GC – QSNCC ต่อยอดโครงการ “จากครัว...สู่เครื่อง” ศูนย์การประชุมระดับโลกแห่งแรกของประเทศไทย ร่วมส่งน้ำมันพืชใช้แล้วจากร้านอาหารสู่โรงกลั่นชีวภาพ ลดการใช้วัตถุดิบฟอสซิล
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และผู้ผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) เชิงพาณิชย์รายแรกของประเทศไทย ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท เอ็น.ซี.ซี แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด (NCC) ผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ศูนย์การประชุมระดับโลก ต่อยอดโครงการ “จากครัว...สู่เครื่อง” โดยรวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) จากร้านอาหารภายในศูนย์ฯ เข้าสู่กระบวนการในโรงกลั่นชีวภาพของ GC เพื่อผลิตSAF และผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง นับเป็นศูนย์การประชุมระดับโลกแห่งแรกของประเทศไทยที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว
การต่อยอดโครงการ “จากครัว…สู่เครื่อง” ในครั้งนี้ได้ขยายสู่ศูนย์การประชุมระดับโลก ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง ecosystem ที่มีศักยภาพในการรวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้วไปใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไม่เพียงรองรับการจัดงานและการประชุมระดับนานาชาติ ซึ่งต้อนรับผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและต่างชาติ แต่ยังเป็นแหล่งรวมของร้านอาหารที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก จึงเอื้อต่อการจัดการน้ำมันพืชใช้แล้วอย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตของโรงกลั่นชีวภาพของ GC อย่างเป็นระบบ
คุณรัชดา สวัสดิรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานโรงกลั่นน้ำมัน GC กล่าวว่า “การจับมือกันระหว่าง GC และ QSNCC เป็นอีกก้าวของการเชื่อมโยงศักยภาพระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการระดับโลก เพื่อต่อยอดความสำเร็จของ GC ในฐานะผู้บุกเบิกการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เชิงพาณิชย์รายแรกของประเทศไทย โดยนำน้ำมันพืชใช้แล้วมาเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิต ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 85% เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงอากาศยานแบบดั้งเดิม ทั้งยังสามารถต่อยอดสู่การผลิตเคมีภัณฑ์ชีวภาพและพลาสติกชีวภาพมูลค่าสูงได้อีกด้วย”
สุรพล อุทินทุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กล่าวว่า “ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ยึดมั่นในการสร้างคุณค่าทั้งต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยบูรณาการแนวคิดความยั่งยืนเข้าไว้ในทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ ความร่วมมือภายใต้โครงการ ‘จากครัว...สู่เครื่อง’ สะท้อนแนวคิดการนำน้ำมันพืชใช้แล้วจากการดำเนินงานภายในศูนย์ประชุมฯ ไปผลิตเป็นพลังงานสะอาด ขณะเดียวกันยังมีการบริหารจัดการเศษอาหารและทรัพยากรอื่น ๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่ออย่างเหมาะสม เพื่อสร้างคุณค่าให้กับสิ่งแวดล้อมและสังคมในวงกว้าง”
“เรายังมุ่งสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อลดปริมาณขยะอาหารให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมส่งเสริมให้พนักงาน ลูกค้า ซัพพลายเออร์ และผู้ใช้บริการ มีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง เพื่อนำไปสู่กระบวนการจัดการที่เหมาะสม และลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบให้น้อยที่สุด” สุรพล กล่าวเสริม
แนวทางการดังกล่าวสะท้อนว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรในทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้าง ecosystem ที่เชื่อมโยงของเหลือใช้จากการบริโภคสู่การสร้างมูลค่าใหม่อย่างเป็นรูปธรรม