พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง องค์การเภสัชกรรมได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยองค์การเภสัชกรรม มีบทบาท ด้านการผลิต การจัดหา และรักษาความมั่นคงทางยา และเวชภัณฑ์ ทั้งนี้ได้ดำเนินการจัดทำแผนการจัดหาและแผนการผลิตยาอย่างเป็นระบบและรัดกุม พร้อมกำหนดมาตรการรองรับด้านสาธารณสุขในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินไว้อย่างครบถ้วน
ปัจจุบัน องค์การเภสัชกรรมได้เตรียมความพร้อมด้านการผลิตและการสำรองวัตถุดิบอย่างเพียงพอสำหรับการผลิตยาสำเร็จรูป ไม่น้อยกว่า 6 เดือน โดยมีการนำเข้าวัตถุดิบจากหลายภูมิภาคทั้งในภูมิภาคเอเชีย และยุโรป จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดผลกระทบต่อการผลิตยาและการจัดหายาเพื่อรองรับความต้องการของประเทศ
ในส่วนของการจัดหา องค์การเภสัชกรรมเป็นผู้จัดหายาให้กับสปสช. และสปส. ทั้งนี้รายการยา และเวชภัณฑ์ที่ได้รับคำสั่งซื้อแล้ว ในปีงบประมาณ 2569 องค์การเภสัชกรรมสามารถยืนยันการส่งมอบได้ตามกำหนดครอบคลุมจนถึงเดือนตุลาคม 2569
นอกจากนี้ตามข้อสั่งการของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (Public Health Emergency Operation Center: PHEOC) กรณีสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และองค์การเภสัชกรรม ได้รับมอบหมายเป็นคณะทำงานกลุ่มสำรองวัสดุ เวชภัณฑ์ และส่งบำรุงกำลัง (Logistic and stockpiling) เพื่อดำเนินการจัดหาและสำรองยาและเวชภัณฑ์เร่งด่วนตามความต้องการของประเทศต่อไป