ผู้สื่อข่าวจังหวัดพิษณุโลกลงพื้นที่พิพิธภัณฑ์มิตร ชัยบัญชา 37/4 หมู่ 4 ซอยขุนทิพย์ ตำบลอรัญญิก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกนายบัญชา วาจาสุวรรณ เจ้าของพิพิธภัณฑ์มิตร ชัยบัญชา ผู้เก็บภาพนิตยสารรวมถึงโปสเตอร์หนังเก่าๆเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ประชาชนได้รับชม วันนี้ได้นำนิตยสารเก่าๆตั้งแต่ปี 2522-2530 มาจัดเรียงไว้จำนวนหลายสิบเล่ม เพื่อร่วมรำลึกและถวายความอาลัยต่อพระองค์ภาที่ทรงสิ้นพระชนม์
นายบัญชา วาจาสุวรรณ เจ้าของพิพิธภัณฑ์มิตร ชัยบัญชา กล่าวว่า ตนรู้สึกเสียใจอย่างมากที่ได้รับทราบข่าว การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ภา สำหรับตนแล้วมีความผูกพันกับพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์เพราะตนจะจัดเก็บภาพถ่ายหนังสือนิตยสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับพระบรมวงศานุวงศ์ เก็บรวบรวมไว้ ที่พิพิธภัณฑ์ โดยเฉพาะพระองค์ภานั้น ตนเองก็รู้สึกผูกพันมาก สมัยตนเคยทำงานเป็นช่างภาพช่อง 5 ตนเคยตามถ่ายนภาพเฝ้ารับเสด็จบ่อยครั้ง พระองค์เป็นกันเองกับประชาชนมาก ตนได้ตามเก็บนิตยสารเก่าๆไม่ว่าจะเป็นสกุลไทย กุลสตรี หรือหนังสือแจกวันเด็กจำนวนหลายสิบเล่มเจตนาต้องการไว้ให้ลูกหลานได้ดู และเมื่อตนได้ทราบข่าวว่าพระองค์สิ้นพระชนม์นั้น จึงถือโอกาสนี้นำนิตยสารที่เกี่ยวกับพระองค์ท่าน มาจัดแสดงไว้เพื่อให้ประชาชนชาวพิษณุโลกได้รับชม
นายบัญชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนชอบภาพของพระองค์ท่านที่ตีพิมพ์ในนิตยสารทุกเล่ม แต่ที่รู้สึกประทับใจมากๆมีบางเล่มได้แก่ นิตยสารสกุลไทย ปีที่ 25 ฉบับวันที่ 30 มกราคม 2522 ซึ่งขณะนั้นออกวางตลาดทุกวันอังคาร ขายในราคาฉบับละ 7 บาท นิตยสารสกุลไทยได้รวบรวมภาพถ่ายและบทบรรยายพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายา ทรงอุ้มพระราชธิดา ( พระองค์ภา )ในพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ และอีกเล่มหนึ่งนิตยสารกุลสตรี ในช่วงที่คุณปุ๋ย พรทิพย์นาคหิรัญกนก นางสาวจักรวาล ได้เดินทางกลับมาประเทศไทย พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาหรือพระองค์ภาทรงพระสำราญอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีนิตยสารที่รวบรวมพระอริยบทต่างๆของพระองค์ภา ที่พร้อมจัดแสดงให้ประชาชนได้รับชม
ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิระแสงเมืองมา อายุ 32 ปี บ้าน เลขที่ 280/20 ถ.พุทธบูชา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก กล่าวว่า เมื่อเช้าได้ติดตามข่าวสารสำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ตนเองรู้สึกตกใจ และ เสียใจการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ภา และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่าน ได้ช่วยเหลือพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด
นางสาวพัชรีญา สุขคุ้ม อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/4 หมู่ที่ 6 ต.บ้านป่า อ.เมือง จ.พิษณุโลก กล่าวว่า วันนี้มีความรู้สึกเสียใจที่ได้รับข่าวสารการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตนเองระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยเน้นงานด้านสังคมสงเคราะห์และการบรรเทาทุกข์มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ทรงช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและผู้ยากไร้ ผ่านการแจกถุงยังชีพ การฟื้นฟูอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โครงการกำลังใจในพระดำริทรงก่อตั้งโครงการเพื่อช่วยเหลือและให้โอกาสกลุ่มผู้ก้าวพลาดในสังคม โดยเฉพาะผู้ต้องขังหญิง เด็กติดผู้ต้องขัง รวมถึงการสร้างทักษะอาชีพเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนกลับคืนสู่สังคม ด้านกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายเจ้าฟ้านักกฎหมาย ทรงเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ทรงงานในตำแหน่งอัยการ ทรงริเริ่มผลักดันข้อกำหนดกรุงเทพฯ (Bangkok Rules) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ และ พระองค์ท่านเป็นผู้แทนถาวรแห่งประเทศไทย ทรงเคยปฏิบัติงานเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำคณะกรรมาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา และ ด้านสาธารณสุขโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทรงร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขของผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศ
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลา 19.48 น. ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สิริพระชันษา 47 ปี
พิษณุโลก/ศริตวรรธน์ อัครชินพรรณ/0661326136