วันนี้ จะพาท่านผู้ชมไปดูแหล่งผลิตดินสอพองบริสุทธิ์ ที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศ ซึ่งเกิดจากภูมิปัญญาของแผ่นดิน สู่การทำกินที่พอเพียง ณ หมู่บ้านดินสอพอง ริมคลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก ในตำบลถนนใหญ่ และ ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ซึ่งภาพจากมุมสูง จะเห็นชาวบ้านใน 2 ตำบล ทั้งตำบลทะเลชุบศร และตำบลถนนใหญ่ กว่า 200 หลังคาเรือน จะมีลานตากดินสีขาวโพน และมีอาชีพหลักในการผลิตดินสอพอง เพื่อป้อนสู่ตลาด โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมโรงงาน การทำเครื่องสำอาง ยาสีฟัน ทำธูป รวมถึง การทำสี ซึ่งมีทั้งสีทาบ้าน และสีโป้รถยนต์
แต่ในช่วงก่อนจะถึงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งตรงกับสภาพอากาศของเมืองไทยที่ร้อนจัดตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะที่จังหวัดลพบุรี บางวันอุณหภูมิร้อนระอุ ทะลุกว่า 40 องศา ชาวบ้านหมู่บ้านดินสอพองที่ลพบุรี จะเร่งรีบทำดินสองพอง ซึ่งมีวัตถุดิบ ที่ใช้เป็นดินขาว ดินมาร์ล หรือ ดินสอพองในท้องถิ่น ในพื้นที่ของจังหวัดลพบุรี นำมาผ่านขบวนการฉีดน้ำ และกรองเศษหินเศษดินออก แล้วนำน้ำดิน ซึ่งมีลักษณะเป็นโคลนสีขาวลงสู่บ่อพัก รอจนดินตกตะกอนกายเป็นชั้นแป้งละเอียด แล้วจึงตักน้ำออก โดยนำแป้งที่ยังเปียกๆ มาใส่แท่นพิมพ์ กดเป็นรูปแป้งดินสอพอง หรือที่ชาวดิน เรียกว่าดินตุ่ม หรือ ดินตุ้ม ตากแดดจนแห้งสนิท โดยใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน แต่ถ้าวันไหนแดดดีตลอดทั้งวันก็จะใช้เวลาเพียงแค่ 1 วัน แบบหยอดตอนเช้าหรือตอนกลางคืน พอตกเย็นก็สามารถจะเก็บนำไปบรรจุใส่ถุง ถุงละ 10 กิโลกรัม ออกจำหน่าย ราคาถุงละ 35 บาท (ถุงละ 10 กิโลกรัม) ซึ่งขั้นตอนการทำดินสอพอง ของหมู่บ้านดินสอพองที่ลพบุรี จะไม่มีการใส่สี หรือ แต่งกลิ่น แต่อย่างใด จึงถือว่าเป็นดินสอพองที่บริสุทธิ์ และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
โดยที่หมู่บ้านดินสอพอง ทั้ง 2 ตำบล แห่งนี้ จะผลิตดินสองกันเกือบทั้งปี เฉลี่ยปีละ 8-9 เดือน ยกเว้นช่วงฤดูฝน แต่ส่วนใหญ่จะทำส่งภาคอุสาหกรรม ยกเว้นก่อนที่จะถึงเทศกาลสงกรานต์ ของทุกๆ ปี ชาวบ้านจะหันมาหยอดดินสอพองเป็นก้อนเล็กๆ หรือที่เรียกว่าดินตุ้ม ซึ่งมักจะถูกนำไปละลายน้ำ เพื่อใช้เล่นกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และตรงกับความต้องการของตลาด โดยแต่ละวันจะมีพ่อค้าคนกลางและผู้ที่สนใจมารับซื้อถึงที่ โดยเฉพาะในช่วงก่อนถึงนี้ จะมีดินสอพองผลิตออกจากหมู่บ้าน ไปยังทั่วประเทศ เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 200 ตัน ต่อวัน สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี แต่ปีนี้ ผู้ผลิตดินสอพอง หลายรายต่างพากันได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันทุกชนิดที่ปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น... ส่งผลระทบต่อต้นทุนการผลิต ทั้งค่าขนส่งวัตถุดิบ... จากที่เคยซื้อดินต่อ 1 คันรถ (รถ 6 ล้อ) ในราคา 1,000 บาท เพิ่มเป็น 1,200 บาท และยังมีน้ำมันที่เป็นต้นทุน ในการใช้รถสำหรับไถเตรียมดิน เครื่องสูบน้ำสำหรับฉีดดิน และสูบน้ำลงบ่อดินอีก เพื่อทำเป็นแป้งดินสอพอง.....แต่คนทำดินสอพอง ต้องยอมขายในราคาเดิม เนื่องจากผู้ซื้อรายเดิม หรือลูกค้าประจำ และพ่อค้าคนกลางส่วนใหญ่ ได้มีการตกลงราคารับซื้อกันไว้ก่อนล่วงหน้า ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ก่อนที่จะเกิดวิกฤตราคาน้ำมัน ในช่วงปี 2569 จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและปัญหาการขนส่ง.....ทำให้ผู้ซื้อหลายรายต่อลองราคา เนื่องจากต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น.... ทำให้ผู้ประกอบการทำดินสอพองไม่สามารถปรับเพิ่มราคาได้.....
สำหรับดินสอพอง หรือ ดินมาร์ล ที่เป็นวัตถุดิบ สำหรับนำมาผลิตเป็น แป้งดินสอพอง ด้วยวิธีการหยอด หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ดินตุ่ม” ที่มักถูกนำไปผสมน้ำเล่นสงกรานต์ เป็นดินในพื้นที่ของตำบลถนนใหญ่ ของจังหวัดลพบุรี มีลักษณะเด่นที่ชาวบ้านเรียกว่า....ดินนอนดี..... ซึ่งถือเป็น 1 ในคำขวัญของจังหวัดลพุรี ที่ว่า....วังนารายณ์คู่บ้าน ศาลพระกาฬคู่เมือง ปรางค์สามยอดลือเลื่อง “เมืองแห่งดินสอพอง” เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เกริกก้อง แผ่นดินทองสมเด็จพระนารายณ์..... ซึ่งการทำดินสอพองของจังหวัดลพบุรี มีมาช้านาน สืบทอดมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์ ที่มีการนำดินสอพองไปใช่ในพระราชวัง สืบทอดกันมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม มีคำเตือน และคำแนะนำ จากผู้ประกอบการ ในการนำดินสอพองไปเล่นสงกรานต์ นั้น ควรนำดินสอพองไปผสมน้ำสะอาด ไม่ใช่ตักจากบ่อน้ำลำคลองมาผสม และไม่ควรผสมทั้งสี และกลิ่น ลงในแป้งดินสอพอง ส่วนการเล่นก็ควรจะเล่นกันแต่พองามตามแบบวัฒนธรรมไทย ไม่ใช่ละเลงไปทั่วใบหน้า และไม่ควรให้เข้าตา เข้าปาก หลังเล่นแล้ว ให้รีบทำความสะอาดล้างออกไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน ส่วนผู้ที่ผิวหนังแพ้ง่าย โดยเฉพาะผิวหนังบริเวณ ที่บอบบาง เช่น บริเวณใบหน้า รอบดวงตา หรือผิวหนังที่มีบาดแผล รอยถลอก เป็นสิว ซึ่งจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายได้มากกว่าผิวหนังบริเวณอื่นๆ รวมถึงผู้ที่มีบาดแผลตามผิวหนัง หรือเคยมีประวัติการแพ้แป้งดินสอพอง ก็ควรจะหลีกเลี่ยง
ทั้งนี้ จังหวัดลพบุรี เป็นแหล่งผลิตดินสอพองแห่งเดียว ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับประเทศ โดยกระทรวงวัฒนธรรม ในปี 2561 ....แต่ก่อนชาวบ้านผลิตดินสอพองมากกว่า 200 ครัวเรือน ถือเป็นการสร้างการมีส่วนร่วม และความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน ทั้งทางเศรษฐกิจสังคม และวัฒนธรรมให้กับชุมชนดินสอพองอีกด้วย