ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
การเมือง / การปกครอง ย้อนกลับ
‘เอกนิติ’ เปิดมาตรการรัฐอุ้ม 5 กลุ่ม สู้วิกฤติพลังงาน หลังเลิกตรึง ‘ดีเซล’
25 มี.ค. 2569

“เอกนิติ” เผยรัฐเตรียมออกมาตรการช่วยเหลือพุ่งเป้า 5 กลุ่ม บัตรสวัสดิการ ภาคขนส่ง เกษตร ประมง และผู้รับเหมาภาครัฐ สู้วิกฤติพลังงาน หลังเลิกกำหนดเพดานราคาน้ำมันดีเซล ปล่อยไปตามกลไกตลาด พร้อมออกซอฟต์โลนเติมสภาพคล่อง

วันที่ 25 มี.ค.2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” ถึงทิศทางการดำเนินนโยบายของภาครัฐเพื่อรับมือกับผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน ภายหลังจากการยกเลิกการกำหนดเพดานราคาน้ำมันดีเซลที่ 33 บาทต่อลิตร โดยระบุว่า รัฐบาลจะมุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า (Targeted Subsidy) โดยให้การช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อน

"สถานการณ์ในวันนี้มันเกิดวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ของโลก ทุกคนต้องปรับตัว ซึ่งการไปฝืนราคาตลาดจะทำให้เกิดความบิดเบือน อะไรก็ตามแต่ที่ไปฝืนกลไกราคาก็จะทำให้เกิดการทั้งเก็บการกักตุน แล้วก็การที่เราเสียทรัพยากร งบประมาณในทส่วนที่ไม่จำเป็น"

ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มเป้าหมายหลักอย่างละเอียด ดังนี้

 

1.) กลุ่มเปราะบาง การช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยจะดำเนินการผ่านกลไกของ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" หรือบัตรคนจน ซึ่งภาครัฐมีฐานข้อมูลผู้ที่ได้รับสิทธิ์อยู่แล้วจำนวน 13.4 ล้านคนทั่วประเทศ รูปแบบการช่วยเหลือจะเป็นการเติมเงินเข้าไปในบัตร โดยอาจนำไปทบในกระเป๋าเงินย่อยที่มีอยู่แล้ว เช่น หมวดค่าใช้จ่ายสำหรับค่าอาหาร หรือค่าไฟฟ้า เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ 

อย่างไรก็ตาม การดำเนินมาตรการนี้จำเป็นต้องเบิกจ่ายจากงบกลาง จึงต้องรอให้กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เสร็จสิ้นเรียบร้อยเสียก่อนจึงจะสามารถอนุมัติงบประมาณและเริ่มดำเนินการได้

2.) กลุ่มภาคการขนส่งสาธารณะและโลจิสติกส์ โดยกระทรวงคมนาคม ได้รวบรวมฐานข้อมูลผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งประกอบไปด้วยรถบรรทุกประมาณ 360,000 ราย และรถโดยสารประจำทางสาธารณะเกือบ 30,000 ราย นอกจากนี้ ยังครอบคลุมไปถึงกลุ่มรถตู้ รถแท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

“ทั้งนี้ ภาคการขนส่งถือเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน ซึ่งจะเป็นกลไกส่งผ่านไปสู่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค” 

โดยรูปแบบการช่วยเหลืออาจเป็นลักษณะของการให้คูปองหรือบัตรเติมน้ำมัน รวมถึงการให้เป็นตัวเงิน สำหรับช่องทางการจ่ายเงินนั้นสามารถทำได้ 2 ช่องทาง คือ การจ่ายตรงไปยังผู้ประกอบการ หรือการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ขับขี่โดยตรงผ่านระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ขับรถรับจ้างอิสระที่ไม่ได้สังกัดผู้ประกอบการรายใหญ่จะสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง

3.) กลุ่มเกษตรกร วิกฤติพลังงานได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงราคาปุ๋ยเคมี เนื่องจากก๊าซธรรมชาติ (LNG) และน้ำมันถือเป็นต้นทุนสำคัญในการผลิตปุ๋ย จึงมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานหลักในการจัดหาปุ๋ยราคาถูก และส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดต้นทุนการเพาะปลูก 

นอกเหนือจากการช่วยเหลือเรื่องราคาปุ๋ยแล้ว เกษตรกรจำนวนมากที่ขึ้นทะเบียนอยู่ในฐานข้อมูลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็จะได้รับสิทธิ์ความช่วยเหลือในหมวดของกลุ่มเปราะบางควบคู่กันไปด้วย

4.) กลุ่มชาวประมง เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนในการออกเรือ กระทรวงคมนาคมเตรียมส่งเสริมให้กลุ่มชาวประมงเปลี่ยนมาใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ดีเซลผสมน้ำมันปาล์ม 20% ทดแทนการใช้น้ำมันเขียว เบื้องต้นมีการประเมินว่าน้ำมัน B20 สำหรับกลุ่มประมงจะมีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มบนบกถึง 5 บาทต่อลิตร ซึ่งมาตรการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนให้ชาวประมง แต่ยังส่งผลดีต่อเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในประเทศอีกด้วย

“ทั้งนี้ เพื่อป้องกันผลกระทบจากการที่ราคาน้ำมันปาล์มอาจปรับตัวสูงขึ้นจนกระทบต่อภาคการบริโภคและอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์จะเข้ามาบริหารจัดการอุปทานทั้งระบบอย่างใกล้ชิด รวมถึงการควบคุมการส่งออกน้ำมันปาล์ม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค“

 

5.) กลุ่มผู้รับเหมาภาครัฐ ในส่วนของผู้รับเหมาก่อสร้างที่รับงานโครงการของรัฐ ซึ่งกำลังเผชิญกับปัญหาราคาต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น สำนักงบประมาณจะเข้ามาดูแลผ่านการปรับ "ค่า K" ค่าดัชนีราคาที่ใช้คำนวณค่างานก่อสร้าง เพื่อชดเชยต้นทุนตามกลไกปกติของสัญญาก่อสร้างภาครัฐ

นอกจากนี้ สำหรับภาคอุตสาหกรรมและบริการ รัฐบาลจะไม่มีมาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันเป็นกรณีพิเศษให้ เนื่องจากทุกภาคส่วนจำเป็นต้องปรับตัวรับมือกับสถานการณ์พลังงานโลก แต่ภาครัฐจะเข้าไปช่วยดูแลเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจแทน โดยเตรียมจัดสรรวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน (Soft Loan) เพื่อประคองให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1 - 15 มีนาาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
03 ก.พ. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 469 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จะว่าไปแล้ว เราน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในหลายด้านอยู่มิใช่น้อย โดยเฉพาะกับตัวของนักการเมืองที่ขันอาสาเข้ามารับใช้ประชาชน เพราะหากลองส่อ...