นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคม โดยกองทุนเงินทดแทน ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกจ้างที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานอย่างเต็มที่ ปัจจุบันมีลูกจ้างในระบบกองทุนเงินทดแทนจำนวน 12,340,730 คน และสถานประกอบการที่อยู่ในระบบจำนวน 482,344 แห่ง
กองทุนเงินทดแทนเป็นกองทุนที่จ่ายเงินทดแทนแก่ลูกจ้างแทนนายจ้าง ในกรณีที่ลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ สูญเสียสมรรถภาพในการทำงาน เสียชีวิต หรือสูญหายอันเนื่องมาจากการทำงาน โดยพิจารณาจากสาเหตุของการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ไม่คำนึงถึง วัน เวลา หรือสถานที่เกิดเหตุ
สำหรับสถิติการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2569 พบว่ามีลูกจ้างประสบอันตรายทั้งสิ้น 32,302 ราย โดยจังหวัดที่มีสถิติสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 8,387 ราย รองลงมาคือ จังหวัดสมุทรปราการ 3,433 ราย และจังหวัดสมุทรสาคร 2,492 ราย
ด้านประเภทสถานประกอบการที่มีสถิติการประสบอันตรายสูงสุด คือ สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1,001 คนขึ้นไป จำนวน 5,570 ราย รองลงมาคือ สถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 201–500 คน จำนวน 5,257 ราย และสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 21–50 คน จำนวน 4,360 ราย ขณะที่ประเภทกิจการที่มีการประสบอันตรายสูงสุด คือ กิจการหมวดการผลิต จำนวน 15,127 ราย รองลงมาคือ หมวดการขายส่งและการขายปลีก รวมถึงการซ่อมยานยนต์และจักรยานยนต์ จำนวน 4,783 ราย และหมวดก่อสร้าง จำนวน 3,324 ราย ส่วนลักษณะการบาดเจ็บที่พบมากที่สุด คือ การสูญเสียนิ้วมือ จำนวน 7,777 ราย รองลงมาคือ การบาดเจ็บที่ดวงตา จำนวน 3,792 ราย และการบาดเจ็บหลายส่วนของร่างกาย จำนวน 2,894ราย
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวเพิ่มเติมว่า หากลูกจ้างประสบอันตรายจากการทำงาน นายจ้างมีหน้าที่แจ้งการประสบอันตรายของลูกจ้าง โดยยื่นแบบแจ้งประสบอันตราย (กท.16) ผ่านระบบ e-Compensate บนเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม พร้อมแนบสำเนาแบบส่งตัวลูกจ้างเข้ารับการรักษาพยาบาล (กท.44) ต่อสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ จังหวัด หรือสาขาที่ขึ้นทะเบียนไว้ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบเหตุ ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมแนะนำให้นายจ้างส่งลูกจ้างเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลคู่สัญญาของกองทุนเงินทดแทน เพื่อให้นายจ้างไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล โดยกองทุนเงินทดแทนสามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามจริงตามความจำเป็นเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 65,000 บาท ในกรณีค่ารักษาพยาบาลไม่เพียงพอ สามารถพิจารณาเพิ่มขึ้นตามกฎกระทรวงพยาบาลค่ารักษาพยาบาลที่ให้นายจ้างจ่าย พ.ศ.2563 เพิ่มได้เป็น 16,5000 บาท และหากยังไม่เพียงพอเพิ่มได้เป็น 300,000 บาท และหากยังไม่เพียงพอให้นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายตามความจำเป็น ที่เพิ่มอีกตามความเห็นของคณะกรรมการการแพทย์ กองทุนเงินทดแทน เมื่อรวมค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดแล้วไม่เกิน 1,000,000 บาท
ทั้งนี้ เว้นแต่ลูกจ้างเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของรัฐตั้งแต่เริ่มแรกจนสิ้นสุดการรักษาพยาบาล ให้นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงจนจนสิ้นสุดการรักษา
ลูกจ้างและนายจ้างสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขาทั่วประเทศ หรือสายด่วน 1506 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง