เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 1 พฤษภาคม 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ห้องประชุมบัวหลวง ชั้น10 สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง (คลอง 9) ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี กรมการปกครอง โดย กรมการปกครอง สำนักบริหารการทะเบียน จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ร่วมกับ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและองค์กรตรวจสอบระดับชาติ รวมทั้งหมด 6 หน่วยงานหลัก โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและแก้ไขปัญหาการทุจริตด้านงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน
ภายในงานมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “บูรณาการบังคับใช้กฎหมาย ทิศทางการป้องปรามการทุจริตทะเบียนไทย” โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ มีผู้แทนจากทั้ง 6 หน่วยงานเข้าร่วมลงนาม ได้แก่ กรมการปกครอง โดยนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร้อยตำรวจเอกวิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) และนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) โดยมีแขกผู้มีเกียรติ บุคลากรจากทุกหน่วยงานและสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยานจำนวนมาก
สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ กรมการปกครองได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายสำคัญ ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการป้องกันภัยคุกคามต่อความมั่นคงด้านงานทะเบียน ซึ่งปัจจุบันมีความซับซ้อนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกระทำผิดในลักษณะเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและการทุจริตเพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบในงานทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน รวมถึงงานทะเบียนอื่น ๆ
ทั้งนี้ กรอบความร่วมมือและแนวทางการดำเนินงานประกอบด้วย 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ ด้านการข่าวและข้อมูล มุ่งเน้นการประสานความร่วมมือในการรวบรวม วิเคราะห์และแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามระเบียบ กฎหมายและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ด้านการป้องปราม กำหนดมาตรการ แนวทาง และข้อเสนอแนะในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พร้อมทั้งดำเนินการสื่อสาร รณรงค์และประชาสัมพันธ์เพื่อต่อต้านการทุจริตในทุกรูปแบบ ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ดำเนินการสืบสวนจับกุม สอบสวนและดำเนินคดีภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รวมถึงดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เช่น มาตรการทางภาษีและการฟอกเงิน พร้อมทั้งจัดตั้งคณะทำงานหรือชุดปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปราม ด้านการพัฒนาศักยภาพ จัดทำขั้นตอนปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐาน (SOP) สนับสนุนการฝึกอบรม จัดทำเอกสาร คู่มือ และแนวทางปฏิบัติเพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรและด้านความปลอดภัยของข้อมูล กำหนดให้ข้อมูลทั้งหมดได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และใช้ช่องทางการสื่อสารที่ปลอดภัย โดยจำกัดเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้อง
สำหรับบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ มีกำหนดระยะเวลา 2 ปี โดยมุ่งหวังให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน อันเป็นรากฐานสำคัญในการรักษาความมั่นคงของชาติ ความสงบเรียบร้อยของสังคมและการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน
ซึ่งคณะทำงาน ต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) ได้ขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันพบว่าภัยคุกคามมีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในรูปแบบเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและกลุ่มมิจฉาชีพ (Scammer) ที่แสวงหาประโยชน์จากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน และความเชื่อมั่นในระบบราชการไทย
นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า การจัดทำบันทึกความร่วมมือเพื่อยกระดับการป้องกันการทุจริตทางทะเบียน หรือการทำนิติกรรมโดยมิชอบ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ จากเดิมที่กรมการปกครองดำเนินการเพียงหน่วยงานเดียว ซึ่งไม่สามารถครอบคลุมทุกมิติของปัญหาได้ ปัจจุบัน งานด้านทะเบียนมีความซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่รูปแบบการทุจริตก็พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จนยากต่อการติดตามให้ทัน ดังนั้น ความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ จึงมีบทบาทสำคัญในการเสริมศักยภาพการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
อธิบดีกรมการปกครอง ยังระบุอีกว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นให้ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ แทนการทำงานแบบแยกส่วน เพื่อให้การดำเนินงานในแต่ละภารกิจเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด โดยที่ผ่านมา ผลงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้าร่วมก็สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมายอีกด้วย