9 มิถุนายน 2569 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินงานโครงการก่อสร้างปรับปรุงถนน ค.ส.ล. ถนนซอยดวงทอง พื้นที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี งบประมาณเกือบ 40 ล้านบาท ดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่จากเทศบาลนครบางบัวทอง นำโดยนายยศพงศ์ โบศรี ผู้อำนวยการกองช่าง นำตรวจพื้นที่ เบื้องต้นทาง สตง. ได้ตรวจสอบกรณีผิวจราจรมี 2ชั้น ตามที่ทางเทศบาลนครบางบัวทองชี้แจงผ่านคลิปสั้นไว้ก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม เทศบาลนครบางบัวทอง ได้ชี้แจงการดำเนินโครงการก่อสร้างถนน ค.ส.ล. ซอยดวงทอง เชื่อมต่อซอยจุรินทร์จัดสรร ผ่าน Tiktok เทศบาลบางบัวทอง เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2569 ใจความว่า เดิมทีทางเทศบาลมีแผนจะแบ่งพื้นที่ก่อสร้างออกเป็น 2 ฝั่ง เพื่อให้ประชาชนยังสามารถใช้เส้นทางสัญจรได้ตามปกติ แต่จากการเริ่มดำเนินการพบว่าผิวจราจรเดิมมีลักษณะซ้อนกัน 2 ชั้น จึงมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องจักรกลขนาดใหญ่เข้าทำการบดอัดชั้นดินเดิมทั้งหมดพร้อมกัน เพื่อให้โครงสร้างถนนใหม่มีความมั่นคง แข็งแรง และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด เทศบาลจะดำเนินการก่อสร้างแบ่งเป็นช่วงๆ ช่วงละประมาณ 300 เมตร โดยเริ่มตั้งแต่บริเวณแยกหงส์ประยูรไปจนถึงสามแยกดวงทอง ทั้งนี้ เทศบาลนครบางบัวทองขอให้พี่น้องประชาชนโปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ก่อสร้าง และปฏิบัติตามป้ายบังคับจราจรอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน
อนึ่งก่อนหน้านี้ปัญหาที่ชาวบ้านในซอยดวงทองได้รับความเดือดร้อนถ้วนหน้า ทั้งการขุดเจาะเปิดหน้าดินเต็มพื้นที่ทั้ง 2 เลน ส่งผลให้ธุรกิจ ร้านค้า บ้านเรือนที่อยู่ในช่วงดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถใช้ยานพาหนะสัญจรผ่านได้
เกิดอุบัติเหตุรถตกหลุมก่อสร้างบ่อยครั้ง ชาวบ้านและมอเตอร์ไซค์ต้องเลี่ยงไปใช้พื้นที่บ้านของประชาชนเป็นเส้นทางสัญจร ประชาชนในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า การก่อสร้างเฟส 1 ใช้เวลาถึง 3เดือนกว่าจะแล้วเสร็จ
ขณะที่นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส. นนทบุรี เขต 8 เปิดเผยข้อมูลจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ และพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ พบว่าโครงการอาจไม่ตรงวัตถุประสงค์ เนื่องจากโครงการนี้อ้างว่าจัดทำขึ้นเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในซอยดวงทอง แต่จากการตรวจสอบหน้างานกลับพบว่าช่วงตั้งแต่ซอยดวงทองไปจนถึงสามแยก ซีเจ มอร์ ไม่มีการเดินท่อระบายน้ำใหม่ตามที่ควรจะเป็น มีเพียงการทำถนนใหม่และรื้อฝาท่อเท่านั้น
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า โครงการนี้อาจมีการบริหารจัดการที่ไม่โปร่งใส โดยระบุว่าตามแผนงานปกติจะต้องมีการแบ่งทำถนนทีละข้างเพื่อไม่ให้กระทบการสัญจร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการขุดพร้อมกันทั้งหมดเป็นระยะทาง 200-400 เมตร ซึ่งตนมองว่าอาจเป็นการกระทำเพื่อ ประหยัดงบประมาณและเวลาของผู้รับเหมาโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน