มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดย สายงานวิชาการ ฝ่ายนวัตกรรมหลักสูตรและการสอน DPU Core จัดงาน "AI Arena: สนาม AI ไร้ขีดจำกัด" เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ และห้องประชุม ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ เพื่อบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ากับศักยภาพของมนุษย์ผ่านกิจกรรมการแข่งขันสร้างโมเดล "AI Buddy" และการบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญ โดยมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้และทำงานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความสนใจของนักศึกษาและบุคลากรที่เข้าร่วมงานรวมกว่า 1,200 คน และมีการส่งผลงานต่างๆ รวมกว่า 1,000 ชิ้นงาน เพื่อสร้างวิถีการพัฒนาสู่โลกการทำงานจริงในอนาคต
ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ระบุว่าการจัดงานครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญให้นักศึกษาได้เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในชีวิตจริง โดยชี้ให้เห็นว่า วันนี้ โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มรูปแบบ และนักศึกษา คือ คนที่ต้องทำงานร่วมกับ AI ตลอดชีวิตการทำงาน ซึ่ง AI อาจแทน “งานบางอย่าง” ได้ แต่ยังไม่สามารถแทน “ความเป็นมนุษย์” ได้ทั้งหมด แม้ว่า AI application ที่มีอยู่หลากหลายสามารถเขียนบทความ วิเคราะห์ข้อมูล แปลภาษา สร้างภาพ หรือช่วยตัดสินใจได้รวดเร็ว แต่ข้อมูลบางอย่างยังต้องการการตรวจสอบความถูกต้อง (Verified) ดังนั้น คนที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่คนที่ทำงานแข่งกับ AI แต่ต้องเป็นคนที่ “ใช้ AI เป็น” มหาวิทยาลัยจึงมุ่งเน้นให้นักศึกษาดึงศักยภาพมนุษย์ภายใต้แนวคิด AI + Potential มาเป็นตัวตั้งต้น เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมและใช้ AI เป็นพลังเสริมให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ ผศ.ดร.พัทธนันท์ ยังกล่าวถึงแง่คิดสำคัญในการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีว่า มหาวิทยาลัยฝึกให้นักศึกษาวางบทบาท AI เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ โดยตัวนักศึกษาต้องมีทักษะในการที่ “ตั้งคำถามได้ดี” และ “ใช้ AI ได้อย่างมีวิจารณญาณ” สิ่งสำคัญที่สุด คือ ใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพของตนเอง โดยเน้นย้ำว่าไม่ควรใช้ AI เพื่อ “คิดแทนทั้งหมด” แต่ควรใช้เพื่อช่วยวิเคราะห์ ช่วยค้นหา และช่วยต่อยอดความคิด และเพื่อสร้างงานที่มีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งแนวคิดนำไปสู่การพัฒนาโมเดล “คู่หูอัจฉริยะ” Olive (โอลิฟ) และ Olaf (โอลาฟ) ของมหาวิทยาลัย ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นต้นแบบในการใช้งานจริง และจะถูกนำไปต่อยอดเพื่อปรับปรุงรูปแบบการเรียนการสอนให้ทันสมัย สอดรับกับโลกอนาคตอย่างต่อเนื่อง เน้นให้มนุษย์เป็นผู้วางแนวทางและกลยุทธ์ให้ AI ทำงานเป็นหลัก
สำหรับบรรยากาศภายในงาน แบ่งกิจกรรมออกเป็น 4 โซนหลักเพื่อให้เห็นภาพรวมของการประยุกต์ใช้ AI ในหลากหลายมิติ ประกอบด้วย โซน Arena พื้นที่สำหรับการแข่งขันสร้างผลงาน ควบคู่ไปกับ โซน Market พื้นที่จำหน่ายสินค้าจริงของนักศึกษาในรายวิชา Capstone ร่วมกับพันธมิตรเพื่อแสดงให้เห็นการบูรณาการ AI เข้ากับนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สังคม
นอกจากนี้ ยังมี โซน Workshop สำหรับบรรยายเสริมทักษะและแชร์เทคนิคการทำงานในอนาคต และโซน Arcade พื้นที่สันทนาการผ่านระบบสะสมแต้ม D-Points ที่มีการนำระบบ NPC เข้ามาใช้จำลองสภาพแวดล้อมดิจิทัลเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง โดยกิจกรรมในส่วนนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรภาคเอกชนชั้นนำ นำโดย บริษัท อีดีเอ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันดิจิทัลและ AI ที่มาร่วมผลักดันนวัตกรรมร่วมกับมหาวิทยาลัย พร้อมด้วยนวัตกรรม “รูปทันใจ” (Ruptunjai) ระบบส่งภาพอัจฉริยะแบบ Real-time จากบริษัทในเครือพันธมิตรอย่างสมาคมโปรแกรมเมอร์ไทย ซึ่งใช้เทคโนโลยี AI สแกนใบหน้าเพื่อส่งรูปเข้าสู่สมาร์ตโฟนของผู้ร่วมงานโดยอัตโนมัติ เสริมด้วยแบรนด์ชั้นนำอย่าง เถ้าแก่น้อย ที่มาร่วมสร้างสีสันและมอบรางวัลพิเศษ นับเป็นจุดเด่นสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างการลงมือทำจริงเพิ่มเติมจากการเรียนรู้ภาคทฤษฎีได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
ในส่วนของการถ่ายทอดความรู้ภายในโซน Arena เริ่มต้นด้วยการบรรยายพิเศษหัวข้อ "Life Hack เราจะเก่งขึ้นได้อย่างไร" โดย คุณภูผา อมรกิจจา หรือ Mr.Phoops เจ้าของช่อง Phupha Tutor ซึ่งได้เน้นย้ำถึง “วินัยและการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง” คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัล โดยเปรียบการใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเสมือน “ผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ” ที่เข้ามาช่วยทลายข้อจำกัดด้านเวลา และเปิดโอกาสให้มนุษย์ได้ดึงศักยภาพออกมาสร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่นยิ่งขึ้น พร้อมทิ้งท้ายด้วยการสร้างความมั่นใจให้นักศึกษาไม่ต้องกังวลเรื่องการถูก AI แย่งงาน แต่ควรฝึกฝนทักษะการควบคุมเทคโนโลยีและสร้างความน่าเชื่อถือในผลงาน เพื่อเพิ่มแต้มต่อในการทำงานจริงในอนาคต

ขณะที่โซน Workshop คุณดลประภพ เทียนดำ หรือ SunWaltz ShoutCaster นักพากย์ E-Sports ระดับแถวหน้าของเมืองไทย ร่วมบรรยายในหัวข้อ "โลกอนิเมะกับการเติบโตที่คาดไม่ถึง" โดยเปรียบเทียบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เป็นเสมือน "โดราเอมอน" คู่หูอัจฉริยะที่ร่วมเติบโตไปพร้อมกับมนุษย์ ซึ่งสอนให้รู้ว่าแม้จะมีเครื่องมือที่วิเศษเพียงใดแต่ผู้ใช้งานก็ต้องมีความพยายามในการวิ่งหาเป้าหมายด้วยตนเองเหมือนตัวละครในอนิเมะที่ต้องผ่านการฝึกฝน เพื่อให้ก้าวข้ามอุปสรรคและพัฒนาศักยภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ควบคู่ไปกับการบรรยาย ภายในโซนดังกล่าวยังมีกิจกรรมสร้างสีสันอย่าง "Game System Overload เกมปั่นๆ จอยๆ" โดยรุ่นพี่ DPU ได้แก่ นางสาวอาริศรา จูมชัย (คิระ), นายฉัตรชัย เดชติวงศ์ ณ อยุธยา (เจบี) และ นายภานุพงษ์ ธรรมสีทอง (เกม) ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ผ่านมุมมองของคนทำเกมและคนเล่นเกม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมบันเทิงและเกมอย่างเป็นรูปธรรม ต่อเนื่องด้วยเทคนิคการเข้าสู่สายอาชีพ โดย คุณ Si Thu Maung ผู้เชี่ยวชาญ AI Product Manager จากบริษัท EDA Thailand Co., Ltd. และอาจารย์พิมลแข สุวรรณคีรี อาจารย์ประจำศูนย์ Potentialigence Center DPU ร่วมให้ความรู้ในกิจกรรม "นั่งคุยกับรุ่นพี่: ถ้า AI เลือก Resume ทำยังไงให้เราถูกเลือก"
โดยทั้งสองท่านระบุว่า ในปัจจุบันหลายบริษัทเริ่มนำปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มาใช้ช่วยคัดกรองเรซูเม่เบื้องต้น นักศึกษาจึงต้องปรับวิธีการเขียนให้ AI อ่านง่ายขึ้น โดยเน้นการใช้ "คำสำคัญ” หรือ “Keyword" ที่ตรงกับลักษณะงาน และจัดข้อมูลให้เป็นระเบียบเพื่อให้ระบบมองเห็นศักยภาพของเราได้ชัด นอกจากนี้ยังได้แนะนำเทคนิคการจัดหน้าเรซูเม่ให้สะอาดตา เพราะโดยปกติคนคัดเลือกจะมีเวลาอ่านข้อมูลสำคัญเพียง 6-10 วินาที พร้อมเตือนให้หลีกเลี่ยงการใช้กราฟิกจำพวก "แถบพลังหรือรูปดาว" เพื่อให้คะแนนทักษะตัวเอง เนื่องจาก AI ไม่สามารถวัดค่าจากรูปภาพเหล่านั้นได้ และควรปรับปรุงเนื้อหาให้เหมาะสมกับแต่ละสายงานเพื่อแสดงถึงความตั้งใจจริงในการสมัครงาน

คุณฐาปกรณ์ จำปาใด หัวหน้าแผนกสื่อนวัตกรรม สถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิต ได้ขยายความถึงภาพรวมและเจตนารมณ์ของกิจกรรมครั้งนี้ว่า งาน AI Arena ภายใต้โครงการ AI Tournament มีความเข้มข้นและผสานกิจกรรมที่หลากหลายมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการใช้ AI เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนผ่านรายวิชา GenEd ในกลุ่ม DPU Core ซึ่งเป็นหลักสูตรแกนกลางของมหาวิทยาลัยที่เน้นการพัฒนาทักษะ DPU DNA ทั้ง 6 ทักษะ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคตได้อย่างมีศักยภาพ
“หัวใจสำคัญที่เราต้องการสื่อสารไปให้ไกลกว่าการเป็นเพียงสนามแข่งขัน คือเราไม่ได้มองว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยงานอย่างเดียว แต่เราต้องการให้นักศึกษาเรียนรู้ไปพร้อมกับ AI และก้าวขึ้นไปอยู่เหนือเทคโนโลยีในแง่ของการมีศักยภาพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ เพราะเชื่อมั่นว่ามนุษย์มีศักยภาพที่เหนือกว่าเครื่องจักรเสมอและ AI คือผู้ช่วยที่จะผลักดันให้เราไปถึงจุดนั้น” คุณฐาปกรณ์ อธิบาย
คุณฐาปกรณ์ ยังระบุด้วยว่าทุกกิจกรรมภายในงานถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการพัฒนาตนเองของนักศึกษาในทุกระดับ ตั้งแต่เวที Arena Battle ที่ให้นักศึกษาสร้าง AI Buddy เพื่อออกแบบประสบการณ์การเรียนของตนเอง โซน Capstone Market และ Showcase ที่แสดงให้เห็นการใช้พลังของ AI มาขับเคลื่อนไอเดียธุรกิจให้เกิดขึ้นจริงและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม รวมถึงการใช้ระบบ Gamification ในโซน Arcade เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปฏิสัมพันธ์ ตลอดจนเวที Workshop ที่ปูพื้นฐานทักษะวิชาชีพเพื่อให้ก้าวสู่โลกการทำงานจริงได้อย่างมั่นใจ
ในส่วนของผลลัพธ์และความสำเร็จจากการจัดงาน คณะกรรมการและผู้เชี่ยวชาญ นำโดย อาจารย์พุทธรักษ์ มุลเมือง Chief Solution Officer, บริษัท ดิ เอสเคิร์ฟ จำกัด, คุณสุรีรัตน์ ศักดิ์เจริญชัยกุล Senior Digital Marketing Manager, บริษัท อีดีเอ (ประเทศไทย) จำกัด, อาจารย์สุดถนอม รอดสว่าง ผู้เชี่ยวชาญพิเศษศูนย์ Potentialigence Center DPU และ นายวริศ สารพิษ ศิษย์เก่าดีเด่นรางวัลนพรัตน์ทองคำ รุ่นที่ 39 ของ DPU ได้กล่าวชื่นชมศักยภาพของนักศึกษาที่สามารถเปลี่ยน AI ให้กลายเป็น 'บัดดี้' ที่มีปฏิสัมพันธ์ได้จริง โดยเฉพาะการวางโครงสร้างการตอบแบบ Insight และ Action ที่ให้ทั้งข้อมูลและแนวทางปฏิบัติทันที
นอกจากนี้ คุณภีศเดช เพชรน้อย Co-Founder & Learning Designer BASE Playhouse และ Content Creator ด้าน AI ช่อง “Peesamac” และ คุณดลประภพ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญและผู้ทดสอบระบบ ยังได้ร่วมให้ความเห็นที่น่าสนใจ โดยคุณภีศเดชเปรียบเทียบผลงานที่สมบูรณ์ว่า “เหมือนก๋วยเตี๋ยวที่ปรุงรสมาเรียบร้อยแล้ว มีความชัดเจนและกระชับ” ขณะที่คุณดลประภพ ชื่นชมความละเอียดของการสื่อสารที่มีหลายเลเยอร์ ซึ่งช่วยเพิ่มอิมแพ็คให้กับการเข้าถึงตัวตนของผู้ใช้งานได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
สำหรับผลการแข่งขัน AI Arena ในปีนี้ รางวัลชนะเลิศได้แก่ ทีม TUINUI ผู้สร้างสรรค์โมเดล "AVA" โดยมีสมาชิกในทีมประกอบด้วย นายนภดล เคนประทุม, นางสาวธนวดี เสนาะดี, นางสาวภัทรพร วาทนเสรี และ นางสาวชุติมณฑน์ สุเรนรัมย์ จากคณะศิลปศาสตร์ ซึ่งนอกจากจะคว้ารางวัลใหญ่แล้ว ยังสามารถกวาดรางวัล Popular Vote มาครองได้สำเร็จอีกหนึ่งรางวัล ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ตกเป็นของ ทีม Gen-Zest และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม Click Click กับผลงานโมเดล "Oli Neko"
นายนภดล เคนประทุม ตัวแทนทีม TUINUI เปิดเผยว่า แรงบันดาลใจในการสร้างโมเดล "AVA" มาจากต้นแบบน้องเต่าประจำมหาวิทยาลัยที่เป็นเสมือนผู้รับฟังที่ดีแต่ไม่สามารถโต้ตอบได้ ทีมจึงนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาเป็นสื่อกลางเพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและเพื่อนคู่ใจ โดยเฉพาะการก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองที่เป็นคนไม่ถนัดด้านเทคโนโลยีหรือ Low-Tech สู่การฝึกฝนเขียนคำสั่งผ่านกิจกรรม Workshop จนสามารถพัฒนา Custom Gems หรือโมเดล AI เฉพาะทางที่มีบุคลิกภาพสอดคล้องกับบริบทของนักศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายนภดล ยังกล่าวชื่นชมว่า การจัดงานครั้งนี้มีความยิ่งใหญ่ทั้งในแง่โปรดักชันและกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นศักยภาพนักศึกษาได้จริง โดยเฉพาะความรู้ใหม่จากวิทยากรและคณะกรรมการที่สอนให้เข้าใจการแยกประเภท AI รวมถึงการกำหนดบุคลิกภาพของระบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมาก ประสบการณ์จากเวทีนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น และเปลี่ยนพฤติกรรมให้หันมาฝึกฝนการตั้งคำถามอย่างฉลาดเพื่อให้ AI สามารถตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ
นอกจากนี้ ยังระบุถึงกลไกของโมเดลที่มุ่งเน้นการดึงผู้ใช้งานออกจากหน้าจอสู่การลงมือทำจริง โดยระบบจะสรุปขั้นตอนการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาและลดความวิตกกังวลในรั้วมหาวิทยาลัย ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่องมือ NotebookLM เพื่อให้โมเดลตอบโจทย์เพื่อนนักศึกษาได้ตามเป้าหมาย พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาต่อยอดให้ระบบมีความเสถียรและแม่นยำยิ่งขึ้นในอนาคต
“โมเดล AVA นี้ เป็นเหมือนเพื่อนคู่ใจที่จะเติบโตไปพร้อมกับนักศึกษาและช่วยเสริมทักษะชีวิตได้ดี แม้ตอนนี้โมเดลจะยังต้องมีการปรับปรุงอีกมากเพื่อให้ระบบทำงานได้ต่อเนื่องและไม่เกิดข้อผิดพลาดในการดึงข้อมูล แต่ผมและทีมก็ตั้งใจจะพัฒนาต่อยอดเพื่อให้ AVA สามารถทำหน้าที่ดึงเรากลับมาสู่จุดมุ่งหมายที่ต้องการและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในอนาคต” นายนภดล กล่าวทิ้งท้าย