วันนี้ (1 เมษายน 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันยังคงส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยพบ 5 กลุ่มป่าที่มีจุดความร้อนสะสมสูงสุด ได้แก่ กลุ่มป่าเขื่อนภูมิพล กลุ่มป่าแม่ยม กลุ่มป่าศรีลานนา–แม่ลาว กลุ่มป่าถ้ำผาไท และกลุ่มป่าเหนือเขื่อนสิริกิติ์ ครอบคลุม 9 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย ลำปาง เชียงใหม่ แพร่ ตาก แม่ฮ่องสอน น่าน ลำพูน เชียงราย พะเยา ทั้งนี้ กระทรวงฯ จึงยกระดับการทำงานเชิงรุกเต็มรูปแบบ เร่งบูรณาการทุกภาคส่วน ควบคู่การใช้เทคโนโลยีและการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อลดผลกระทบและเร่งคืนอากาศบริสุทธิ์ให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด โดยได้มอบหมายให้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ ออกคำสั่งจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน (ส่วนหน้า ภาคเหนือ) พ.ศ. 2569 ในพื้นที่รับผิดชอบของกระทรวงฯ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง “สั่งการ–ประสาน–ปฏิบัติ” เชื่อมโยงทุกหน่วยงานให้ทำงานเป็นหนึ่งเดียว เพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการควบคุมสถานการณ์ โดยศูนย์ฯ ดังกล่าวจะสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย เดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุก พร้อมติดตามและรายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ เพื่อรับมือได้ทันต่อสถานการณ์ โดยแต่งตั้ง พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นที่ปรึกษาศูนย์ และแต่งตั้ง นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้อำนวยการศูนย์
พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ ศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและอากาศยาน (ศทอ.) เสริมกำลังเฮลิคอปเตอร์ (ฮ.ทส.1110) สนับสนุนภารกิจในพื้นที่เสี่ยง และร่วมวางแผนการบินกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดับไฟป่าอย่างตรงจุด อีกทั้งเน้นย้ำมาตรการ “คุมเข้มทุกมิติ” ได้แก่ เพิ่มกำลังลาดตระเวนทั้งภาคพื้นดินและอากาศ ใช้โดรนเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง อีกทั้งให้ผู้นำชุมชนสื่อสารแจ้งเตือนสถานการณ์และบังคับใช้กฎหมายห้ามเผาอย่างจริงจัง ตลอดจนควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่นในเขตเมืองและงานก่อสร้าง ด้วยการฉีดพ่นน้ำลดฝุ่นต่อเนื่อง พร้อมทั้งเร่งดูแลสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง แจกหน้ากากอย่างทั่วถึง
ขณะเดียวกัน กระทรวงฯ เดินหน้าปฏิบัติการภาคสนามอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ได้ส่งชุดอากาศยานเข้าดับไฟป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ใช้เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ สนับสนุนภารกิจในอำเภอปายและอำเภอเมือง โดยผลการปฏิบัติการในพื้นที่อำเภอปาย บินทิ้งน้ำ 28 เที่ยว รวม 14,000 ลิตร ควบคุมไฟได้บางส่วน อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน บินทิ้งน้ำ 8 เที่ยว รวม 4,000 ลิตร ควบคุมไฟได้บางส่วน
ทั้งนี้ การปฏิบัติการดังกล่าวนับเป็นความร่วมมือของหลายหน่วยงานในพื้นที่ สะท้อนการบูรณาการที่เข้มแข็งและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยืนยัน ยังคงเดินหน้าคุมสถานการณ์เต็มกำลัง ยกระดับการทำงานทุกด้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟป่า ลดฝุ่น PM2.5 และปกป้องสุขภาพประชาชนอย่างเร่งด่วน