วันที่ 5 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ราคาอาหารทะเลภายในตลาดบางฆ้อง ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ภายหลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง เพื่อตรวจสอบผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ค้ารายย่อยและกำลังซื้อของประชาชน
จากการสำรวจพบว่า บรรยากาศภายในตลาดค่อนข้างเงียบเหงา มีประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยบางตา แม้จะเป็นวันหยุด แตกต่างจากช่วงก่อนหน้าอย่างชัดเจน ขณะที่ราคาอาหารทะเลหลายชนิดทยอยปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุน โดยเฉพาะค่าขนส่งและต้นทุนจากเรือประมง
นางจรินรัตน์ สุภสงค์ อายุ 60 ปี แม่ค้าจำหน่ายกุ้งสด เปิดเผยว่า ตนประกอบอาชีพค้าขายอาหารทะเลมานานกว่า 20 ปี ยอมรับว่าการปรับขึ้นราคาน้ำมันส่งผลกระทบโดยตรง ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นแทบทุกด้าน แต่ไม่สามารถปรับราคาสินค้าขึ้นได้เต็มที่
“ของแพงขึ้นเกือบทุกอย่าง แต่เราขึ้นราคาไม่ได้มาก เพราะลูกค้ากำลังซื้อน้อยลง ถ้าขึ้นมากก็ขายไม่ได้ แต่ถ้าไม่ขึ้นเลยก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน” นางจรินรัตน์ กล่าว พร้อมระบุว่า หากราคาน้ำมันยังปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง อาจจำเป็นต้องปรับราคาอาหารทะเลตามต้นทุน เพื่อความอยู่รอดของร้านค้า
ด้าน ป้าอิด สุดสงค์ อายุ 64 ปี แม่ค้าจำหน่ายอาหารทะเลสดอีกหนึ่งราย กล่าวว่า หลังราคาน้ำมันสูงขึ้น สินค้าทุกอย่างปรับราคาตามไปด้วย ส่งผลให้ลูกค้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งปริมาณอาหารทะเลในตลาดยังลดลง เนื่องจากเรือประมงบางส่วนหยุดออกทะเลเพื่อลดต้นทุน
“ช่วงนี้ของก็แพง ลูกค้าก็น้อย บางวันขายแล้วแทบไม่เหลือกำไร หลังหักต้นทุนก็แทบจะศูนย์” ป้าอิด กล่าว
ขณะที่ นางวิไล หิรันสินธุ์ อายุ 57 ปี แม่ค้ารายย่อย ระบุว่า ปัจจุบันลูกค้าลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากค่าครองชีพสูงขึ้น แต่รายได้ของประชาชนยังเท่าเดิม ทำให้ต้องประหยัดการใช้จ่าย ขณะเดียวกันผู้ค้าก็ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งค่าเช่าที่ ค่าสินค้า และค่าขนส่ง
นางวิไล กล่าวเพิ่มเติมว่า การรับมือในขณะนี้ต้องประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน เนื่องจากราคาน้ำมันมีความผันผวน หากยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ก็จำเป็นต้องปรับราคาสินค้าตามไปด้วย
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงข้อเสนอแนะไปยังภาครัฐ นางวิไล ระบุว่า “ถึงฝากไปก็คงไม่มีประโยชน์ เพราะที่ผ่านมาแก้ไขอะไรไม่ได้” สะท้อนความอัดอั้นของผู้ค้ารายย่อยที่กำลังเผชิญภาวะต้นทุนพุ่งสูง ขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง