ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
คุณภาพชีวิต ย้อนกลับ
ศิลปกรรมศาสตร์ DPU เปิดเวที SILPAKAM Week 2026 เคลียร์ชัดปมลิขสิทธิ์ AI
30 มี.ค. 2569

ศิลปกรรมศาสตร์ DPU เปิดเวที SILPAKAM Week 2026 เคลียร์ชัดปมลิขสิทธิ์ AI พร้อมจุดประกาย “Signature Soul” ชูทักษะการเลือกของมนุษย์คือมูลค่าที่แท้จริง

หลักสูตรการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดกิจกรรมเสวนาวิชาการและนิทรรศการผลงานในโครงการ SILPAKAM International Arts & Design Week 2026 ภายใต้แนวคิด “Signature Soul: ลายเส้นสร้างตัวตน ทักษะสร้างตัวจริง” เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุม ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ โดยมี ผศ.กมลศิริ วงศ์หมึก คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยกิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนสรุปของโครงการที่เริ่มต้นด้วยการฝึกปฏิบัติในกิจกรรมเวิร์กชอป ระหว่างวันที่ 1–25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งทางคณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU วางจุดยืนไว้ว่า นักออกแบบต้องเป็น “ผู้ถือหางเสือ” ในการกำหนดทิศทางงานเพื่อให้เกิดคุณค่าที่เครื่องจักรเลียนแบบไม่ได้ และยกระดับให้นักศึกษามีหัวใจในการเป็นนักคิดที่เหนือกว่านักใช้เครื่องมือ เพื่อสร้างคุณค่าที่แตกต่างในการแข่งขันระดับมืออาชีพ

ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานนักศึกษาที่นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาช่วยในการทำงาน โดยมี ผศ.ทิพย์ลักษณ์ โกมลวณิช รองคณบดีและอาจารย์ประจำหลักสูตรการออกแบบกราฟิกดิจิทัลและภาพประกอบ และ ดร.ปรวรรณ ดวงรัตน์ หัวหน้าหลักสูตรการออกแบบกราฟิกดิจิทัลและภาพประกอบ ร่วมดำเนินรายการ ท่ามกลางนักศึกษาหลักสูตรการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ ชั้นปีที่ 1, 2 และ 3 พร้อมด้วยคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย และวิทยาลัยเทคโนโลยีวิบูลย์บริหารธุรกิจ รามอินทรา ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกิจกรรม

สำหรับการบรรยายในช่วงเช้าภายใต้หัวข้อ “IP Talk: AI สร้างงาน ใครเป็นเจ้าของ?” โดย คุณพิชญญ์ โชติพันธุ์ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ กรมทรัพย์สินทางปัญญา มุ่งเน้นการปูพื้นฐานกฎหมายลิขสิทธิ์ที่ยังคงยึดหลัก “ความพยายามและการลงแรง” ของมนุษย์เป็นที่ตั้ง ทำให้การใช้เพียงคำสั่ง Prompt ให้ AI สร้างภาพนั้น อาจไม่ได้รับสิทธิคุ้มครองทางลิขสิทธิ์ นักออกแบบจึงต้องระวังความเสี่ยงตั้งแต่วัตถุดิบต้นทาง หากข้อมูลที่ใช้เทรน AI มีการละเมิดลิขสิทธิ์ ผลงานที่ได้ย่อมผิดกฎหมายตามไปด้วย

นอกจากนี้ คุณพิชญญ์ ยังแนะนำให้นักศึกษาบันทึกขั้นตอนการทำงาน ทั้งการอัดวิดีโอหรือแคปภาพหน้าจอไว้เป็นหลักฐานยืนยันการมีส่วนร่วม และช่วยให้งานมีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน ซึ่งความเข้าใจในจุดนี้ถือเป็นแต้มต่อสำคัญในการประกอบอาชีพ ที่จะช่วยลดความเสี่ยงและรักษาผลประโยชน์ในงานของตนเอง ไม่ให้ถูกนำไปใช้ฟรีโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม

“การที่เราตัดความเสี่ยงทางกฎหมายออกไปได้ถือเป็นเรื่องดี เพราะถ้าเราไม่ไปละเมิดลิขสิทธิ์ใคร ก็ไม่มีใครจะเอากฎหมายมาจัดการเราได้ และในขณะเดียวกันเราก็สามารถปกป้องงานของเราไม่ให้คนอื่นนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยที่เราไม่ได้รับค่าตอบแทน การสร้างจิตสำนึกเรื่องนี้ตั้งแต่วัยเรียนจึงจำเป็นมาก เพื่อให้ทุกคนรู้วิธีดูแลสิทธิ์ของตนเองและไม่ไปละเมิดสิทธิ์ของคนอื่น” คุณพิชญญ์ อธิบาย

ขณะที่ช่วงบ่าย คุณต่อวงศ์ ซาลวาลา (พี่หาว) ช่างภาพและผู้เชี่ยวชาญด้าน Generative AI ได้ร่วมวงเสวนาถ่ายทอดประสบการณ์การเปลี่ยนผ่านจากยุคอนาล็อกสู่ดิจิทัล โดยเปรียบเทียบว่าปัญญาประดิษฐ์มีความรู้มหาศาลเปรียบเสมือนมหาสมุทร ขณะที่ความรู้ของมนุษย์อาจเท่ากับกะละมังใบเล็ก ทักษะสำคัญในยุคนี้จึงไม่ใช่การพยายามควบคุมทุกอย่าง แต่คือ “ทักษะการเลือก” หรือ “Selection Skill” เพื่อตักน้ำขึ้นมาใช้งานให้ตรงกับปัญหาของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ

คุณต่อวงศ์ ยังยกตัวอย่างการแก้ปัญหาในระดับ Micro-design เช่น การออกแบบที่แขวนแปรงสีฟันหรือการย้ายตำแหน่งตะกร้าผ้าเพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ใช้สอย ซึ่งสะท้อนว่างานออกแบบที่ "ขายได้" คือการมองเห็นจุดเจ็บปวด (Pain Point) และมอบทางออกที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง พร้อมสนับสนุนให้นักศึกษาพัฒนาตนเองสู่การเป็น Multi-skilled ที่เป็นทั้งผู้สร้างสรรค์ นักรีเสิร์ช และนักการตลาดในคนเดียวกัน เพื่อสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนในยุคที่การมีรายได้ทางเดียวคือความไม่มั่นคง 

ต่อเนื่องจากการพัฒนาทักษะ คุณต่อวงศ์ ยังได้แนะนำการใช้เทคโนโลยีเพื่อย่อเวลาการทำงานลงได้มหาศาลผ่านเครื่องมืออย่าง Perplexity AI ในการค้นคว้าข้อมูลที่ตรวจสอบต้นทางได้ และ NotebookLM ในการสรุปองค์ความรู้ผ่านฟีเจอร์ Audio Overview เพื่อพัฒนาตนเองผ่านเครื่องมือเหล่านี้ พร้อมแนะนำ “กฎ 15 นาทีทุกวัน” เพื่อสร้างวินัยและการเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลได้จริงภายในเวลาเพียง 2 เดือน

“ทักษะที่สำคัญที่สุดในวันนี้คือทักษะการเลือกและการตัดสินใจ เพราะการมีพื้นฐานที่แน่นพอ คือทางลัดที่แท้จริงสู่ความสำเร็จที่จะช่วยให้คุณคัดแยกงานที่มีคุณภาพออกจากงานทั่วไปที่ AI สร้างขึ้นได้ ลายเซ็นหรือตัวตนของเราจึงไม่ได้ซ่อนอยู่ในคำสั่ง Prompt ที่พิมพ์ลงไป แต่มันปรากฏอยู่ในสายตาที่มองเห็นว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับงานชิ้นนั้น ในยุคที่ทุกคนสามารถเจนภาพได้เหมือนกัน ความแตกต่างจะเกิดขึ้นจากรสนิยมและการเลือกหยุด ณ จุดที่ใช่ที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่เครื่องจักรไม่สามารถทำแทนมนุษย์ได้” คุณต่อวงศ์ ทิ้งท้าย

ด้าน ผศ.ทิพย์ลักษณ์ โกมลวณิช รองคณบดีและอาจารย์ประจำหลักสูตรการออกแบบกราฟิกดิจิทัลและภาพประกอบ ในฐานะผู้ดูแลโครงการ เปิดเผยถึงเบื้องหลังความตั้งใจในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ว่า ทางมหาวิทยาลัยมุ่งเน้นการมอบโอกาสและองค์ความรู้ให้แก่กลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง เนื่องจากปัญญาประดิษฐ์คือ “โลกอนาคต” ที่นักศึกษารุ่นนี้จะต้องใช้ชีวิตและทำงานอยู่ด้วยในอีก 5 ปีข้างหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม จากการติดตามพฤติกรรมการเรียนการสอนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบประเด็นที่น่ากังวลคือนักศึกษามักนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้งานในลักษณะที่ “ผิดวัตถุประสงค์” โดยพึ่งพาให้ทำงานแทนทั้งหมดจนทักษะการคิดวิเคราะห์และการฝึกฝนตนเองสูญหายไป

“เราต้องการปรับเปลี่ยนจากเพียงการให้เด็กๆ ได้รู้จักโลกของ AI เหมือนในปีที่ผ่านมา ที่เราเคยเชิญคุณสุรชัย พุฒิกุลางกูร illustrator โฆษณาอันดับหนึ่งของโลกมาบรรยาย และสอนให้รู้วิธีอยู่กับเทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานและลดระยะเวลาลง โดยไม่ให้เทคโนโลยีส่งผลเสียต่อกระบวนการพัฒนาศักยภาพของตนเอง ซึ่งแง่มุมนี้เป็นสิ่งที่นักศึกษาอาจยังมองไม่เห็นชัดเจนนัก แต่เราต้องการให้เขาใช้เครื่องมือดังกล่าวเพื่อพัฒนาตนเองให้ดีกว่าเดิม” ผศ.ทิพย์ลักษณ์ ระบุ 

ผศ.ทิพย์ลักษณ์ ยังได้เล่าถึงความประทับใจซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จของกิจกรรมว่า ภายหลังจบการเสวนา ได้มีโอกาสรับฟังบทสนทนาของนักศึกษาที่ตั้งข้อสังเกตว่า การหยิบเอาชิ้นส่วนจากงานคนอื่นมาวาดใหม่ เช่น การคัดลอก 'เข็มขัด' จากเรื่องนี้มาผสมกับ 'หมวก' จากเรื่องนั้น แท้จริงแล้วไม่ต่างจากกระบวนการของ AI  ที่คัดลอกงานต้นฉบับมาประกอบกันใหม่ ซึ่งยังถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ดี เมื่อนักศึกษาสามารถแยกแยะและเรียนรู้ที่จะเปลี่ยน 'การลอก' ให้กลายเป็น 'แรงบันดาลใจเพื่อต่อยอด' ได้ด้วยตัวเอง นั่นคือข้อพิสูจน์ว่าโครงการนี้ได้สร้าง ‘เข็มทิศทางความคิด’ ให้พวกเขาใช้เป็นเครื่องมือตรวจจับความถูกต้องและความรับผิดชอบเชิงจริยธรรมในการทำงานสร้างสรรค์ต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของกระบวนการ “Thinking before prompting” หรือการคิดก่อนเริ่มคำสั่ง โดยชี้ว่าพื้นฐานความรู้ รสนิยม และประสบการณ์ คือเบื้องหลังของการเลือกที่มนุษย์ต้องใช้เพื่อให้งานตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน เช่น การสื่อสารกับ “กลุ่มผู้สูงอายุ” ย่อมใช้เกณฑ์การตัดสินใจที่ต่างจาก “เด็ก Gen Alpha” ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ไม่สามารถตัดสินใจแทนได้

ในช่วงท้าย ผศ.ทิพย์ลักษณ์ ย้ำถึงเป้าหมายสำคัญว่า กิจกรรมนี้จะเป็น “เชื้อเพลิงทางความคิด” ที่กระตุ้นให้นักศึกษาเกิดการตรวจสอบตนเองตลอดระยะเวลาการศึกษา 4 ปี เพื่อค้นหาตัวตนที่แท้จริงหรือ “ซิกเนเจอร์” และเกิดการเปลี่ยนแปลงจนนำไปสู่ความเชื่อมั่นที่จะเติบโตไปสู่ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือ Lifelong Learning ในฐานะมืออาชีพที่มีความรับผิดชอบและจริยธรรมในโลกอนาคต สมกับความตั้งใจของคณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU ที่จะปั้นบัณฑิตให้มีความสามารถระดับผู้มีประสบการณ์ทันทีที่เรียนจบ

โดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ยังมีแผนที่จะดำเนินโครงการในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องในทุกปี เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้ศึกษาและฝึกปฏิบัติผ่านกิจกรรมเวิร์กชอป ก่อนจะนำผลงานที่ตกผลึกแล้วมาจัดแสดงในเวทีเสวนาครั้งต่อ ๆ ไป ภายใต้โครงการ SILPAKAM International Arts & Design Week  

 

 

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1 - 15 มีนาาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
03 ก.พ. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 469 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จะว่าไปแล้ว เราน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในหลายด้านอยู่มิใช่น้อย โดยเฉพาะกับตัวของนักการเมืองที่ขันอาสาเข้ามารับใช้ประชาชน เพราะหากลองส่อ...