เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย ลงพื้นที่สะพานข้ามแม่น้ำยมบ้านวังเป็ด อำเภอบางระกำ เพื่อเตรียมความพร้อมป้องกันอุทกภัยในฤดูน้ำหลากปี 2569 เนื่องจากบริเวณสะพานตรงนี้มีลักษณะแคบเป็นคอขวด กอบกับลำแม่น้ำยมตื้นเขิน เป็นปัญหา อุปสรรค การระบายน้ำได้เต็มประสิทธิภาพ โดยมี นายวิทูร เกิดอินทร์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน ร่วมต้อนรับและบรรยายขัอมูล

โดยจุดเสี่ยงน้ำท่วมในจังหวัดพิษณุโลก โดยเฉพาะทุ่งลุ่มต่ำ บางระกำโมเดล อ.พรหมพิราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เนื่องจากไม่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในการกักเก็บตัดยอดน้ำในลุ่มน้ำยมตอนบนทำให้ช่วงฤดูน้ำหลากแม่น้ำยมจะมีปริมาณน้ำมากเกินศักยภาพของลำน้ำที่จะรับไหว ต่างจากลุ่มน้ำน่านที่พื้นที่ต้นน้ำมีเขื่อนสิริกิติ์ที่ช่วยตัดยอดน้ำ สามารถกักเก็บน้ำได้ถึง 9,500 ล้าน ลบ.ม. และมีเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ที่ช่วยตัดยอดน้ำลุ่มน้ำแควน้อย สามารถกักเก็บน้ำได้ 939 ล้าน ลบ.ม. ดังนั้นการบริหารจัดการน้ำของทุ่งลุ่มต่ำ บางระกำ ลุ่มลุ่มน้ำยมไม่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในการกักเก็บตัดยอดน้ำในลุ่มน้ำยมตอนบน จึงได้มีการวางมาตรการบริหารจัดการน้ำในด้านป้องกันและบรรเทาอุทกภัย โดยใช้แนวทาง “การจัดจราจรน้ำ” เชื่อมโยงในโครงข่าย ลุ่มน้ำยม-ลุ่มน้ำน่าน จะเน้นการผันน้ำ ที่ ปตร.บ้านหาดสะพานจันทร์ ผ่าน ทรบ.คลองหกบาทและคลองยม-น่านไปยังแม่น้ำน่านที่อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ และปริมาณน้ำอีกส่วนจะไหลผ่านแม่น้ำยมสายเก่า(คลองเมม-คลองบางแก้ว) เข้าสู่ทุ่งบางระกำ ซึ่งจะใช้เป็นพื้นที่ ทุ่งหน่วงน้ำ(หลังเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ 15 สิงหาคม) สามารถรองรับน้ำหลากได้ถึง 400 ล้าน ลบ.ม. ก่อนที่จะระบายออกผ่านคลอง DR2.8 และ DR15.8 ลงสู่แม่น้ำน่านที่อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก จำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำในแม่น้ำน่านบริเวณจุดบรรจบกับคลองผันน้ำจากแม่น้ำยมเหล่านี้ให้สามารถไหลลงสู่แม่น้ำน่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้มีการควบคุมมวลน้ำจากภาคเหนือลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งโครงการชลประทานพิษณุโลก กรมชลประทาน ได้มีแนวทางการบริหารจัดการน้ำ โดยปฏิบัติภายใต้กรอบ “9 มาตรการรองรับฤดูฝน 2569 ตามที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเห็นชอบต่อไป
พิษณุโลก/ศริตวรรธน์ อัครชินพรรณ/0661326136