ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ท้องถิ่นไทย ย้อนกลับ
“ผู้การฯระยอง” ชื่นชม ทีมสืบฯ“ปลวกแดง”โชว์ผลงานโบว์แดงจับ!4 แก๊งโจรกรรมรถ
29 มี.ค. 2569

วันก่อน ( 26 มีนาคม 2569) “เดอะต้น” พลตำรวจตรี ปราโมทย์ งามประดิษฐ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยองมอบประกาศเกียรติคุณ เชิดชูการปฎิบัติหน้าที่ชุดสืบสวนฯ สถานีตำรวจภูธรปลวกแดง ที่สร้างผลงานโดดเด่นในการปราบปราม อาชญากรรม ณ ห้องประชุมสุนทรภู่ ชั้น 3 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง นายตำรวจยอดนักสืบ พ.ต.ท.สุชาติ ดุสดี รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปลวกแดง พร้อมด้วย พ.ต.ท.นิยม เชื้อผะกา สารวัตรสืบสวนฯและชุดสืบสวนปลวกแดง ที่ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ไล่ล่าไล่ล้างกากเดนทุรชนคนเลว ให้ไร้ที่ยืนในสังคมผลจากการสืบสวนต่อเนื่องในคดีลักทรัพย์ แบบ “กัดไม่ปล่อย” โดยในเดือนมีนาคม 2569 ชุดสืบสวนฯสภ.ปลวกแดง ภายใต้การนำของ พันตำรวจโท สุชาติ ดุสดี ใช้ความเป็น “ตำรวจอาชีพ” ติดตามแกะรอย จนกระทั่งลากคอเครือข่ายโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่มาลงทัณฑ์ได้ถึง 4 แก๊ง อีกทั้งยังติดตามรถจักรยานยนต์ที่ถูกลักไป ส่งคืนเจ้าของรวมทั้งหมด 16 คันการทุ่มเทครั้งนี้ ไม่เพียงตัดวงจรอุบาทอาชญากรรม แต่ยังช่วยบรรเทาเบาบางความเดือดร้อน “หนักเป็นเบา ทุเลาเป็นหาย”ให้ประชาชน เรียกความเชื่อมั่นคืนกลับมา ได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม

ใบประกาศเกียรติคุณ เสมือน “เกียรติยศ แห่งความทุ่มเท” เชิดชูการปฎิบัติหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์โดยแท้จริงเป็นการยกย่องในความมุ่งมั่น เสียสละ ในความเป็น “ตำรวจมืออาชีพ” แพ็คทีมพลิกตำราสืบสวน ขยายผลคดีสำคัญจนบรรลุเป้าหมาย คำกล่าวของ “ผู้การฯต้น” พล.ต.ต.ปราโมทย์ งามประดิษฐ์ ชื่นชมการปฎิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ต่างน้ำทิพย์ชโลมใจ...ทำเอาลูกน้องหายเหนื่อย...“...ทุกคดีที่คลี่คลายได้ คือความปลอดภัยของประชาชน และทุกทรัพย์สินที่นำกลับคืนได้ คือความสุขของเจ้าของทรัพย์สินนั้น ...”

“...ผลงานเป็นที่ประจักษ์ แสดงให้เห็นถึงการทำงานเชิงรุกของตำรวจ ที่มุ่งเน้นการสืบสวนขยายผลอย่างจริงจัง เพื่อสกัดกั้นและตัดวงจร อาชญากรรม ขอให้ทุกหน่วยในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดระยอง เร่งสร้างความเชื่อมั่น แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง...”

ผู้การฯเมืองระยอง ยังกล่าวต่ออีกว่า...“...ความสำเร็จครั้งนี้ สะท้อนถึงภาพลักษณ์ และความตั้งใจของตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ทำงานเชิงรุก จริงจัง ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ยืนหยัดทำงานเคียงข้างประชาชน เพื่อให้พื้นที่จังหวัดระยอง เป็นเมืองปลอดภัยในทุกมิติ อย่างยั่งยืน...”ตามสำทับด้วยสโลแกน ที่ฟังด้วยหู แต่คำพูดแล่นไปอบอุ่นที่หัวใจ “ระยองปลอดภัย เพราะตำรวจไม่หยุดยั้ง”

พักเรื่องรางวัล หันสปอร์ตไลท์สาดส่องไปยัง “นักสืบสมองเพชร” พ.ต.ท.สุชาติ ดุสดี มือปราบปลวกแดง พื้นเพเป็นเลือดเนื้อเชื้อไข ชาวเมืองย่าโมโคราช บ้านตระคร้อใต้ ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา จบรัฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เดินตามฝัน ด้วยการก้าวเข้าชิงชัยในสนามสอบ “ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธร ภาค 2 ชลบุรี” หลังเปิดรับสมัครบุคคลภายนอก ผู้มีวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป เข้ารับการฝึกอบรม เพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจ ชั้นประทวน สายงานป้องกันปราบปราม เมื่อปี 2553โลกเหวี่ยงโอกาสกลับมาให้ได้ไปต่อ วันประกาศผลเขาสอบติด ได้สิทธิ์สวมชุดนักเรียนนายสิบตำรวจ “เขาน้อย” รุ่นที่ 47 ร่ำเรียนจนครบจบหลักสูตรลูกผู้ชาย ด้วยความภาคภูมิใจ

1 ตุลาคม 2553 ก้าวพ้นรั้วเขาน้อย ออกมาสวมเครื่องแบบ เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เต็มตัว เริ่มกดปุ่มสตาร์ทชีวิต บนเส้นทางสีกากี ด้วยตำแหน่ง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.เมืองชลบุรี นายสิบตำรวจหนุ่ม พกหัวใจเต็มร้อยรับใช้ชาติ ดูแลสังคม พิทักษ์สุจริตชน เดินตามอุดมการณ์ ยึดมั่นในอุดมคติตำรวจ 9 ข้อ อย่างเคร่งครัดต่อมาในปี 2556 สอบผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจ ชั้นประทวนผู้มีวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป เพื่อแต่งตั้งเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร สายงานป้องกันปราบปราม “กอน.” รุ่นที่ 23 หลังจบหลักสูตร ไปเป็นรองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.เมืองระยอง กระทั่งปี 2562 จึงได้เข้าเรียน “หลักสูตรสารวัตร” รุ่นที่ 215 ก่อนไปขึ้นตำแหน่ง สารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรบางละมุง เส้นทาง “ตำรวจน้ำดี” ทองเนื้อแท้สีกากี ฝีไม้ลายมือ คือบทพิสูจน์ พ.ต.ท. สุชาติ ดุสดี คือหนึ่งใน 17 นายตำรวจ ผู้ได้รับการยกย่อง “อัศวินแหวนเพชร” ด้วยผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัด แบบไร้รอยต่อ สมัยครองยศ “พันตำรวจตรี” ตำแหน่งสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรบางละมุง ช่วงปี 2563 – 2567 นับเป็นนายตำรวจสายเหยี่ยว ผู้มีผลการปฏิบัติงานด้านป้องกันปราบปรามเป็นที่ประจักษ์ จน “สื่อมวลชน” ตั้งฉายาให้ว่า “มือปราบบางละมุง”

“17 ตุลาคม 2567 วันตำรวจแห่งชาติ”ในปีนั้น สารวัตรฯสุชาติ ขึ้นรับ “แหวนอัศวิน” จาก พลตำรวจเอก ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติผู้รื้อฟื้น ปัดฝุ่น “แหวนอัศวิน”ขึ้นมาใหม่ หลังจากแหวนอัศวินหลับใหลไปนาน 60 กว่าปี

แหวนอัศวิน ถูกเขย่าให้ตื่นขึ้นมา เพื่อมอบให้แก่ข้าราชการตำรวจ ที่ปฏิบัติงานโดดเด่น และสร้างคุณประโยชน์ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สังคม และประเทศชาติจนเป็นที่ประจักษ์ ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ สร้างความภาคภูมิใจและเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลของข้าราชการตำรวจผู้ที่ได้รับแหวนนี้ เป็นยิ่งนัก

หากกล่าวถึงที่มา “แหวนอัศวิน” ถือกำเนิดเกิดขึ้นในยุคของ “พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์” อดีตอธิบดีกรมตำรวจ ผู้ได้รับฉายา “บุรุษเหล็ก แห่งเอเชีย” และเจ้าของอมตะวาจา “ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้”

กระทั่งสิ้นยุค “อัศวินผยอง” เมื่อ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อดีตแม่ทัพสีกากี ผู้ค้ำบัลลังก์ตำรวจหมดอำนาจบารมีลงในปี 2500 นับแต่นั้นมาแหวนอัศวินก็เข้าสู่ห้วงนิทรา ไม่มีการมอบให้ตำรวจคนใดอีกเลย

ขอพาวนลูปกลับมาส่องพื้นที่ปลวกแดง อำเภอแห่งนี้ ถูกจัดขึ้นแท่น อยู่ในอันดับที่4 จากจำนวน 28 อำเภอทั่วไทย ว่าเป็นหนึ่งในอำเภอที่เจริญที่สุด “ด้านเศรษฐกิจ”ของระยอง เป็นศูนย์กลางการค้า-การขาย การลงทุน แหล่งผลิต ย่านอุตสาหกรรม ผู้คนร้อยพ่อพันแม่ แห่แหนเข้าไปสร้างเนื้อสร้างตัว ทำมาค้าขาย ชุมชนขยับขยายใหญ่โตผิดหูผิดตา

เหรียญมีสามด้าน หน้า-หลัง และตรงขอบ เช่นเดียวกับ อำเภอปลวกแดง ย่อมมีทั้งมุมสว่าง มุมอับ และเงามืด ผสมผเสกันไป“ปลวกแดง” จึงไม่ใช่สนามเด็กเล่น ที่ใครก็ได้! ต้องขีดเส้นใต้เฉพาะคนมือถึง-ทำถึง-ใจต้องนิ่ง เท่านั้น ถึงเอาอยู่!

ฉากทัศน์ “เมืองยอง” จึงไม่ใช่เป็นเพียง “ไข่ทองคำ” เหนือภูมิภาคตะวันออก!

แต่คือ “พื้นที่แห่งความปลอดภัย” ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนหยัดเคียงข้าง พร้อมปกป้องประชาชนในทุกสถานการณ์ คนดีต้องอยู่เย็นเป็นสุข โจรต้องอยู่ร้อน นอนทุกข์ สะดุ้งผวา!

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1 - 15 มีนาาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
03 ก.พ. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 469 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จะว่าไปแล้ว เราน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในหลายด้านอยู่มิใช่น้อย โดยเฉพาะกับตัวของนักการเมืองที่ขันอาสาเข้ามารับใช้ประชาชน เพราะหากลองส่อ...