ปากเสียงของคนท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาประเทศ
คุณภาพชีวิต ย้อนกลับ
ไบโอเทค-สวทช. โชว์โรงเรือนอัจฉริยะ
30 มิ.ย. 2569

ไบโอเทค-สวทช. โชว์โรงเรือนอัจฉริยะ Plant Factory
ชูนวัตกรรม “ปลูกสั่งได้ สารสำคัญสูง” ปลดล็อกสมุนไพรเกรดพรีเมียม ตอบโจทย์อุตสาหกรรมมูลค่าสูงระดับสากลย้ำความพร้อมเร่งเดินหน้าให้บริการภาคเอกชนเต็มรูปแบบ

(30 มิถุนายน 2569) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) เปิดบ้านโรงงานผลิตพืชแนวตั้งและโรงเรือนอัจฉริยะ ในกิจกรรม “NSTDA x Press Interviews: นวัตกรรม Plant Factory โรงเรือนอัจฉริยะ ยกระดับพืชสมุนไพรไทยสู่ธุรกิจมูลค่าสูง” ภายใต้แผนงาน S&T Implementation for Sustainable Thailand ในกลุ่มยุทธศาสตร์เร่งด่วน (Pre-Battle) เรื่อง การผลิตพืชผักสมุนไพรด้วยเทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะ เพื่อแสดงศักยภาพนวัตกรรมขั้นสูงในการควบคุมสภาวะแวดล้อมที่สามารถกำหนดพฤติกรรมพืชให้สร้างสารสำคัญทางการแพทย์และพาณิชย์ได้ตามต้องการ การจัดกิจกรรมครั้งนี้ยังมุ่งประกาศความพร้อมของ สวทช. ในการทำหน้าที่เป็นกลไกขับเคลื่อนต้นน้ำ หนุนภาคเอกชนไทยพึ่งพาตนเองและแข่งขันได้ในตลาดโลก พร้อมย้ำ “เราไม่ได้ขายระบบโรงเรือน แต่เราเป็นเพื่อนคู่คิดทางเทคโนโลยี”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า ความท้าทายสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมเผชิญอยู่เสมอในการใช้พืชสมุนไพรแบบดั้งเดิม คือความไม่สม่ำเสมอของปริมาณสารสำคัญในแต่ละรอบการเก็บเกี่ยว ตลอดจนความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของสารเคมี ยาฆ่าแมลง หรือโลหะหนักจากสภาพแวดล้อมที่ยากจะควบคุม ด้วยเหตุนี้ สวทช. โดยไบโอเทค จึงได้พัฒนาระบบโรงงานผลิตพืช หรือ Plant Factory ซึ่งเป็นระบบปลูกพืชในโรงเรือนอัจฉริยะแบบปิด ที่ควบคุมสภาวะแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ นวัตกรรมนี้สร้างนิยามใหม่ให้กับวงการสมุนไพรไทยว่า “ปลูกสั่งได้ สารสำคัญสูง” เพื่อผลิตสมุนไพรเกรดพรีเมียม ปลอดภัย ไร้สารตกค้าง ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยา อาหารฟังก์ชัน และเครื่องสำอางชั้นสูง
ทั้งนี้ ทิศทางเชิงนโยบายของไบโอเทคในปัจจุบัน ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงงานวิจัยพื้นฐานในห้องปฏิบัติการเท่านั้น แต่มีความพร้อมเต็มรูปแบบในการขับเคลื่อนและยกระดับธุรกิจร่วมกับภาคเอกชนในฐานะเพื่อนคู่คิดทางเทคโนโลยี ผ่าน 3 บริการหลัก ได้แก่ (1) การถ่ายทอดเทคโนโลยี สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการนำโมเดลไปใช้ในการผลิตเชิงพาณิชย์ (2) การเป็นที่ปรึกษาทางเทคนิค ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบวิศวกรรมโรงเรือน การคำนวณสเปกเทคโนโลยีแสง ตลอดจนสูตรอาหารที่จำเพาะต่อพืช และ (3) การร่วมวิจัย เพื่อร่วมประเมินความเป็นไปได้ในการลงทุนและร่วมสร้างฐานองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) เพื่อยกระดับสมุนไพรไทยสู่ธุรกิจที่มีมูลค่าสูงอย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน ดร.ประเดิม วณิชชนานันท์ หัวหน้าทีมวิจัยนวัตกรรมโรงงานผลิตพืชสมุนไพร ไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า เทคโนโลยี Plant Factory เป็นการผสานศาสตร์ด้านเทคโนโลยีชีวภาพร่วมกับวิศวกรรมการเกษตรอัจฉริยะ โดยนักวิจัยจะควบคุมปัจจัยแวดล้อมที่จำเป็นสำหรับพืช ได้แก่ ช่วงคลื่นและความเข้มของแสงจากหลอด LED อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ ธาตุอาหารในรูปแบบสารละลาย รวมถึงระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ระบบนี้ช่วยเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตของพืชได้มากกว่าการปลูกในธรรมชาติหลายเท่าตัว และที่สำคัญคือสามารถ “กระตุ้นหรือสั่งการ” ให้พืชผลิตและสะสมสารสำคัญเป้าหมายในปริมาณที่สูงกว่าปกติอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องพึ่งพาสภาพฤดูกาล
ปัจจุบันทีมวิจัยประสบความสำเร็จในการคัดเลือกสายพันธุ์และค้นหาสภาวะที่เหมาะสมสำหรับสมุนไพรและพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงหลายชนิด ได้แก่ บัวบก ฟ้าทะลายโจร ตำแยแมว กะเพรา เคล (คะน้าใบหยิก) คะน้าฮ่องกง ผักสลัดหลากหลายชนิด และมะเขือเทศเชอรี่หลากสายพันธุ์ รวมทั้งพืชอาหารเชิงฟังก์ชัน เช่น ไมโครกรีน เป็นต้น นอกจากนี้ไบโอเทคยังมีความพร้อมด้านงานวิจัยต้นน้ำที่แข็งแกร่ง ตั้งแต่การวิจัยเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture) เพื่อขยายพันธุ์สายต้นที่ให้สารสำคัญสูง จนถึงการคัดเลือกพืชในสภาวะวิกฤติ เพื่อส่งมอบให้แก่ภาคเอกชนนำไปต่อยอดในระบบอุตสาหกรรมกลางน้ำและปลายน้ำได้อย่างมั่นใจ
“ไบโอเทค สวทช. เราไม่ได้สร้างระบบ Plant Factory เพื่อขายแข่งในตลาด แต่จุดยืนของเราคือการเป็น 'Technology Partner' หรือเพื่อนคู่คิดที่จะช่วยผู้ประกอบการออกแบบระบบ วิจัยเบื้องต้นร่วมกันเพื่อสร้างฐานความรู้ และร่วมทางไปจนถึงวันที่เอกชนสามารถผลิตพืชสมุนไพรขยายสเกลสู่ระดับอุตสาหกรรมได้อย่างมั่นใจ” ดร.ประเดิม หัวหน้าทีมวิจัยฯ กล่าวย้ำ

สำหรับการเปิดบ้านแสดงศักยภาพและนวัตกรรม Plant Factory โดยเปิดห้องปฏิบัติการและโรงเรือนอัจฉริยะ บนชั้น 7 อาคารกลุ่มนวัตกรรม 2 (INC 2) อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ให้คณะสื่อมวลชนได้เข้าชมระบบการผลิตจริง สัมผัสเทคโนโลยีควบคุมสภาวะแวดล้อม และกระบวนการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ได้มาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยเทียบเท่าระดับสากล ทั้งนี้ ทีมวิจัยฯ มุ่งหวังจะช่วยกระตุ้นการรับรู้และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการไทยในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้ามาขับเคลื่อนกระบวนการผลิต ลดความเสี่ยงในการลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนฐานเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-economy) เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตสมุนไพรเกรดพรีเมียมและสารสกัดมูลค่าสูงในภูมิภาคอย่างยั่งยืนต่อไป

หนังสือพิมพ์ OPT NEWS ONLINE
วันที่ 1-15 กรกฎาคม 2569
อปท.นิวส์เชิญเป็นแขก ดูทั้งหมด
29 พ.ค. 2569
ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับคนกรุงเทพมหานคร ที่จะได้ออกไปใช้สิทธิเลือกผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร(กทม.) และสมาชิกสภา กรุงเทพมหานคร (สก.) กันอีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่จะถึงนี้ โดยจะปิดรับสมัคร ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อ วันที...