษา แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนให้กับนักเรียน สร้างโอกาสให้นักเรียนได้คุ้นเคยกับพลังงานสะอาดในชีวิตประจำวัน
“การนำพลังงานสะอาดมาใช้ในโรงเรียน ถือเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของเยาวชน เพราะนอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายแล้ว ยังช่วยปลูกฝังแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ความร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างบางกอกเคเบิ้ลจึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนาการศึกษาและเมืองอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน” นายพรพรหม กล่าว
สำหรับโรงเรียนสวนลุมพินี ถือเป็นโรงเรียนแห่งที่ 3 ภายใต้โครงการ “Power to Learn เชื่อมต่อพลังงานสะอาด สร้างโอกาสแห่งการเรียนรู้ให้เยาวชนไทย” ต่อเนื่องจาก 2 แห่งแรก คือโรงเรียนบ้านขาแหย่งพัฒนา จ.เชียงราย และโรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย จ.นครนายก โดยบางกอกเคเบิ้ลมีแผนระยะยาวในการขยายผลการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันการเข้าถึงพลังงานสะอาด และสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างยั่งยืนในระยะยาว ล่าสุด อยู่ระหว่างการเตรียมติดตั้งโซลาร์ให้แก่โรงเรียนวัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร เพิ่มเติมอีกหนึ่งแห่ง
บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) เป็นผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย ก่อตั้งในปี พ.ศ.2507 ให้บริการครอบคลุม 7 กลุ่มการใช้งาน ได้แก่ 1.ระบบผลิตและส่งพลังงานไฟฟ้า (Transmission) 2.ระบบจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า (Distribution) 3.ระบบไฟฟ้าภายในบ้านพักและอาคาร (Construction and Building) 4.ระบบขนส่งและคมนาคม (Transportation and Mobility) 5.ระบบไฟฟ้าในโรงงาน และภาคอุตสาหกรรม (Industrial) 6.พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และ 7.ระบบไฟฟ้าในรถยนต์ (Automotive) เพื่อสร้างความปลอดภัยและขับเคลื่อนเมืองสู่อนาคต ปัจจุบัน มีลูกค้าโครงการขนาดใหญ่ของทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนมากที่ใช้สายไฟฟ้าของบางกอกเคเบิ้ล อาทิ โครงการวัน แบงค็อก (One Bangkok) สนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 โครงการสายไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าสายสีชมพู โครงการรถไฟทางคู่สายตะวันออก และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำ เขื่อนอุบลรัตน์ นอกจากนี้ บริษัท มีส่วนสนับสนุนโครงการ ASEAN Power Grid โดยเฉพาะโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนหลวงพระบาง (Luang Prabang Hydropower Project) ในประเทศลาว