ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมแควใหญ่ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี นางสาวเบญจพร รุ่งทรัพย์ไพบูลย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานเปิดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี เพื่ออำนวยความยุติธรรมและสร้างเสริมคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และครอบครัวในกระบวนการยุติธรรมจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมทั้งพัฒนาระบบการดูแล แก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และส่งต่อผู้กระทำความผิด ผู้เสียหาย ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง รวมทั้งครอบครัวที่เกี่ยวข้อง ให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง โดยมีนายพทย์ธีรพจน์ ฟักน้อย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี เป็นผู้ร่วมลงนาม

มีนางจันทร์จิรา พัฒนศิริ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี นางสาวอุไรรัตน์ ขูดแก้ว หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี คณะผู้พิพากษาสมทบและผู้ประนีประนอมศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี ผู้แทนจากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมเป็นพยาน
ทั้งนี้นางสาวเบญจพร รุ่งทรัพย์ไพบูลย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่าพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างเครือข่ายในกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว ในวันนี้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ที่จัดทำขึ้น เพื่ออำนวยความยุติธรรม และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชนและครอบครัวในกระบวนการยุติธรรมจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมทั้งเป็นการพัฒนาระบบเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งในกระบวนการดูแล แก้ไข บำบัด ฟื้นฟูผู้กระทำความผิด รวมไปถึงผู้เสียหาย ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง หรือแม้กระทั่งครอบครัวที่เกี่ยวข้อง สอดรับกับนโยบายในการจัดตั้งศูนย์สร้างเสริมคุณภาพครอบครัว และศูนย์ติดตามด้วยความห่วงใยประจำศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี
โดยภารกิจหลัก คือ ความร่วมมือในการช่วยเหลือ สร้างเสริมความเข้มแข็ง ทั้งยังประคับประคอง สงเคราะห์ ช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และครอบครัวที่ไม่ใช่เป็นการติดตามดูแลในระบบด้วยการควบคุมความประพฤติเท่านั้น แต่เป็นการสร้างทัศนคติที่ดีในการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชนและหน่วยงานราชการที่มีพลังที่ยิ่งใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงสังคม
ซึ่งการลงนามบันทึกข้อตกลงในวันนี้ เป็นนิมิตหมายอันดีแห่งการประสานความร่วมมือระหว่างทั้งสองหน่วยงาน เพื่อสร้างโอกาสและอนาคตที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม เสริมสร้างความเข้มแข็งแก่สถาบันครอบครัว ชุมชน และสังคม อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรี สืบไป
ถามว่า MOU ฉบับนี้ ได้มีการปรับแนวคิดในการทำงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายอย่างไรบ้าง นั้น ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี มีแนวทางการทำงานที่มุ่งเน้น การแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และคุ้มครองสิทธิสวัสดิภาพของเด็ก เยาวชน รวมถึงบุคคลในครอบครัวเป็นสำคัญ”
ที่ผ่านมาในคดีอาญา ศาลได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายในการดูแลแก้ไขผู้กระทำความผิดเป็นอย่างดี แต่สิ่งหนึ่งที่ศาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ ผลกระทบทางจิตใจของเด็กและเยาวชนในคดีครอบครัว ซึ่งเป็นคดีแพ่ง เช่น คดีฟ้องหย่า คดีเรียกค่าทดแทนจากชู้ หรือคดีเกี่ยวกับการใช้อำนาจปกครองบุตร ซึ่งในระหว่างการพิจารณาคดีนั้น ความขัดแย้งของบิดามารดาอาจส่งผลกระทบต่อสภาวะจิตใจและสร้างความเครียดสะสมแก่ผู้เยาว์โดยที่บิดามารดาคาดไม่ถึง
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ จึงเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงภารกิจและขับเคลื่อนการทำงานร่วมกัน โดยเมื่อศาลประเมิน พบว่า เด็ก เยาวชน หรือบุคคลในครอบครัว มีภาวะที่ต้องได้รับการดูแลด้านสุขภาพจิต สุขภาพกาย ที่ยั่งยืน ความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของประธานศาลฎีกาในการจัดตั้งศูนย์สร้างเสริมคุณภาพครอบครัว และศูนย์ติดตามด้วยความห่วงใยใส่ใจประจำศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี โดยมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดูแล ช่วยเหลือ และฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง มิใช่เพียงการติดตามดูแลภายใต้มาตรการคุมประพฤติเท่านั้น แต่ยังมุ่งเสริมสร้างโอกาสและพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ
…………………………….
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์