ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
ความสัมพันธ์ไทย - จีน และ เศรษฐกิจเพื่อนบ้าน ย้อนกลับ
ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย-จีน ประจำไตรมาส 2/ 2569
01 เม.ย. 2569

ผู้ตอบแบบสอบถามสะท้อนความเห็นว่า “ทิศทางของเศรษฐกิจไทยมีความไม่แน่นอนสูง”
รัฐบาลใหม่ควรเร่งแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นและปัญหาหนี้ครัวเรือน
ควบคู่การเจรจา “เอฟทีเอ” และทบทวนสิทธิประโยชน์ในการลงทุน เพื่อเพิ่มตลาดสำหรับการส่งออกสินค้าไทย

นายณรงค์ศักดิ์  พุทธพรมงคล ประธานกรรมการ หอการค้าไทย-จีน เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยจีนประจำไตรมาสที่ 2/2569 ซึ่งได้มีการสำรวจระหว่างวันที่ 19 – 22 มีนาคม 2569 ผู้ให้ข้อมูลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยจีนประกอบด้วย (1) ประธานคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการหอการค้าไทยจีน (2) ประธานและกรรมการสมาชิกสมาคมต่างๆของสหพันธ์หอการค้าไทยจีน และ (3) กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ของหอการค้าไทยจีน รวมทั้งสิ้น จำนวน 484 คน 
จากอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 2.4 และอัตราการเจริญเติบโตต่ำกว่าร้อยละ 3 เป็นระยะเวลาติดต่อกันมาหลายปี จนทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าประเทศไทยเป็น “คนป่วยใหม่ของเอเชีย” ในขณะที่รองนายกนายกรัฐมนตรี ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ให้สัมภาษณ์ว่าเศรษฐกิจไทยเริ่มพ้นจากภาวะวิกฤตและพร้อมที่เดินได้อีกครั้งหนึ่ง  อย่างไรก็ตามในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ใช้กำลังทางการทหารโจมตีอิหร่าน และมีผลผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย อย่างคาดเดาความรุนแรงได้ยาก 
จากการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของหอการค้าไทยจีน ประจำไตรมาสที่สองนี้  สงครามในตะวันออกกลางนั้น ประเทศไทยได้รับผลกระทบไม่ว่าทางตรงและทางอ้อม ผู้ตอบแบบสำรวจของหอการค้าจีนร้อยละ 39 คิดว่าภาวะสงครามจะจบลงภายในระยะเวลาไม่เกินสามเดือนจากวันที่สำรวจ กล่าวคือภายในเดือนมิถุนายน แต่ผลของสงครามดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง และทางหอการค้าไทยจีนมีความกังวลสูงสุด ต่อ การขาดแคลนพลังงาน ทั้งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ และราคาพลังงานที่จะเพิ่มสูงขึ้น เป็นปัจจัยกังวลที่รองลงมาอีก สอง ด้าน คือจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะชะลอตัวลงโดยเฉพาะจากชาติตะวันออกกลางและสหภาพยุโรปที่ต้องเดินทางผ่านสนามบินชาติตะวันออกกลาง ซึ่งในปลายปีที่ผ่านมาเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ทดแทนนักท่องเที่ยวจากจีนที่ลดลง และต้นทุนค่าขนส่งทางอากาศ และทางเรือที่จะเพิ่มสูงขึ้น
หากพิจารณาถึงโอกาสการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 การคาดการณ์จากทางการ เศรษฐกิจไทนมีแนวโน้มที่จะโตร้อยละ 1.5 - 1.7  ส่วนผลการสำรวจพบว่า ร้อยละ 25 ของผู้ตอบแบบสำรวจ ยังมีความเชื่อมั่นว่าการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะเติบโตให้อยู่ระหว่างร้อยละ  2.0 ถึง 2.4  แต่ในขณะที่ร้อยละ 24 มีความเชื่อว่าอัตราการเจริญเติบโตจะอยู่ระหว่างร้อยละ 1.2 ถึง 1.6  ด้วยความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก จึงกล่าวได้ว่าทิศทางของเศรษฐกิจไทยในอนาคตมีความไม่แน่นอนสูง  เมื่อคำนึงถึงนโยบายการคลัง ร้อยละ 76 ของผู้ตอบแบบสำรวจลงความเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาที่รัฐบาลไทยปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้สูงขึ้นจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 8 ในปี 2569 ส่วนร้อยละ 21 มีความเห็นว่าหากเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มให้สูงขึ้นควรจะยกเว้นรายการสินค้าที่จำเป็น 
สำหรับข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่รัฐบาลใหม่ควรเร่งดำเนินการนั้น เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อได้ มีสองประเด็นหลักคือ (1) การแก้ไขปัญหาคอรัปชั่น และธุรกิจสีเทา และ (2) การเร่งแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้ธุรกิจ ส่วนประเด็นรองจากสองประเด็นหลักคือ การเร่งเจรจาการค้าเสรีและทบทวนสิทธิประโยชน์ในการลงทุน เพื่อให้ไทยมีตลาดในการส่งออกเพิ่มมากขึ้น จากการสำรวจของหอการค้าไทยจีน ความเห็นส่วนใหญ่ต่อการเจรจาการค้าเสรีกับประเทศใหญ่นั้น ประเทศขนาดกลางและขนาดเล็กต้องรวมตัวกันเพื่อให้มีอำนาจในการต่อรองกับประเทศใหญ่ 
สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจในระยะสั้น ที่ไทยพึ่งพาการท่องเที่ยวในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมาโดยตลอด จากข้อมูลในปี 2567 นักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก มาเยือนประเทศไทย 6.7 ล้านคน แต่ในปี 2568 มีนักท่องเที่ยวจีนเหลือเพียง 4.47 ล้านคน ซึ่งพลาดจากเป้าหมาย 5.5 ล้านคน จากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่น้อยลง และด้วยสถานการณ์ความไม่สงบทิศตะวันออกกลาง และเศรษฐกิจจีนในปัจจุบัน ผลการสำรวจของหอการค้าไทยจีน ร้อยละ 42.7 คาดว่าในปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนน่าจะใกล้เคียงกับปี 2568 ในขณะที่ร้อยละ 32.3 คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะเพิ่มขึ้นแต่ไม่มากนัก ปัจจัยสำคัญที่ประเทศไทยต้องปรับปรุงเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน โดยมีปัจจัยหลักที่ต้องเร่งทำคือเรื่องของความปลอดภัย ส่วนปัจจัยที่รองลงมาประกอบไปด้วยการให้บริการและคุณภาพที่สมราคา และข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่จะดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจีนมากขึ้น 
กล่าวโดยสรุปได้ว่าจากผลของสงครามในตะวันออกกลางมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก แต่ก็คาดว่าสงครามดังกล่าวน่าจะยุติในระยะเวลาไม่เกินอีกสามเดือนข้างหน้า แต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกน่าจะรุนแรง ไปอีกระยะหนึ่ง โดยเฉพาะการขาดแคลนพลังงานที่ทำให้ราคาของพลังงานที่จะเพิ่มสูงขึ้น  ส่งผลทำให้ภาวะไทยในปี 2569 มีความไม่แน่นอนสูง นายณรงค์ศักดิ์   กล่าว 
อนึ่ง การค้าระหว่างประเทศไทยและจีน ช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569 ขยายตัว ร้อยละ 35.42  มีมูลค่า 26,762 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ  โดยการส่งออกของไทยไปจีน ขยายตัว ร้อยละ 16.73  และการนำเข้าจากจีน ขยายตัว ร้อยละ 42.42 ส่งผลประเทศไทยขาดดุลการค้ากับประเทศไทย ขยายตัว ร้อยละ 57.78 หรือขาดดุลมูลค่า 14,198 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ 

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1 - 15 เมษายน 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
03 ก.พ. 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก 469 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จะว่าไปแล้ว เราน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในหลายด้านอยู่มิใช่น้อย โดยเฉพาะกับตัวของนักการเมืองที่ขันอาสาเข้ามารับใช้ประชาชน เพราะหากลองส่อ...