การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) จัดพิธีเปิดการสัมมนาเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทาง การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public-Private Partnership : PPP) ภายใต้ข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับกรอบกฎหมายและนโยบายภาครัฐ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารประปาวิวัฒน์ กปภ. สำนักงานใหญ่
นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เปิดเผยว่า การจัดสัมมนาในครั้งนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public-Private Partnership : PPP) อย่างเป็นระบบและครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่หลักการ แนวคิด นิยามและรูปแบบของโครงการ รวมถึงรูปแบบการแบ่งผลประโยชน์ระหว่างหน่วยงานของรัฐและเอกชน ได้แก่ PPP Net Cost เป็นรูปแบบที่รัฐให้สิทธิเอกชนผู้ลงทุนเป็นผู้รับรายได้ทั้งหมดของโครงการ, PPP Gross Cost เป็นรูปแบบที่รัฐเป็นผู้รับรายได้ทั้งหมดของโครงการ และ PPP Modified Gross Cost ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับรูปแบบที่รัฐเป็นผู้รับรายได้ทั้งหมดของโครงการแต่เอกชนจะได้รับผลตอบแทนเพิ่มอีกส่วนหนึ่งจากรัฐ ตลอดจนรูปแบบการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน เช่น การให้เอกชนก่อสร้าง โอนทรัพย์สิน และให้บริการ (Build–Transfer–Operate : BTO), การให้เอกชนก่อสร้าง ให้บริการ และโอนทรัพย์สิน (Build–Operate–Transfer : BOT) และการให้เอกชนก่อสร้าง เป็นเจ้าของ และบริหารจัดการ (Build–Own–Operate : BOO) รวมถึงกระบวนการจัดทำและดำเนินโครงการ ตั้งแต่การพิจารณาความเหมาะสมของโครงการ การเสนอโครงการ การพิจารณาอนุมัติ การคัดเลือกเอกชน และการจัดทำสัญญา ไปจนถึงการกำกับดูแล การติดตามและประเมินผล การบริหารความเสี่ยง การจัดสรรผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม รวมทั้งหลักเกณฑ์การแก้ไขสัญญาและการจัดทำสัญญาใหม่ เพื่อให้บุคลากรของ กปภ. สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับกรอบกฎหมาย อันจะสนับสนุนการวางแผนและการบริหารโครงการ PPP ของ กปภ. ในอนาคต
ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะของประเทศ โดย กปภ. ให้ความสำคัญกับการนำแนวทางดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับภารกิจด้านการประปาและการบริหารจัดการน้ำ มุ่งเน้นการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ควบคู่กับการบริหารจัดการความเสี่ยงและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการน้ำประปาให้ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง และรองรับการพัฒนาในระยะยาวอย่างยั่งยืน