ขณะที่ นอภ.เมืองศรีสะเกษ เร่งหาทางออกแก้ไขปัญหาน้ำเสีย-ปลาตาย ล่าสุดสั่งยกเลิกกิจกรรมแล้ว
เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2569 ที่ห้องปฎิบัติราชการนายอำเภอเมืองศรีสะเกษ ที่ว่าการอำเภอเมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ นายกันวลินทร์ เมืองแก้ว นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายธนัชกฤศ บุดดีเสาร์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ได้พบปะหารือร่วมกับ นายอิสระ สุวิทยาภรณ์ ประมงจังหวัดศรีสะเกษ ส.ต.ท.ทรงวุฒิ ศรีลุนช่าง ปลัดเทศบาลเมืองศรีสะเกษ คณะผู้บริหารเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ ประมงอำเภอเมืองศรีสะเกษ ประธานคณะกรรมการชุมชน และคณะกรรมการชุมชนหนองตะมะ ได้ร่วมกันหารือในประเด็นที่มีการประชาสัมพันธ์การจองบัตรเหมาหว่านแหนำปลาออกจากสระน้ำหนองตะมะ ด้านหลังวัดหนองตะมะ เขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ เพื่อรับฟังสภาพปัญหาจากคนในชุมชน และเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหา

โดย นายกันวลินทร์ เมืองแก้ว นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ กล่าวว่า หลังการหารือร่วมกันกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว มีข้อสรุปดังนี้ คือ 1. หนองตะมะ เป็นหนองน้ำสาธารณประโยชน์ที่พลเมืองใช้ร่วมกัน ปัจจุบันอยู่ระหว่างเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ขอออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง(นสล.) 2. บริเวณหนองตะมะ มีประชาชนจากในชุมชนและนอกพื้นที่มาปล่อยปลาและให้อาหารปลาเป็นจำนวนมาก และเป็นที่รู้จักโดยแพร่หลาย 3. เมื่อฤดูฝนเกิดเหตุปลาช็อคน้ำตายเป็นจำนวนมาก ประกอบกับเกิดปัญหาดินทรุดบริเวณรอบหนองเนื่องจากพฤติกรรมของปลาจำนวนมากที่ขุดโพรงในตลิ่ง ทำให้ประชาชนในชุมชนได้รับผลกระทบ รวมทั้งต้องร่วมแก้ไขปัญหาทุกปี
4. คณะกรรมการชุมชนได้ยกเลิกสัญญากับผู้รับเหมาหว่านแหเรียบร้อยแล้ว 5. สำนักงานประมงจังหวัดศรีสะเกษ จะให้ความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย รวมทั้งหาทางออกเรื่องปลาที่มีเป็นจำนวนมากโดยเร่งด่วน 6. เทศบาลเมืองศรีสะเกษ เร่งรัดกระบวนการออก น.ส.ล. รวมทั้งสนับสนุนเครื่องมือในการบำบัดน้ำเสียในเบื้องต้น และจัดทำโครงการปรับภูมิทัศน์ เสริมความมั่นคงแข็งแรงบริเวณโดยรอบหนองมะตะในระยะยาว พร้อมผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างงานสร้างอาชีพในชุมชนต่อไป และ7. มอบหมายประธานชุมชน และคณะกรรมการชุมชนหนองตะมะ ประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ รวมทั้งประสานงานสื่อมวลชนสร้างการรับรู้ถึงสภาพปัญหาและแนวทางการพัฒนาในบริเวณหนองตะมะต่อไป
ด้าน นายทิวา รุ้งแก้ว นายกพุทธสมาคมจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า เขตอภัยทาน เป็นพื้นที่ที่มีกฎหมายรองรับ ซึ่งจะมีผลตามกฎหมายสมบูรณ์ ก็ต่อเมื่อมีการปักป้ายประกาศชัดเจน หรือเป็นพื้นที่ที่มหาเถรสมาคมร่วมกับทางจังหวัดกำหนดไว้เป็นเขตอภัยทาน มีผลทางกฎหมายในลักษณะ “เขตห้ามจับสัตว์น้ำ” หรือ “พื้นที่รักษาพืชพันธุ์” ตามพระราชกำหนดการประมง โดยวัดต้องมีการประกาศหรือลงบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน หากฝ่าฝืนจับสัตว์น้ำ หรือมีการลักลอบจับปลาในเขตอภัยทานของวัด ถือเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับ/จำคุก ซึ่งอาจถูกปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ประมงฯ
ทั้งนี้ แม้เป็นเขตวัด หากไม่มีการประกาศเขตห้ามจับปลาตามขั้นตอนของกรมประมง การจับปลาอาจเป็นเรื่องผิดศีลธรรม แต่ไม่ผิดกฎหมายประมงโดยตรง อย่างไรก็ตาม หากบ่อปลาเป็นพื้นที่วัด ยังอาจมีความผิดฐานบุกรุกวัดหรือลักทรัพย์ได้ วัดมีสิทธิ์โดยชอบธรรมในการยึดเบ็ดหรืออุปกรณ์ทำประมงในเขตที่ห้ามไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทำผิดกฎหมายอีกด้วย.
ทีมข่าว จ.ศรีสะเกษ // รายงาน