เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลภาคใต้ ให้การต้อนรับนายคุณพจน์ แพรดำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกระจิว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะผู้อำนวยการสมาคมนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย และนายพิทยา ตีระวรานันท์ นายกเทศมนตรีตำบลทรายมูล เข้าหารือแนวทางการกระจายอำนาจและการพัฒนาท้องถิ่น
นายชัยชนะ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้เชิญสมาคมนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทยเข้าหารือร่วมกันใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ แนวทางการกระจายอำนาจเพื่อแก้ไขปัญหาของข้าราชการส่วนท้องถิ่น ,การเพิ่มแหล่งรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวคิดการจัดตั้ง “กระทรวงท้องถิ่น” เพื่อดูแลการบริหารงานท้องถิ่นทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ โดยพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่ผลักดันการกระจายอำนาจมาตั้งแต่สมัย นายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และขณะนั้นได้กำหนดกรอบงบประมาณสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไว้ที่ร้อยละ 35 แต่ปัจจุบันท้องถิ่นยังได้รับงบประมาณเพียงร้อยละ 29.5 เท่านั้น
นายชัยชนะ กล่าวว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด ตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต และยังเป็นหน่วยงานแรกที่ต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาและดูแลประชาชนในพื้นที่ ดังนั้น การยกระดับให้ท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง รายได้เพิ่มขึ้น และมีความคล่องตัวในการบริหารราชการ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันผลักดัน โดยหลังจากนี้ สมาคมฯ จะนำข้อเสนอและข้อมูลต่าง ๆ ไปศึกษาเพิ่มเติม ก่อนนำกลับมาหารือร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนผ่านกระบวนการของสภา ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนทั่วประเทศ
ด้านนายคุณพจน์ กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสดีที่พรรคการเมืองเก่าแก่ของประเทศอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจ ซึ่งพรรคฯถือเป็นผู้ผลักดันพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การกระจายอำนาจตั้งแต่เริ่มต้น และมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาท้องถิ่นของไทย และการหารือครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการทบทวนและปรับกระบวนการกระจายอำนาจให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.กระจายอำนาจ พ.ศ. 2542 เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ หากท้องถิ่นเข้มแข็ง ประเทศไทยก็จะเข้มแข็งเช่นกัน