กยท. ยกระดับยางพาราสู่มาตรฐานสากล ผนึก GFC ตัวแทนAFMA ชูระบบตรวจสอบย้อนกลับและกลไกตลาดเชื่อมผู้ซื้อรายใหญ่-ทุนสีเขียว มุ่งเป้า Net Zero เพิ่มมูลค่าสินค้าและสร้างโอกาสการเงินยั่งยืนให้ชาวสวนยางไทย
นายโกศล บุญคง รักษาการแทนผู้ว่าการ การยางแห่งประเทศไทย(กยท.) เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามกับ บริษัท จีเอฟซี คอนซัลติ้ง จำกัด (GFC) ในฐานะตัวแทนสมาคมการตลาดเพื่อการเกษตรและอาหารแห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (AFMA) ว่า กยท. มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับระบบมาตรฐานยางพาราไทยให้สอดคล้องกับแนวทางสากล จึงจะร่วม AFMA เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือในการพัฒนามาตรฐานยางอย่างยั่งยืนในระดับสากล (International Sustainable Rubber Standard)ที่กำหนดเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
และร่วมกันจัดทำระบบรับรองมาตรฐาน (Certification Mechanism)ภายใต้มาตรฐานหรือกรอบแนวทางที่ใช้อ้างอิงในการดำเนินงานอย่างยั่งยืนขององค์กร (CS Standard)เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่อุปทานยางพารา รวมถึงเข้าร่วมเวที CSCAP : Climate andSustainability Capital Forumเพื่อแถลงนโยบายด้านความยั่งยืนและร่วมประชุมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายความยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ
นอกจากนี้ จะร่วมกันจัดทำแนวทางกลไกตลาดย้อนกลับ (Fair Reverse Market Mechanism)เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตที่ผ่านการรับรองสามารถเข้าถึงผู้ซื้อรายใหญ่และแหล่งทุนสีเขียว ตลอดจนจัดทำและเผยแพร่รายงานมาตรฐานยางยั่งยืน (Sustainable Rubber Standard Report)ที่เชื่อมโยงกับกรอบESGสากล
“ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ กยท. ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยางพาราไทยสู่แนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ทั้งในมิติของมาตรฐาน การตรวจสอบย้อนกลับ และการเชื่อมโยงสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่สอดรับกับทิศทางของตลาดโลก”
ทั้งนี้ ในอนาคตหากมีการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องหรืออยู่ภายใต้ความร่วมมือนี้ ก็จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานความสมัครใจของเกษตรกรในการเข้าร่วมโครงการด้วย
ดร.ธิราช รุ่งเรืองกนกกุล ผู้อำนวยการสมาคมการตลาดเพื่อการเกษตรและอาหารแห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (AFMA) กล่าวว่า บริษัท จีเอฟซี คอนซัลติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้แทนของสมาคมการตลาดเกษตรและอาหารแห่งภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค (AFMA)ในการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนเครดิตและความยั่งยืนในเอเชียแปซิฟิค โดยมุ่งหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นอีกแรงสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยางพาราไทยสู่การทำเกษตรอย่างยั่งยืนและเป้าหมายNet Zero ที่ช่วยลดต้นทุนการผลิต ลดการปล่อยคาร์บอน และเพิ่มมูลค่าสินค้าผ่านการเชื่อมโยงความยั่งยืนเข้ากับยางพาราตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ซึ่งผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่เพียงผลผลิตทางการเกษตรที่ดีขึ้น ต้นทุนที่ลดลง และภาพลักษณ์แบรนด์สินค้าที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโอกาสด้านการเงินและการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับภาคยางพาราไทยในระยะยาว และเป็นส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ พร้อมส่งต่อคุณค่าของความยั่งยืนไปสู่คนรุ่นต่อไป