แลนด์มาร์คทางธรรมชาติที่เป็น "ที่สุด" ของจีน คงหนีไม่พ้น "น้ำตกหวงกั๋วซู่" (黄果树瀑布 - Huángguǒshù Pùbù) ในมณฑล กุ้ยโจว (贵州 - Guìzhōu) น้ำตกแห่งนี้ไม่เพียงแต่ครองตำแหน่งน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออก แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคด้วยมาตรฐานการท่องเที่ยวระดับสูงสุด ตามเส้นทางสายน้ำและมูลค่ามหาศาลที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางขุนเขาคาร์สต์แห่งนี้ ตามรอยกองถ่ายซีรีส์ดังในตำนาน “ไซอิ๋ว”
ด้วยโมเดล "Smart Tourism" พลิกโฉมการท่องเที่ยวแบบเดิม สร้างรายได้ กว่า 7.7 พันล้าน หรือกว่า 3.8 หมื่นล้านบาท / ปี หยวนในเขตอุทยาน “หวงกั๋วซู่” เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายการท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสู่อันดับต้นๆ ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง
ทีมสื่อไทยประกอบด้วยสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน นำโดยนางสาวคันธรส หาญไชยพิบูลย์กุล ผู้อำนวยการสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน คณะผู้แทนจากหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน ร่วมกับสมาคมการท่องเที่ยวเมืองหลิวปานสุ่ย มณฑลกุ้ยโจว ลงพื้นที่แลกเปลี่ยนและเรียนรู้หลักเศรษฐกิจท่องเที่ยวท้องถิ่น ที่สร้างรายได้กระจายแก่ชุมชน

ท่ามกลางทัศนียภาพอันเขียวขจีของเมือง อันซุ่น (安顺 - Ānshùn) มณฑลกุ้ยโจว ที่ตั้งของ "น้ำตกหวงกั๋วซู่" ในเขตอุทยานหวงกัวซู่ สูงตระหง่านกว่า 77 เมตร และความกว้างนับร้อยเมตร พลังของสายน้ำที่ตกลงมาสร้างเสียงกึกก้องและความสดชื่นแก่ผู้มาเยือน คือจุดเริ่มต้นของความมหัศจรรย์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก
หากย้อนดูต้นกำเนิดของความยิ่งใหญ่ของน้ำตก “หวงกั๋วสุ่ยนี้” นี้ มาจาก "แม่น้ำไป๋สุ่ย" (白水河 - Báishuǐ Hé) ลำน้ำสาขาสำคัญที่ไหลผ่านภูมิประเทศแบบคาร์สต์หรือภูเขาหินปูน ก่อนจะมุ่งหน้าลงสู่ระบบ แม่น้ำจูเจียง (珠江 - Zhūjiāng) อันยิ่งใหญ่

ความพิเศษทางธรณีวิทยาทำให้น้ำตกหวงกั๋วซู่เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งของโลกที่นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามได้ครบทุกมิติ โดยเฉพาะการเดินทะลุผ่าน "ถ้ำม่านน้ำ" (水帘洞 - Shuǐlián Dòng) ระยะทางยาว 134 เมตร หลังม่านน้ำตกจะมอบประสบการณ์อันน่าทึ่งแก่ผู้มาเยือน ทั้งความงามของหินปูนในถ้าม่านน้ำ มองผ่านด้านในน้ำตกออกมาข้างนอกจะเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามหาชมได้ยาก สัมผัสความเย็นของละอองน้ำ ในถ้าม่านน้ำประดับด้วยไฟแสงสีที่ชูความโดดเด่นของภูมิประเทศถ้ำ และที่นี่พิเศษอย่างหนึ่งคือ สามารถชมน้ำตกได้รอบทิศทางแม้กระทั่งด้านในน้ำตก
นอกจากนี้ยังมี สะพานดาวตก (Tianxingqiao Scenic Zone) พื้นที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย สวนหินธรรมชาติ และแอ่งน้ำใสสีมรกต ที่สะท้อนภาพแมกไม้และท้องฟ้า
น้ำตกโต่วโพวถัง (Doupotang Waterfall) น้ำตกที่อยู่ต้นน้ำของหวงกั๋วซู่ มีลักษณะหน้ากว้างและดูสง่างาม เคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำฉากเปิดของซีรีส์คลาสสิกในตำนานอย่าง "ไซอิ๋ว" ของสถานีโทรทัศน์ช่อง CCTV ในปี 1986

ด้วยการบริหารจัดการที่เป็นระบบ ทำให้ที่นี่ได้รับการจัดอันดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A (AAAAA) ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดของประเทศจีน ทั้งในด้านความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน จนได้รับการเสนอชื่อเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก จากข้อมูลพบว่าการท่องเที่ยวที่นี่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนหลัก หลายพันล้านหยวนต่อปี คิดเป็นสัดส่วนสำคัญของ GDP ภาคบริการในพื้นที่
ที่นี่คือขุมทรัพย์ที่สำคัญอึกแห่งของจีน หลังชูจุดแข็งด้านภาคบริการ (Service Industry) ในเขตท่องเที่ยวนี้มีสัดส่วนสูงถึง 78.1% ของ GDP ทั้งหมดในพื้นที่ ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานทั่วไป หลังรัฐบาลท้องถิ่นมีนโยบายลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในหมู่บ้านโดยรอบ ผ่านการสนับสนุนโฮมสเตย์และการเกษตรเพื่อการท่องเที่ยว (Organic Farming) ของชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์

นอกจากนี้ เราเห็นวัฒนธรรมการต้อนรับของชาวปู้อี๋ หนึ่งใน 49 กลุ่มชาติพันธุ์ของมณฑลกุ้ยโจว แต่งกายผ้าพื้นเมืองย้อมสีคราม สีน้ำเงิน ดำ เครื่องประดับเงิน สีสันสวยงามแต่เรียบง่าย ด้วยการรินเหล้าท้องถิ่นผ่านถ้วยหลายชั้นก่อนถึงปากผู้มาเยือนให้ดื่มแบบพื้นเมือง พร้อมขับขานบทเพลงขับกล่อม แสดงถึงวัฒนธรรมการดื่มและ "เหล้าข้ามภูเขา"
ประเพณีการรินเหล้าผ่านถ้วยหลายชั้นที่เรียกว่า "เหล้าทางช้างเผือก" หรือบางท้องถิ่นเรียกว่า "เหล้าภูเขา" (High Mountain Low Water ) จำนวนชั้นของถ้วยแสดงถึงระดับความเคารพและความยินดีที่ได้พบกัน ยิ่งชั้นสูงยิ่งหมายถึงความปรารถนาดีที่หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย
ชาวปู้อี๋ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้สุภาพยิ้มแย้มแจ่มใส และเป็นนักกวี" แห่งขุนเขา พวกเขาไม่มีตัวอักษรของตนเองในสมัยก่อน จึงใช้การขับร้องแบบปากต่อปาก (Oral Tradition) เพื่อบันทึกประวัติศาสตร์และต้อนรับแขก
เพื่อแสดงการต้อนรับอย่างอบอุ่นและการเป็นเจ้าบ้านที่ดี จากการสังเกตของผู้สื่อข่าว ชาวบ้านผู้มาต้อนรับเป็นหญิงอายุตั้งแต่วัยรุ่นถึงวัยกลางคน นั่นเพราะพวกเธอเป็นผู้รักษาวัฒนธรรม พวกเธอมีหน้าที่ถ่ายทอดทักษะการทอผ้า ย้อมผ้า และบทเพลงจากรุ่นสู่รุ่น ทุกคนต่างยิ้มแย้ม ขับบทเพลงได้ไพเราะ และมีใจบริการให้ผู้มาเยือนประทับใจอย่างยิ่ง
จีนยังใช้โมเดล "Smart Tourism" พลิกโฉมการท่องเที่ยวแบบเดิม ด้วยการจัดแสดงแสงสีเสียงยามค่ำคืน หรือ Night Tour เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืน ส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารท้องถิ่นของกลุ่มชาติพันธุ์ ปู้อี้ (布依族 - Bùyīzú) และ ม้ง (苗族 - Miáozú) ช่วยกระจายรายได้สู่รากหญ้าและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม